โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชู “หุ้นพลังงานสะอาด” (Clean Energy)” อนาคตของโลก... โอกาสลงทุนฝ่ายุค “น้ำมันแพง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 10.17 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?…“หุ้นพลังงานสะอาด” (Clean Energy) กลับมาอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง หลัง “สงคราม” ผลักราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ Clean Energy” ไม่ Perform เท่าไรนัก เพราะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “หุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตตาม AI” (AI-Driven Infrastructure) ที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจาก “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ในรอบที่ผ่านมา
แต่นี่คือหนึ่งในMegatrend” ของโลกการลงทุนที่ปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าDonald Trump” จะ No Green ก็ตาม แต่โลกยังต้องการหุ้นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างClean Energy”
ในปี2026 ถือว่าอยู่ในช่วง "จุดเปลี่ยนสำคัญ" หลังจากผ่านพ้นช่วงความไม่แน่นอนทางนโยบายและแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูงในช่วงก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปีที่ “ปัจจัยพื้นฐาน” (Fundamental) จะกลับมาขับเคลื่อนราคาหุ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง
โดยเฉพาะใน “ยุคน้ำมันแพง” ทำให้โลกตื่นตัวในเรื่องนี้อีกครั้งและกลายเป็นอีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจ
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นพลังงานสะอาด” (Clean Energy) ที่น่าสนใจมาฝากกัน

เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นพลังงานสะอาด"…โอกาสลงทุนฝ่ายุค "น้ำมันแพง"

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น”ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund” ทั้ง 4 กอง โดยเน้นลงทุน“ทั่วโลก” 2 กอง และเน้นลงทุนใน “จีน” อีก 2 กอง ที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย
- “FP SENERGY-A: กองทุนเปิด เฟิร์ส พลัส สมาร์ท เอนเนอร์จี้ อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.เฟิร์ส พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงเกี่ยวกับการจัดหาเทคโนโลยีสำหรับการผลิตพลังงานสะอาด การกระจายแหล่งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการพลังงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญของการลงทุนแบบ Smart Energy หรือพลังงานอัจฉริยะ รวมถึงบริษัทที่จัดตั้งขึ้นหรือมีกิจกรรมทางธุรกิจโดยส่วนใหญ่ในกลุ่มเศรษฐกิจที่โตเต็มที่ (ตลาดที่พัฒนาแล้ว) และกลุ่มเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา (ตลาดเกิดใหม่) รวมทั้งบริษัทที่มีการยกระดับด้านความยั่งยืน
ผ่านกองทุนหลัก ‘Robeco Capital Growth Funds – Robeco Smart Energy Class I USD’ ที่บริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 28 ก.พ. 26) มีการการกระจายลงทุนใน 3 ภูมิภาคมากสุด ประกอบไปด้วย

  • America 9%

  • Europe 9%

  • Asia 2%

“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Electrical Equipment 34.4%,2) Semiconductors & Semiconductor Equipment 25.8%,3) Electronic Equipment, Instruments & Components 6.4%,4) Communications Equipment 6.2% และ5) Electric Utilities 6.0% ตามลำดับ”

- ถัดมาเป็น P-CGREEN: กองทุนเปิดฟิลลิป ไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ ของบลจ.ฟิลลิป เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นจีน” ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5 กลุ่ม คือ กลุ่มพลังงานทางเลือก (Alternative Energy), การพัฒนาและการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน(Sustainable Water), การออกแบบอาคารที่ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green Building), การป้องกันมลพิษ (Pollution Prevention) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)
ผ่านกองทุนหลัก ‘KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Krane Funds Advisors, LLC
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 2 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน “หุ้นจีน” เป็นหลัก โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • LI AUTO INC-CLASS A 01%

  • BYD CO LTD-H 74%

  • XPENG INC - CLASS A SHARES 63%

  • CONTEMPORARY AMPEREX TECHN-A 68%

  • NIO INC-CLASS A 31%

- มาต่อกันด้วย MRENEW-A: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่รับเงินปันผล ของบลจ.เอ็มเอฟซี เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่มีการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน (sustainable energy companies) ทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘BGF Sustainable Energy Fund’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg)S.A.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 28 ก.พ. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ได้แก่

  • สหรัฐอเมริกา 58%

  • ฝรั่งเศส 28%

  • สหราชอาณาจักร 82%

  • อิตาลี 82%

  • โปรตุเกส 32%

“โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Other 35.99%,2) Energy Storage & Infrastructured 20.13%,3) Industrial Efficiency 15.42%,4) Renewable Energy Technology 13.16% และ 5) Automotive & Sustainable 11.97% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย TCHCLEAN: กองทุนเปิด ทิสโก้ China Clean Energy” ของบลจ.ทิสโก้ เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “Solactive China Clean Energy Net Total Return” ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลการดําเนินงานของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดในประเทศจีน ผ่านกลยุทธ์การลงทุน Physical และ Synthetic Replication Strategy เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว
ผ่านกองทุนหลัก Global X China Clean Energy ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limited
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 1 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน “หุ้นจีน” เป็นหลัก โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • SIEYUAN ELECTRIC 9.06%

  • CHINA YANGTZE POWER 8.58%

  • NAURA TECHNOLOGY GROUP 7.91%

  • LONGI GREEN ENERGY TECHNOL 7.20%

  • SUNGROW POWER SUPPLY CO LT 6.93%

สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่มีโอกาสได้รับทั้ง “ผลตอบแทน” และ “รักษ์โลก” ไปพร้อมๆ กัน เชื่อว่ากลุ่ม “หุ้นพลังงานสะอาด” (Clean Energy) จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วง “สงคราม” ที่ผลักให้ “ราคาน้ำมัน” กลับมาทรงตัวในระดับสูงอีกครั้ง “พลังงานทางเลือก” ก็ยิ่งกลับมามีความสำคัญมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...