โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แนะยึดหลัก “ชูชีพ-กฎ-งดดื่ม” ลดปัญหาจมน้ำ หากพบคนกำลังจมน้ำ ใช้สูตร”ตะโกน โยน ยื่น”

เดลินิวส์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เล่นน้ำต้องระวัง สถิติจมน้ำเดือน เม.ย.สูงมาก แนะยึดหลัก “ชูชีพ-กฎ-งดดื่ม” กรมควบคุมโรคแนะกรณีพบคนกำลังจมน้ำ ใช้สูตร

หน้าร้อน การลงเล่นน้ำคลายร้อนมีมาก และพบปัญหาเสียชีวิตจากการจมน้ำในจำนวนมากแต่ละปี กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยถึงสถานการณ์การจมน้ำของประเทศไทย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ (13 – 15 เมษายน) มีผู้เสียชีวิต รวม 45 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 15 ราย สูงกว่าช่วงปกติถึง 1.5 เท่า สาเหตุลงเล่นน้ำแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่สวมเสื้อชูชีพ ขาดความรู้และทักษะความปลอดภัยทางน้ำ ระบุผู้บาดเจ็บรุนแรงจากการจมน้ำมีการดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง 25% มากกว่าช่วงปกติถึง 1.8 เท่า

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559 – 2568) พบว่าในเดือนเมษายนมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยปีละ 334 ราย หรือวันละกว่า 11 ราย ขณะที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน มีผู้เสียชีวิตรวม 45 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 15 ราย สูงกว่าช่วงปกติถึง 1.5 เท่า และข้อมูลจากระบบรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ (Drowning Report) ในช่วงปี 2564 – 2568 พบว่า สาเหตุการจมน้ำในช่วงสงกรานต์เกิดจากการเล่นน้ำมากที่สุด 60%

แหล่งน้ำที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และเกือบทั้งหมดของผู้ประสบเหตุไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ขาดความรู้และทักษะความปลอดภัยทางน้ำ รวมถึงการช่วยเหลือคนตกน้ำ จมน้ำที่ถูกต้อง ซึ่งหลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 58.3% ขณะที่อีก 24.3% ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นอกจากนี้ ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ (Injury Surveillance) ยังพบว่าผู้บาดเจ็บรุนแรงจากการจมน้ำมีการดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง 25% ซึ่งมากกว่าช่วงปกติถึง 1.8 เท่า

นพ.ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม กล่าวว่า เพื่อป้องกันการสูญเสีย กรมควบคุมโรคได้แนะนำให้ประชาชนยึดหลัก “ชูชีพ-กฎ-งดดื่ม” กล่าวคือ 1) สวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง เมื่อโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ 2) ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยทางน้ำอย่างเคร่งครัด (เช่น เล่นน้ำในบริเวณที่กำหนด ไม่ลงไปตรงจุดเสี่ยง ไม่เล่นน้ำบริเวณที่มีธงแดง คลื่นลมแรง ป้ายเตือน ไม่เล่นน้ำตามลำพัง ไม่กระโดดลงน้ำ) 3) หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างทำกิจกรรมทางน้ำหรือเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ พร้อมเน้นย้ำให้แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เพียงพอ รวมถึงกำหนดมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลคนตกน้ำจมน้ำ แนะนำให้ยึดหลัก "ตะโกน โยน ยื่น" คือ วิธีการช่วยคนตกน้ำที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด เพื่อป้องกันผู้ช่วยจมน้ำไปด้วย โดยมีขั้นตอน คือ 1) ตะโกน บอกให้คนอื่นช่วยและโทร 1669 เพื่อแจ้งพิกัดและอาการผู้ประสบภัย 2) โยน วัตถุลอยน้ำใกล้ตัว เช่น แกลลอนเปล่า ห่วงยาง โดยครั้งละหลาย ๆ ชิ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประสบภั้ยจะเกาะได้ และ 3) ยื่น ไม้ ผ้า หรือเชือก ให้คนตกน้ำจับ ห้ามกระโดดลงไปเองหากไม่ชำนาญ

ข้อควรระวังสูงสุด คือ ห้ามกระโดดลงไปช่วยโดยเด็ดขาดหากไม่มีประสบการณ์ เพราะผู้ประสบภัยจะตื่นตระหนกและกอดรัดคุณจนจมน้ำไปด้วยกัน และห้ามอุ้มคนจมน้ำพาดบ่าหรือกระทุ้งท้อง เพราะทำให้น้ำที่อาจมีเศษอาหารไหลเข้าปอดและเสียชีวิตได้ หากช่วยขึ้นมาได้แล้ว ให้จัดท่านอนราบ ตะแคงหน้า เพื่อให้น้ำออกจากปาก หากหายใจเองไม่ได้ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้ทำ CPR โดยการกดหน้าอกความเร็วประมาณ 100-120 ครั้งต่อนาที กด 30 ครั้ง สลับเป่าปาก 2 ครั้ง (หรือกดหน้าอกอย่างเดียวหากไม่ชำนาญ) จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง

เมื่อพบคนตกน้ำ/จมน้ำ ให้รีบโทรแจ้ง 1669 (สายด่วนกู้ชีพ ฟรี 24 ชม.) ทันที บอกสถานที่ อายุ อาการผู้ป่วย (หมดสติ/ไม่หายใจ) และเบอร์ติดต่อกลับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...