KGIลุ้นฟันโฟลว์กลับครึ่งหลัง ดันดัชนี1,600จุด-ออกDWเพิ่ม
#KGI #ทันหุ้น – KGI ลุ้นฟันโฟลว์หวนกลับ-สงครามคลี่คลาย หนุนหุ้นไทยครึ่งหลังพุ่งแตะ 1,600 จุด แถมเดินหน้าคลอด DW ใหม่ปี 2569 ราว 1,100 ตัว เปิดโอกาสนักลงทุน-เสริมฐานรับทรัพย์ แถมชูจุดแข็งระบบ-การป้องความเสี่ยง ตอกย้ำผู้นำมาร์เก็ตแชร์ 70%
นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า สำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือปี 2569 จากปัจจุบันดัชนียืนอยู่แถว 1,500 จุด (+/-) โดยปัจจัยที่ต้องจับตาคือทิศทางดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ, ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความรุนแรงของสงคราม ซึ่งส่งผลต่อค่าเงิน USD และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield)
*ลุ้นฟันโฟลว์หวนครึ่งหลัง
ทั้งนี้ KGI ประเมินว่า หากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย และ Bond Yield ย่อตัวลง รวมทั้งราคาพลังงานเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น คาดมีโอกาสได้เห็นกระแสให้เงินทุนต่างชาติ (Fund Flow หรือ ฟันด์โฟลว์) ไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย (SET) ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งหากมีแรงซื้อจากต่างชาติเข้ามาเพียงเล็กน้อยก็สามารถผลักดันหุ้นไทยได้ โดยในกรณีที่ดีที่สุด (Best Case) หากกระแสเงินทุนไหลเข้าแรงเหมือนช่วงเดือนตุลาคมในอดีต มีโอกาสที่จะเห็นดัชนีขยับ จาก 1,500 จุด ไปแตะระดับ 1,600 จุดได้
อย่างไรก็ดี จากภาวะตลาดหุ้นไทยที่ผันผวน ทำให้นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์ทิศทาง Fund Flow มากกว่าปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ เนื่องจากภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ได้สะท้อนผ่าน P/E ที่อยู่ในระดับต่ำมาหลายปี
*หุ้นไทยยังเป็นตัวเลือก
“การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างตลาดยังคงเป็นปัจจัยหลัก โดยตลาดหุ้นไทยมี P/E ราว 17 เท่า เทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐที่อยู่ในระดับ 25-30 เท่า แม้หุ้นเทคโนโลยีในต่างประเทศจะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลก แต่ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงควบคู่กับเงินเฟ้อ ข่าวลบเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นแรงขายได้อย่างรุนแรง ส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับมายังตลาดที่มี ความเสี่ยงต่ำกว่า ซึ่งตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก ด้วยระดับ P/E ที่ต่ำและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล ที่น่าสนใจ“
ทั้งนี้ จากการที่ KGI ได้เห็นพฤติกรรมการเก็งกำไรหุ้นไทย ตาม Fund Flow ตั้งแต่ต้นปี เห็นการเก็งกำไรผ่าน Derivative Warrant (DW) โดยเฉพาะ DW ที่อ้างอิงหุ้นขนาดใหญ่และ SET50 ของ KGI หรือ DW13 ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผลักดันให้ KGI DW13 ครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share หรือ มาร์เก็ตแชร์) ในตลาดหุ้นไทยสูงถึง 70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากปัจจุบันที่มีมูลค่าซื้อขายของ DW ในตลาดหุ้นไทยเฉลี่ยราว 2,000 ล้านบาทต่อวัน
ส่วนกลยุทธ์ของนักลงทุน พบว่าในช่วงที่ดัชนีปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1,500 จุด นักลงทุนมักเลือกใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้น เปรียบเสมือน “โล่” สำหรับพอร์ตการลงทุน ขณะที่ในภาวะตลาดแกว่งตัวในกรอบ นักลงทุนจะเน้นการเทรดสลับระหว่าง SET50 Call DW และ Put DW ภายในวันพร้อมตั้งจุด Stop Loss สิ้นวัน เพื่อบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติม
นายเจนวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ KGI DW13 ครองมาร์เก็ตแชร์และได้รับความนิยมสูงสุด ผลมาจากธุรกิจมีจุดแข็งทั้งจากประสิทธิภาพในการดูแลสภาพคล่องโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความแกว่งตัว ผันผวนรุนแรงถึงขั้นวิกฤติ เช่น เหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานและระบบคอมพิวเตอร์ของ KGI สามารถดูแลราคาและสภาพคล่องได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างชัดเจน ตลอดจนมีการป้องกันความเสี่ยงเพื่อป้องกันการขาดทุนและช่วยเพิ่มความสามารถในสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง
*จ่อคลอด DW เพิ่ม
ดังนั้นในปี 2569 KGI ในฐานะผู้ออกภายใต้ซีรีส์ DW13 จึงได้ตั้งเป้าสร้างสถิติใหม่ด้วยการออก DW ประมาณ 1,100 ตัว(เป็นจำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์) แบ่งเป็น DW ที่อิงดัชนีหุ้นไทยราว 20% และ DW อิงราคาหุ้นรายตัวอีก 80% เพื่อรองรับการเติบโตของมาร์เก็ตแชร์และขยายฐานนักลงทุนที่มีกลยุทธ์หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะ เป็น DW อัตราทดสูงเป็นพิเศษ หรือ DW อายุยาว