โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

SACIT ยกระดับ 'นักปั้นหัตถศิลป์ไทย' ลุ้น 'ชุดไทยพระราชนิยม' ขึ้นทะเบียนยูเนสโก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 08.02 น.

SACIT ยกระดับ ‘นักปั้นหัตถศิลป์ไทย’ ลุ้น ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) ประกาศทิศทางการขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยประจำปี 2569 อย่างชัดเจน โดยมุ่งยกระดับ “หัตถศิลป์ไทย” จากรากฐานทางวัฒนธรรม สู่การเป็นหนึ่งในภาพลักษณ์สำคัญของประเทศที่สามารถสร้างมูลค่าในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ผสานมิติทางวัฒนธรรม สังคม-สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างสมดุล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT กล่าวว่า งานศิลปหัตถกรรมไทยมิได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ หากแต่ยังเป็น “ทุน” สำคัญของประเทศ ทั้งในเชิงปัญญา สังคม และเศรษฐกิจ ที่สามารถสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และต่อยอดสู่ตลาดโลกได้อย่างมีศักยภาพ การดำเนินงานของ SACIT จึงมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศของหัตถศิลป์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และแนวคิด ESG ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

“หัตถศิลป์ไทยสะท้อนภูมิปัญญาของบรรพชน และยังเป็นพลังสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงประเทศไทยสู่เวทีโลกได้อย่างงดงาม” ผู้อำนวยการ SACIT กล่าว พร้อมย้ำถึงบทบาทขององค์กรในการเป็น“นักปั้น” ที่จะผลักดันศิลปิน ช่างฝีมือ และชุมชน ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย SACIT วางกรอบการดำเนินงานผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ วัฒนธรรม สังคม-สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพื่อให้การพัฒนางานหัตถศิลป์ไทยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

มิติด้านวัฒนธรรม: การสืบสานอย่างมีชีวิต

ในฐานะกลไกสำคัญในการรักษารากเหง้าภูมิปัญญา SACIT ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการยกย่องเชิดชูบุคคลต้นแบบ เช่น ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และช่างรุ่นใหม่ เพื่อให้ทักษะเชิงช่างยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ SACIT Symposium 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยเน้นองค์ความรู้ด้านงานเซรามิกและการออกแบบพื้นผิว เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมกับการสร้างสรรค์ร่วมสมัย เวทีนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ทางวิชาการ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนระหว่างนักออกแบบ ช่างฝีมือ และนักวิชาการจากนานาประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าหัตถศิลป์ไทยยังคงมีชีวิตและสามารถสนทนากับโลกได้อย่างสง่างาม

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” สู่เวทีสากล ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการจัดกิจกรรมเผยแพร่ในยุโรป และผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ นอกจากนี้ SACIT ยังเตรียมจัดตั้ง “หอนิทรรศการชุดไทย” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความงามของชุดไทยอย่างครบถ้วน

มิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม : หัตถศิลป์เพื่อคนและโลก

SACIT มองว่างานหัตถศิลป์ต้องไม่หยุดอยู่เพียงการอนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิม แต่ต้องตอบโจทย์สังคมร่วมสมัย ทั้งในด้านความเท่าเทียมและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy) และการผลิตที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ การพัฒนาชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญ โดย SACIT สนับสนุนชุมชนหัตถกรรมทั่วประเทศให้มีศักยภาพทั้งด้านการออกแบบ การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงตลาด ตัวอย่างเช่น ชุมชนหัตถกรรมกกจันทบูร จังหวัดจันทบุรี ที่ได้รับการพัฒนาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นไปจนถึงการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ SACIT ยังใช้หัตถศิลป์เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเปราะบาง เช่น การฝึกทักษะงานหัตถกรรมในเรือนจำ เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพัฒนาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี สะท้อนบทบาทของงานหัตถศิลป์ในฐานะ “พลังทางสังคม” ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ในด้านสิ่งแวดล้อม มีการส่งเสริมโมเดลธุรกิจหัตถศิลป์ที่ยั่งยืน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบท้องถิ่น การลดของเสีย ไปจนถึงการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เช่น งานกระจูด ผ้าย้อมคราม และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

มิติด้านเศรษฐกิจ: สร้างมูลค่า สร้างโอกาส

ในมิติทางเศรษฐกิจ SACIT มุ่งยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการขยายตลาด กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ Craft Bangkok 2026 และงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ซึ่งเป็นเวทีรวบรวมผลงานหัตถศิลป์จากทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภค นักออกแบบ และภาคธุรกิจ ช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานตลาดให้กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน SACIT ยังผลักดันงานออกแบบร่วมสมัยผ่าน SACIT Craft Collection และเวทีประกวดระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักออกแบบจากทั่วโลกเข้ามาต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทยในมุมมองใหม่

ในระดับนานาชาติ SACIT เดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เพื่อเปิดตลาดใหม่และยกระดับภาพลักษณ์ของหัตถศิลป์ไทยให้เป็นสินค้าวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในเวทีโลก

หัตถศิลป์ไทย: มรดกที่มีชีวิตของชาติ

การดำเนินงานของ SACIT ในทั้งสามมิติ สะท้อนถึงการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทย ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับนานาชาติ ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย แต่ยังต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ท้ายที่สุด SACIT ยังเชิญชวนคนไทยร่วมกันสวมใส่ “ชุดไทยพระราชนิยม” อย่างถูกต้อง และเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อแสดงพลังของวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมผลักดันให้ชุดไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรม หากแต่เป็นการยืนยันว่า “หัตถศิลป์ไทย” คือมรดกที่ยังมีชีวิต มีคุณค่า และมีศักยภาพในการก้าวสู่อนาคตอย่างสง่างามในเวทีโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SACIT ยกระดับ ‘นักปั้นหัตถศิลป์ไทย’ ลุ้น ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...