โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โอกาสจากฤดูประกาศงบ ตลาดฟื้น แต่ยังไปได้ไม่ไกล

ทันหุ้น

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 23.00 น.

#ทันหุ้น-ข้อมูลจาก ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวหลังความตึงเครียดจากสงครามเริ่มผ่อนคลาย แม้การเจรจายังไม่จบ แต่ตลาดมองว่าความเสี่ยงด้านลบส่วนใหญ่สะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว ประกอบกับช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งต้นทุนพลังงานยังไม่กดดันมากนัก ช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นให้ยังดูเป็นบวก อย่างไรก็ตามตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “เช็กความจริง” เพราะต้นทุนพลังงานที่ยังสูง มีแนวโน้มเริ่มถูกส่งต่อมายังต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งตั้งแต่ไตรมาส 2 และจะเห็นชัดขึ้นในไตรมาส 3 ทำให้โอกาสที่ตลาดจะขึ้นแรงยังจำกัด โดยประเมินกรอบดัชนี SET แถว 1,550 จุด

จากช่วงคาดหวัง สู่ช่วงดูผลจริง

เมื่อสินค้าคงคลังรอบใหม่เริ่มสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ตลาดจะให้ความสำคัญกับ “ผลกระทบจริงต่อกำไร” มากกว่าความคาดหวังในอนาคต ส่งผลให้กลยุทธ์การลงทุนควรเน้น เลือกหุ้นเป็นรายตัว โดยมองหาบริษัทที่กำไรยังเติบโตหรือฟื้นตัวได้ดี และได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานไม่มาก

กำไรไตรมาส 1 ยังโต แต่ไม่เท่ากันทุกกลุ่ม

กำไรสุทธิของตลาดในไตรมาส 1 ปี 2569 คาดเติบโตราว 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 26% เทียบไตรมาสก่อน แรงหนุนหลักมาจาก ธุรกิจสื่อสารและอินเทอร์เน็ตความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ค่าการกลั่นและส่วนต่างปิโตรเคมีที่ดีขึ้น รวมถึงกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่และรายได้จากโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ในทางกลับกันบางกลุ่มยังถูกกดดัน เช่น ธนาคารจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง และกลุ่มอาหารจากราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับลง

ใครโดนต้นทุน ใครยังรับมือได้

ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

  • กลุ่มแรก คือกลุ่มที่โดนผลกระทบทันที เช่น สายการบิน ขนส่ง และโรงไฟฟ้าบางประเภท ซึ่งมีต้นทุนเชื้อเพลิงสูง
  • กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ผลกระทบจะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น เครื่องดื่ม ค้าปลีกสินค้าไม่จำเป็น วัสดุก่อสร้าง ท่องเที่ยว และอาหารสัตว์เลี้ยง
  • กลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มที่ยังรับมือได้ดี หรือได้ประโยชน์ เช่น ปิโตรเคมีจากภาวะสินค้าขาดตลาด นิคมอุตสาหกรรมที่ยังได้แรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติ กลุ่มสื่อสารที่รายได้สม่ำเสมอ และโรงพยาบาลที่ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยต่างชาติกลับมา

ประมาณการกำไรตลาดสะท้อนอะไรไปแล้ว

ในเดือนเมษายน การคาดการณ์กำไรของตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่กลุ่มที่ต้นทุนพลังงานสูง หรือพึ่งพากำลังซื้อในประเทศ เช่น สายการบิน ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และการเงิน เริ่มถูกปรับมุมมองลง

มุมมองและโอกาสลงทุน

ท่ามกลางความผันผวน ทีม Wealth Research มองว่าโอกาสยังอยู่ในกลุ่มที่กำไรมีทิศทางชัด และได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานต่ำ โดยเน้น 5 กลุ่มหลัก พร้อมหุ้นเด่น ได้แก่

  • กลุ่มปิโตรเคมี ที่ได้ประโยชน์จากสินค้าขาดตลาด เช่น PTTGC, IVL
  • กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและดาต้าเซ็นเตอร์ จากการลงทุนภาครัฐและต่างชาติ เช่น GULF, GUNKUL, TRUE, WHA, WHAUP
  • กลุ่มค้าปลีกในประเทศที่แข็งแกร่ง มีอำนาจตั้งราคา และได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ เช่น CPN, CPALL
  • หุ้นปันผลสูง ธุรกิจมั่นคง จากกลุ่มบริหารความมั่งคั่ง เช่น KTB
  • หุ้นที่ราคาลงแรงเกินพื้นฐาน และมีโอกาสฟื้นหลังความตึงเครียดคลี่คลาย เช่น BH, ITC
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...