“ซีอีโอ Saudi Aramco” ยกเลิกประชุมพลังงานโลก รับมือวิกฤตน้ำมัน
"ซีอีโอ Saudi Aramco" และผู้บริหารบริษัทพลังงานรายใหญ่หลายแห่งยกเลิกเข้าร่วมการประชุม CERAWeek ที่สหรัฐ ขณะที่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน-ปิดฮอร์มุซเริ่มกระทบการผลิต
วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 04.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า อามิน นาสเซอร์ บริษัทผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ยกเลิกกำหนดการเข้าร่วมการประชุมพลังงานระดับโลก CERAWeek ที่เมืองฮิวสตัน สหรัฐอเมริกา เพื่ออยู่ในซาอุดีอาระเบียและรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน
โดยปกติแล้ว นาสเซอร์จะเป็นหนึ่งในวิทยากรหลักของการประชุม CERAWeek ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานประชุมด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก จัดโดย S&P Global และเริ่มขึ้นในวันจันทร์ โดยมีผู้บริหารบริษัทพลังงาน เจ้าหน้าที่รัฐบาล และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลกเข้าร่วมเพื่อหารือแนวโน้มตลาดพลังงานโลก
การที่ซีอีโอของ Saudi Aramco ถอนตัวจากงานประชุมครั้งนี้ สะท้อนถึงความรุนแรงของวิกฤตที่บริษัทกำลังเผชิญจากความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน และอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของ Aramco และส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซแทบไม่สามารถใช้งานได้
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และอิหร่านยังคงข่มขู่ว่าจะยกระดับสงคราม โดยมีเป้าหมายโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค โดยทรัมป์ขู่เมื่อวันเสาร์ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก
นอกจาก Saudi Aramco แล้ว ชีค นาวาฟ อัล-ซาบาห์ ซีอีโอของ Kuwait Petroleum Corporation ก็จะไม่เดินทางไปเข้าร่วมงานเช่นกัน แต่จะเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์จากคูเวต
สถานการณ์ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตใหญ่ที่สุดของ Aramco นับตั้งแต่การโจมตีโรงงานน้ำมัน Abqaiq และ Khurais ในปี 2019 และวิกฤตโควิด-19 โดยนาสเซอร์เคยเตือนเมื่อวันที่ 10 มีนาคมว่า หากสงครามอิหร่านยังคงกระทบการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป จะเกิดผลกระทบรุนแรงระดับหายนะต่อตลาดน้ำมันโลก
เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ Aramco ได้ลำเลียงน้ำมันหลายล้านบาร์เรลต่อวันจากชายฝั่งตะวันออกไปยังชายฝั่งตะวันตกของประเทศ เพื่อส่งออกผ่านท่าเรือยานบู (Yanbu) ในทะเลแดง อย่างไรก็ตาม ท่าเรือดังกล่าวต้องหยุดการโหลดน้ำมันชั่วคราวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังเกิดเหตุยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันใกล้เคียง
โรงกลั่น SAMREF ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Aramco และ Exxon ถูกโดรนโจมตีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ขณะเดียวกันอิหร่านยังโจมตีโครงสร้างพลังงานในหลายประเทศอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงโครงการก๊าซ South Pars และโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลว Ras Laffan ของกาตาร์ ซึ่งทำให้กำลังการผลิต LNG ของกาตาร์ประมาณ 17% ต้องหยุดดำเนินการและอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานถึง 5 ปี
ขณะเดียวกันกองทุนความมั่งคั่งแห่งอาบูดาบี Mubadala อาจไม่มีตัวแทนเข้าร่วมงานประชุมครั้งนี้ และยังไม่ชัดเจนว่า สุลต่าน อัล จาเบอร์ ซีอีโอของ ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะเดินทางเข้าร่วมด้วยตนเองหรือไม่
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สงครามในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมพลังงานโลก ผู้นำบริษัทพลังงานรายใหญ่จำนวนมากต้องอยู่ในภูมิภาคเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ถูกโจมตี
อ้างอิง : reuters.com