แอนท์ ส่ง AI บุก SME ทั่วโลก ทลายกำแพงด้านต้นทุน
แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ชูบทบาทการทำให้ AI เข้าถึงได้สำหรับทุกคน พร้อมเสริมสร้างความไว้วางใจในรายงานความยั่งยืนปี 2025
วันที่ 12 พฤษภาคม 2026 - แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี2025 ซึ่งนับเป็นฉบับที่ 2 นับตั้งแต่บริษัทเริ่มดำเนินงานอย่างอิสระ
ปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล นำตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการประเมินผลการดำเนินงานของผู้บริหาร โดยเอริค จิง ประธานของแอนท์ กรุ๊ป และแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ความรับผิดชอบต้องอยู่ในโครงสร้างการดำเนินงานขององค์กร ไม่ใช่เป็นเพียงเป้าหมายในอุดมคติ เมื่อผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนมีความสำคัญเทียบเท่ากับการเติบโตของรายได้หรือประสิทธิภาพในการดำเนินงาน องค์กรก็จะสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้ เช่นเดียวกับระบบเศรษฐกิจโดยรวม”
ภายใต้กรอบความยั่งยืน 6Ts ของบริษัท ได้แก่ การเดินทาง (Travel) การค้า (Trade) ความมุ่งมั่น (Thrive) เทคโนโลยี (Tech) บุคลากร(Talent) และ ความไว้วางใจ (Trust) การเข้าถึงอย่างทั่วถึง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ
เผิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และดักลาส ฟินนิแกน ประธานบริษัทกล่าวว่า ความสำเร็จของเราขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและตลาดเกิดใหม่สามารถเติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี การสร้างคุณค่าทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคม คือจุดแตกต่างเชิงกลยุทธ์ของแอนท์ได้แก่
- Alipay+ และ Antom ซึ่งเป็นธุรกิจหลักด้านการชำระเงินระดับโลกของบริษัท ปัจจุบันเชื่อมต่อบัญชีผู้ใช้กว่า 2 พันล้านบัญชีกับร้านค้ากว่า 150 ล้านแห่งทั่วโลก ระบบนิเวศด้านการชำระเงินดังกล่าวเชื่อมต่อระบบ QR ระดับชาติกว่า 10 ระบบ และรองรับวิธีการชำระเงินมากกว่า 300 รูปแบบในกว่า 220 ตลาด ครอบคลุมทั้งเครือข่ายบัตรชำระเงินทุกประเภท กระเป๋าเงินดิจิทัล แอปธนาคาร และแอปBNPL กว่า 50 รายการ
- นอกเหนือจากบริการชำระเงินแล้วWorldFirst และ Bettr ซึ่งเป็นบริการบัญชีระดับโลกและบริการการเงินแบบฝังตัวของบริษัท ยังสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กกว่า 1.6 ล้านราย และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ใช้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินกว่า30 ล้านรายเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยผสานเทคโนโลยี AI และบล็อกเชนเข้ามาใช้งาน
- ตัวชี้วัดด้านการเข้าถึงอย่างทั่วถึงยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนวัตกรรมสำคัญต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เช่น เครื่องมือ AI Commerce และระบบชำระเงินอัจฉริยะที่ออกแบบให้เหมาะกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กมากขึ้น แพลตฟอร์ม AI-as-a-Service สำหรับตลาดเกิดใหม่ และโซลูชัน EPOS SME AI สำหรับผู้ประกอบการ
“เราจะเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบและสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้าง มั่งคั่ง และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น”
ในปี 2025 การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญภายใต้กรอบ 6T ได้แก่
1. การทำให้ AI ด้านการเงินเป็นสิ่งสาธารณะ (Democratizing Financial AI)
บริษัทมุ่งหวังให้ตลาดเกิดใหม่เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล ผ่านโซลูชัน FinAI-as-a-Service เช่น:
- Antom Copilot 2.0: ระบบอัตโนมัติที่ดูแลตั้งแต่การเชื่อมต่อระบบไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง
- GenAI Cockpit: ชุดเครื่องมือที่ช่วยให้พันธมิตรฟินเทคอย่าง TNG eWallet (มาเลเซีย) และ easypaisa (ปากีสถาน) พัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะของตนเองได้
- AI Forecasting: โซลูชันคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนที่มีความแม่นยำสูงถึง 93% ช่วยลดความเสี่ยงในตลาดค่าเงินที่ผันผวน
2. ยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่น (Compliance & Trust Technology)
ภายใต้สภาวะภัยคุกคามไซเบอร์ที่ซับซ้อน แอนท์ฯ ได้เปิดตัวโมเดล SHIELD 3-in-1 Transformer ที่มีพารามิเตอร์สูงถึง 7,000 ล้านรายการ สามารถตรวจจับธุรกรรมเสี่ยงสูงได้แม่นยำกว่า 95% พร้อมกันนี้ยังได้สร้าง Digital Wallet Guardian Partnership เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการป้องกันการฉ้อโกงแก่พันธมิตรทั่วโลก ควบคู่ไปกับกลไกการกำกับดูแลความเสี่ยงแบบ 3 ชั้น (Three-layered AML) ที่ยึดมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด
3. พลังดิจิทัลเพื่อสังคม (Digital Social Impact)
การขับเคลื่อนสังคมถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจ ผ่านโครงการที่หลากหลาย อาทิ:
- Alipay+ x New York Liberty: การใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการพัฒนาทักษะเยาวชนและการกุศลในสหรัฐฯ
- Ocean Buddy: การใช้ Gamification ในอินโดนีเซียเพื่อระดมพลังอนุรักษ์ทางทะเล
- 10x1000 Tech for Inclusion: โครงการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลที่สร้างบุคลากรไปแล้วกว่า 9,500 คน โดยกว่าครึ่งเป็นสุภาพสตรี เพื่อลดช่องว่างทางเพศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี