ธรรมนัส เปิดใจ ไม่ใช่ฝ่ายคอย ลั่นกธ.โตไวจนน่ากลัว มีเวลามากกว่านี้ สส.ทะลุร้อย
ธรรมนัส เปิดใจหลังนั่งหัวหน้าพรรค เผยกล้าธรรมโตไวจนน่ากลัว โวหากมีเวลาเตรียมเลือกตั้งมากกว่า 28 วัน สส.ทะลุร้อยแน่ ลั่นไม่ใช่ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย ยันมีศักดิ์ศรี ขอเดินหน้าฝ่ายค้านเต็มที่
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 เม.ย.2569 ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวบนเวทีภายหลังได้รับเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารพรรควันนี้ จริงๆ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคมา 2 ปีกว่าแล้ว และบ่นกับตนเกือบทุกวันว่า เมื่อไหร่ผู้กองจะมาเป็นสักที
มันก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมานั่งตรงนี้เพื่อนำทัพพรรคกล้าธรรม ในการทำหน้าที่ สส. หรือเป็นสถาบันการเมืองที่เป็นความหวังของคนไทย ขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 21 คน แต่ละคนมาจากแต่ละภูมิภาค ผ่านกระบวนการการรับรองมาแบบถูกต้องตามกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวนี้ไม่มีบ่าว ไม่มีนาย ที่นี่มีแต่พี่กับน้องเท่านั้น ก่อนที่ตนจะตัดสินใจ ไม่มีระบบเผด็จการ ไม่ตัดสินใจคนเดียวเด็ดขาด ยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงกก.บห.นี้ ไม่ได้หมายความว่า นางนฤมลไม่ดี หรือชุดเก่าไม่ดี
การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพรรคกล้าธรรม ถ้าเป็นสาวก็คงบอบช้ำหมดแล้ว กว่าจะได้แต่งงานเพราะถูกโจมตีมาตลอดในหลายเรื่อง หลายประเด็น แต่ท้ายที่สุด คือ พรรคเราโต ได้ สส.เขต 56 เขต และถ้ามองวันนั้นเราไม่ได้ล้มช้าง แต่น่าจะล้มอะไรที่ใหญ่กว่าช้าง วาฬ ถ้าเป็นลูกชายตนก็บอกว่า คราเคน เป็นปลาหมึกยักษ์ และถ้าเราลงลึกไปแถวสอง มี 45 คนที่แพ้หลักร้อย
“ถ้ามีเวลามากกว่า 28 วัน เราน่าจะมาเป็น 100 คน และถ้าเจาะลึกลงไปอีกแถวสาม ซึ่งคะแนนหลักหมื่นอีกประมาณ 30 คน รวมแล้ว 130 กว่าคน เราไม่รู้ว่าให้อาหารจนน้ำหนักมากเกินไป โตไวจนน่ากลัว แต่การเลือกตั้งมันผ่านมาแล้ว” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สิ่งที่ตนภาคภูมิใจคือ การทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วงหารือ กระทู้ หรืออภิปราย พรรคเรามี สส.หน้าใหม่ที่สามารถเป็นดาวสภาได้ เวลาพูดมีหลักการ มีจังหวะ เรามาทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเราก็ทำได้ การเป็นนักการเมืองต้องถนัดทุกอย่าง
เราอยู่ฝ่ายนักบริหารนานเกินไป ตนอยู่ตั้งแต่ปี 62 จนถึงต้นปี 69 หลายปี อาจจะไม่ชินกับการเป็นฝ่ายค้าน แต่นักการเมืองต้องมีหลักการ ตนก็มีหลักการของตน ซึ่งหลังจากได้รับการยืนยันว่าเป็นฝ่ายค้านแน่นอนแล้ว เราก็ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและข้าราชการ
อย่างยุคนี้ระวังชัดเจนว่า สถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้เป็นอย่างไร สถานการณ์เศรษฐกิจเป็นอย่างไร ความเดือดร้อนประชาชนเป็นอย่างไร เรานำเสนอได้ว่ารัฐควรทำเรื่องไหน หรือไม่ควรทำเรื่องไหน แต่หากนำเสนอแล้วและไม่ทำ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือตรวจสอบของการทำงานของรัฐบาล นั่นคือหน้าที่ของเรา
“เราจะไม่เอาเรื่องส่วนตัว เราจะไม่เอาความแค้นส่วนตัวว่า ใครเคยรักกัน ไม่รักกันแล้ว ทำไมไม่ใช้บริการเรา มาเป็นเงื่อนไขในการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอย่างเด็ดขาด เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายแค้น นักวิชาการหลายคนให้ความเห็นว่าเป็นฝ่ายคอย แต่จริงๆ มันไม่ใช่
เรามีศักดิ์ศรีของการเป็นนักการเมือง โดยเฉพาะผม ไม่ได้มาในการเมือง ผมโตมากับการเป็นพรรคพวกพี่น้อง เพื่อนฝูง ช่วยเหลือกัน มาถึงจุดนี้ เราจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้ดีที่สุด”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขณะนี้ภัยธรรมชาติน่ากลัว ภัยจากมนุษย์ ภัยเศรษฐกิจ สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่สงคราม แต่คือการบริหารประเทศที่ผิดทาง ซึ่งสำคัญ ดังนั้น เราในฐานะฝ่ายค้าน เราไม่มองแต่เรื่องความแค้นส่วนตัวโดยไม่คำนึงความเดือดร้อนของประชาชนเด็ดขาด เศรษฐกิจแย่ สังคมโลกก็ทะเลาะกัน ในประเทศทะเลาะกันอีก มันจะยุ่งกันใหญ่
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อยากให้พวกเรารักกัน สามัคคีกัน และเดินไปด้วยกัน ตนไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวัง ยามต่อสู้ก็สู้ให้มันสุดๆ สู้ให้มันชนะ เชื่อว่านักการเมืองไม่มีใครบ้าเท่าตน บ้าเวลาลูกน้องสู้ สู้ให้สุดๆ ผลจะแพ้หรือชนะเราคือพี่น้องกัน เราไม่โทษ เราไม่โกรธ เรายังอยู่ที่ครอบครัวเดียวกัน
ดังนั้น วันนี้ขอให้กก.บห.ชุดใหม่ ได้ทำหน้าที่ให้ดีสมกับที่ประชาชนในพื้นที่เลือกเรา หลังจากวันนี้เราจะเดินในแบบพรรคกล้าธรรม เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากพี่น้องหลายพรรคว่า อยากมาอยู่กับครอบครัวกล้าธรรม วันนี้ยืนยันอีกครั้งจะนำพรรคไปสู่จุดหมายปลายทาง นำไปสู่การได้ สส.มากที่สุด และตอบสนองประชาชนให้ได้มากที่สุด จึงขอให้ทุกคนไปด้วยกัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธรรมนัส เปิดใจ ไม่ใช่ฝ่ายคอย ลั่นกธ.โตไวจนน่ากลัว มีเวลามากกว่านี้ สส.ทะลุร้อย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th