กาตาร์เสียหายหนัก หลัง อิหร่าน โจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวระดับโลก
อิหร่าน เปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มนิคมอุตสาหกรรมกาตาร์ สร้างความเสียหายหนักต่อโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวระดับโลก
วันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 05.29 น. - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รัฐบาลกาตาร์ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธจากประเทศอิหร่านได้ส่งผลให้เกิด “ความเสียหายอย่างกว้างขวาง” ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ได้ออกประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่า เป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย ทั้งยังเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐอย่างชัดเจน และถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงแห่งชาติรวมถึงเสถียรภาพของภูมิภาค นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังได้เน้นยำว่า กาตาร์ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้ตามสิทธิในการป้องกันตนเอง ซึ่งได้รับการรับรองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ**
ภายหลังจากการแพร่กระจายของข่าวการโจมตี ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้พุ่งสูงขึ้นทันที โดย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงระดับสากล ทะยานขึ้นมากกว่า 7% ไปแตะที่ระดับ 111.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 16.52 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 4% มาอยู่ที่ 100.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เคยออกมาข่มขู่ก่อนหน้านี้ว่าจะพุ่งเป้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเป็นการตอบโต้หลังจากอิสราเอลได้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดใส่โรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติในอิหร่าน
ทางด้านบริษัท กาตาร์เอนเนอร์จี (QatarEnergy) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศ ได้เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ได้มีการระดมทีมฉุกเฉินเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่นิคมฯ ราส ลัฟฟาน อย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต่อมาในภายหลัง กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ได้แถลงยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงในพื้นที่ดังกล่าวไว้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว
ทั้งนี้ กาตาร์ได้ประกาศระงับการผลิตก๊าซ LNG มาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่านในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน และนิคมอุตสาหกรรมเมซาอีด (Mesaieed Industrial City) โดยกาตาร์ถือเป็นผู้ส่งออกก๊าซ LNG รายใหญ่อันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา และครองส่วนแบ่งการส่งออกเกือบ 20% ของโลก ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler
การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจซ้ำเติมวิกฤตการขาดแคลนพลังงานทั่วโลก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามอิหร่าน ปัจจุบันการเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก เนื่องจากการโจมตีเรือสินค้าโดยอิหร่าน โดยช่องแคบแห่งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญที่สุดสำหรับการขนส่งน้ำมัน ซึ่งในสภาวะปกติจะมีน้ำมันดิบไหลผ่านถึง 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก
นักวิเคราะห์จาก Citigroup ได้ระบุในรายงานฉบับล่าสุดที่ส่งถึงลูกค้าเมื่อวันพุธว่า หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นวงกว้างและช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดเป็นเวลานาน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งสูงขึ้นไปเฉลี่ยที่ระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาสที่สองและสามของปีนี้
อ้างอิง : www.cnbc.com