‘ดาวโจนส์’ ปิดบวกเล็กน้อย 56.09 จุด วิตกเงินเฟ้อสูง-สงครามอิหร่านยืดเยื้อ
The Bangkok Insight
อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 01.32 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 01.32 น. • The Bangkok Insightตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (12 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 56.09 จุด หลังเงินเฟ้อสหรัฐสูงเกินคาด ขณะนักลงทุนกังวลสงครามอิหร่านยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง กดดันเฟดชะลอลดดอกเบี้ย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,760.56 จุด เพิ่มขึ้น 56.09 จุด หรือ 0.11% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,400.96 จุด ลดลง 11.88 จุด หรือ 0.16% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,088.20 จุด ลดลง 185.92 จุด หรือ 0.71%
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากเพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมี.ค. และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566
การพุ่งขึ้นของดัชนี CPI สะท้อนผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้อุปทานน้ำมันชะงักงัน และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จนก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยตลาดกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้อจะยิ่งผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ล่าสุด เครื่องมือเฟดวอตช์ของซีเอ็มอี บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 30.5% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 21.5% ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.)
ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 51 ต่อ 45 รับรองนายเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด และอาจมีการประชุมอีกครั้งในวันนี้ (13 พ.ค.) เพื่อลงมติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดแทนนายเจอโรม พาวเวล ซึ่งจะหมดวาระในวันที่ 15 พ.ค.นี้
นักวิเคราะห์จากอินฟราคัป ระบุว่า แม้เควิน วอร์ช ต้องการลดอัตราดอกเบี้ย แต่จากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ พร้อมมองว่าเงินเฟ้อจะไม่ชะลอตัว เว้นแต่ราคาน้ำมันจะปรับลดลง
ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 ยังไม่มีแนวโน้มยุติในระยะใกล้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังอยู่ในภาวะเปราะบาง
พร้อมปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องให้สหรัฐ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตร และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน
หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนีเอสแอนด์พี 500 โดยลดลง 1.06% และ 1% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.93% และ 1.56% ตามลำดับ
นักลงทุนยังจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่จะมีขึ้นในกรุงปักกิ่ง วันที่ 14-15 พ.ค. เพื่อหารือประเด็นต่าง ๆ รวมถึงภาษีศุลกากร ความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน ความเป็นไปได้ที่จีนจะเข้ามามีบทบาทในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน และการขยายข้อตกลงการค้าแร่หายาก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อิหร่าน' ย้ำสิทธิควบคุม 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ห้ามผ่านถ้าไม่ได้รับอนุญาต
- 'ทรัมป์' เล็งพิจารณา 14 ข้อเสนอใหม่อิหร่าน แต่ไม่มั่นใจบรรลุดีล
- 'ซีเรีย' ผงาดทางผ่านพลังงานใหม่ หลัง 'ช่องแคบฮอร์มุซ' แทบถูกปิด
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg