โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กาตาร์เสียหายหนัก หลัง อิหร่าน โจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวระดับโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 02.50 น.

อิหร่าน เปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มนิคมอุตสาหกรรมกาตาร์ สร้างความเสียหายหนักต่อโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวระดับโลก

วันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 05.29 น. - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รัฐบาลกาตาร์ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธจากประเทศอิหร่านได้ส่งผลให้เกิด “ความเสียหายอย่างกว้างขวาง” ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ได้ออกประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่า เป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย ทั้งยังเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐอย่างชัดเจน และถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงแห่งชาติรวมถึงเสถียรภาพของภูมิภาค นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังได้เน้นยำว่า กาตาร์ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้ตามสิทธิในการป้องกันตนเอง ซึ่งได้รับการรับรองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ**

ภายหลังจากการแพร่กระจายของข่าวการโจมตี ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้พุ่งสูงขึ้นทันที โดย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงระดับสากล ทะยานขึ้นมากกว่า 7% ไปแตะที่ระดับ 111.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 16.52 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 4% มาอยู่ที่ 100.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เคยออกมาข่มขู่ก่อนหน้านี้ว่าจะพุ่งเป้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเป็นการตอบโต้หลังจากอิสราเอลได้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดใส่โรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติในอิหร่าน

ทางด้านบริษัท กาตาร์เอนเนอร์จี (QatarEnergy) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศ ได้เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ได้มีการระดมทีมฉุกเฉินเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่นิคมฯ ราส ลัฟฟาน อย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต่อมาในภายหลัง กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ได้แถลงยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงในพื้นที่ดังกล่าวไว้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว

ทั้งนี้ กาตาร์ได้ประกาศระงับการผลิตก๊าซ LNG มาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่านในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน และนิคมอุตสาหกรรมเมซาอีด (Mesaieed Industrial City) โดยกาตาร์ถือเป็นผู้ส่งออกก๊าซ LNG รายใหญ่อันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา และครองส่วนแบ่งการส่งออกเกือบ 20% ของโลก ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler

การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจซ้ำเติมวิกฤตการขาดแคลนพลังงานทั่วโลก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามอิหร่าน ปัจจุบันการเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก เนื่องจากการโจมตีเรือสินค้าโดยอิหร่าน โดยช่องแคบแห่งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญที่สุดสำหรับการขนส่งน้ำมัน ซึ่งในสภาวะปกติจะมีน้ำมันดิบไหลผ่านถึง 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก

นักวิเคราะห์จาก Citigroup ได้ระบุในรายงานฉบับล่าสุดที่ส่งถึงลูกค้าเมื่อวันพุธว่า หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นวงกว้างและช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดเป็นเวลานาน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งสูงขึ้นไปเฉลี่ยที่ระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาสที่สองและสามของปีนี้

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...