โอมานชี้สหรัฐ-อิหร่านเกือบปิดดีลได้ แต่ทรัมป์ “หลงกลอิสราเอล” ทำทุกสิ่งพินาศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่านายบาดร์ อัลบูไซดี รมว.การต่างประเทศโอมาน เขียนบทความลงในนิตยสาร "ดิ อีคอนอมิสต์" ของสหราชอาณาจักร กล่าวถึงสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน "คือหายนะ" พร้อมทั้งวิจารณ์รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่า "สูญเสียการควบคุมนโยบายต่างประเทศของตนเองไปแล้ว"
อัลบูไซดีกล่าวว่า สหรัฐและอิหร่าน "จวนเจียนจะบรรลุข้อตกลงที่แท้จริง" เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ถึง 2 ครั้งในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ครั้งแรกคือเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว แต่กระบวนการในครั้งนั้นยุติโดยปริยาย ด้วยการที่อิสราเอลและสหรัฐโจมตีอิหร่าน
ส่วนครั้งที่สอง คือการเจรจาทางอ้อมที่โอมานเป็นคนกลาง จัดที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. และรอบที่สาม เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม อัลบูไซดีกล่าวว่า "เป็นเรื่องที่น่าตกใจแต่ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อในวันที่ 28 ก.พ. หรือเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการเจรจารอบล่าสุดจบไป อิสราเอลและสหรัฐเปิดฉากโจมตีทางทหารที่ผิดกฎหมายอีกครั้ง เพื่อทำลายสันติภาพที่กำลังจะเป็นไปได้จริง
ขณะเดียวกัน อัลบูไซดีตำหนิ "ผู้นำอิสราเอล" โดยไม่ได้เอ่ยชื่อ ที่หว่านล้อมจนทรัมป์เชื่อว่า "อิหร่านจะยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขทันที" หลังการโจมตีและหลังการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แต่กลับกลายเป็นว่า การเสียชีวิตของคาเมเนอีคือชนวนเหตุทำให้สงครามยิ่งลุกลามบานปลาย
อัลบูไซดีทิ้งท้ายว่า "การคำนวณอันผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐ คือการปล่อยให้ตัวเองถูกดึงเข้าสู่สงครามครั้งนี้ตั้งแต่แรก" พร้อมย้ำว่า มิตรประเทศของอเมริกามีหน้าที่ต้องพูดความจริงว่า สหรัฐ "ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง" หรือมีจุดยืนที่มั่นคง ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศอีกต่อไป.
เครดิตภาพ : AFP