SACIT ยกระดับ 'นักปั้นหัตถศิลป์ไทย' ลุ้น 'ชุดไทยพระราชนิยม' ขึ้นทะเบียนยูเนสโก
SACIT ยกระดับ ‘นักปั้นหัตถศิลป์ไทย’ ลุ้น ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก
สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) ประกาศทิศทางการขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยประจำปี 2569 อย่างชัดเจน โดยมุ่งยกระดับ “หัตถศิลป์ไทย” จากรากฐานทางวัฒนธรรม สู่การเป็นหนึ่งในภาพลักษณ์สำคัญของประเทศที่สามารถสร้างมูลค่าในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ผสานมิติทางวัฒนธรรม สังคม-สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างสมดุล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT กล่าวว่า งานศิลปหัตถกรรมไทยมิได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ หากแต่ยังเป็น “ทุน” สำคัญของประเทศ ทั้งในเชิงปัญญา สังคม และเศรษฐกิจ ที่สามารถสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และต่อยอดสู่ตลาดโลกได้อย่างมีศักยภาพ การดำเนินงานของ SACIT จึงมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศของหัตถศิลป์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และแนวคิด ESG ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“หัตถศิลป์ไทยสะท้อนภูมิปัญญาของบรรพชน และยังเป็นพลังสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงประเทศไทยสู่เวทีโลกได้อย่างงดงาม” ผู้อำนวยการ SACIT กล่าว พร้อมย้ำถึงบทบาทขององค์กรในการเป็น“นักปั้น” ที่จะผลักดันศิลปิน ช่างฝีมือ และชุมชน ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย SACIT วางกรอบการดำเนินงานผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ วัฒนธรรม สังคม-สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพื่อให้การพัฒนางานหัตถศิลป์ไทยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
มิติด้านวัฒนธรรม: การสืบสานอย่างมีชีวิต
ในฐานะกลไกสำคัญในการรักษารากเหง้าภูมิปัญญา SACIT ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการยกย่องเชิดชูบุคคลต้นแบบ เช่น ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และช่างรุ่นใหม่ เพื่อให้ทักษะเชิงช่างยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ SACIT Symposium 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยเน้นองค์ความรู้ด้านงานเซรามิกและการออกแบบพื้นผิว เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมกับการสร้างสรรค์ร่วมสมัย เวทีนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ทางวิชาการ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนระหว่างนักออกแบบ ช่างฝีมือ และนักวิชาการจากนานาประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าหัตถศิลป์ไทยยังคงมีชีวิตและสามารถสนทนากับโลกได้อย่างสง่างาม
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” สู่เวทีสากล ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการจัดกิจกรรมเผยแพร่ในยุโรป และผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ นอกจากนี้ SACIT ยังเตรียมจัดตั้ง “หอนิทรรศการชุดไทย” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความงามของชุดไทยอย่างครบถ้วน
มิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม : หัตถศิลป์เพื่อคนและโลก
SACIT มองว่างานหัตถศิลป์ต้องไม่หยุดอยู่เพียงการอนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิม แต่ต้องตอบโจทย์สังคมร่วมสมัย ทั้งในด้านความเท่าเทียมและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy) และการผลิตที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ การพัฒนาชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญ โดย SACIT สนับสนุนชุมชนหัตถกรรมทั่วประเทศให้มีศักยภาพทั้งด้านการออกแบบ การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงตลาด ตัวอย่างเช่น ชุมชนหัตถกรรมกกจันทบูร จังหวัดจันทบุรี ที่ได้รับการพัฒนาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นไปจนถึงการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ SACIT ยังใช้หัตถศิลป์เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเปราะบาง เช่น การฝึกทักษะงานหัตถกรรมในเรือนจำ เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพัฒนาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี สะท้อนบทบาทของงานหัตถศิลป์ในฐานะ “พลังทางสังคม” ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ในด้านสิ่งแวดล้อม มีการส่งเสริมโมเดลธุรกิจหัตถศิลป์ที่ยั่งยืน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบท้องถิ่น การลดของเสีย ไปจนถึงการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เช่น งานกระจูด ผ้าย้อมคราม และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
มิติด้านเศรษฐกิจ: สร้างมูลค่า สร้างโอกาส
ในมิติทางเศรษฐกิจ SACIT มุ่งยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการขยายตลาด กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ Craft Bangkok 2026 และงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ซึ่งเป็นเวทีรวบรวมผลงานหัตถศิลป์จากทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภค นักออกแบบ และภาคธุรกิจ ช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานตลาดให้กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน SACIT ยังผลักดันงานออกแบบร่วมสมัยผ่าน SACIT Craft Collection และเวทีประกวดระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักออกแบบจากทั่วโลกเข้ามาต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทยในมุมมองใหม่
ในระดับนานาชาติ SACIT เดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เพื่อเปิดตลาดใหม่และยกระดับภาพลักษณ์ของหัตถศิลป์ไทยให้เป็นสินค้าวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในเวทีโลก
หัตถศิลป์ไทย: มรดกที่มีชีวิตของชาติ
การดำเนินงานของ SACIT ในทั้งสามมิติ สะท้อนถึงการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทย ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับนานาชาติ ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย แต่ยังต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ท้ายที่สุด SACIT ยังเชิญชวนคนไทยร่วมกันสวมใส่ “ชุดไทยพระราชนิยม” อย่างถูกต้อง และเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อแสดงพลังของวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมผลักดันให้ชุดไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรม หากแต่เป็นการยืนยันว่า “หัตถศิลป์ไทย” คือมรดกที่ยังมีชีวิต มีคุณค่า และมีศักยภาพในการก้าวสู่อนาคตอย่างสง่างามในเวทีโลก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SACIT ยกระดับ ‘นักปั้นหัตถศิลป์ไทย’ ลุ้น ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th