คลังเผยลดภาษีน้ำมันสรรพสามิต 1 บาท รัฐสูญรายได้เดือนละ 2,800 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการพยุงราคาน้ำมันในช่วงที่ราคาผันผวน จากสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง โดยหนึ่งในแนวทางหลัก คือ การใช้กลไกลดภาษีน้ำมันสรรพสามิต หากการพยุงราคาน้ำมันด้วยกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถึงขีดจำกัดแล้ว
สำหรับการลดภาษีน้ำมันสรรพสามิต ไม่ว่าจะเป็นดีเซล หรือเบนซิน ทุกๆ 1 บาท/ลิตร จะส่งผลให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้ 2,800 ล้านบาท/เดือน และยอมรับว่าจะส่งผลให้ปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 578,200 ล้านบาท
“ภาษีน้ำมันสรรพสามิต เป็นภาษีหลักที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้เข้ารัฐสูงสุด หากมีการปรับลดภาษีน้ำมัน จะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนต.ค.68-ก.พ.69 จัดเก็บรายได้ภาษีน้ำมันแล้วกว่า 1.03 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.14%“
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง ศึกษาแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อรองรับหากกลไกพยุงราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันถึงขีดจำกัดแล้ว รวมถึงแนวทางการออกพ.ร.ก. เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ สำหรับเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน รวมทั้งการศึกษาออกภาษีลาภลอยโรงกลั่น ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการสามารถเดินหน้าได้ทันที
เนื่องจากขณะนี้ในช่วงรัฐบาลรักษาการนั้น ยังคงมีข้อจำกัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ ขณะเดียวกกัน ยังได้สั่งการให้ศึกษามาตรการดูแลประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งธุรกิจ
“เราได้สั่งการให้กระทรวงการคลังศึกษาแนวทางบรรเทาผลกระทบไว้ทุกทาง รวมทั้งโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ในช่วงรัฐบาลรักษาการ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม ยืนยันว่า ฐานะการคลังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตยังเกินเป้าอยู่“
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสสามิต 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.68-ก.พ.69) กรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บรายได้แล้วกว่า 234,053 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 8.28% และสูงกว่าเป้าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 4,623 ล้านบาท คิดเป็น 2.02%
สำหรับ 5 อันดับภาษีที่จัดเก็บรายได้สูงสุด ได้แก่
- ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 103,605 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 3,044 ล้านบาท คิดเป็น 3.03%
- ภาษีรถยนต์ 25,921 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 504 ล้านบาท คิดเป็น 1.98%
- ภาษีเบียร์ 38,979 ล้านบาท ต่ำกว่ากว่าประมาณการ 514 ล้านบาท คิดเป็น -1.30%
- ภาษีสุรา 27,034 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1,307 ล้านบาท คิดเป็น 5.08%
- ภาษียาสูบ 21,256 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 202 ล้านบาท คิดเป็น 0.96%