โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบแล้ว! หนุ่มเจาะหลังคาร้านทอง อ้างทำไปเพราะเป็นเสาหลักครอบครัว

Amarin TV

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 12.02 น.
รวบแล้ว! หนุ่มลูกจ้างขนส่ง บุกเจาะหลังคาร้านทองกวาดทรัพย์-กดเงิน ไป 25,000 บาท สารภาพเป็นเสาหลักหาเงินเลี้ยงครอบครัว พ่อติดคุก แม่ไม่ค่อยสบาย

รวบแล้ว! หนุ่มลูกจ้างขนส่ง บุกเจาะหลังคาร้านทองกวาดทรัพย์-กดเงิน ไป 25,000 บาท สารภาพเป็นเสาหลักหาเงินเลี้ยงครอบครัว พ่อติดคุก แม่ไม่ค่อยสบาย

วันที่ 29 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.บ้านเป็ด ได้นำตัวนายนรินทร์ อายุ 24 ปี ชาวอำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุดในคดีลักทรัพย์ร้านทอง ในพื้นที่ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อกลางดึกวันที่ 28 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา

โดยจุดแรกเป็นตู้เอทีเอ็ม ภายในปั๊มน้ำมัน ริมถนนมะลิวรรณ ซึ่งผู้ต้องหาใช้กดเงินสด จุดที่สองเป็นบริเวณที่ผู้ต้องหาทิ้งบัตรเอทีเอ็มจุดที่สามเป็นจุดจอดรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ซึ่งจอดทิ้งไว้ที่ศาลาที่พักผู้โดยสาร บ้านทุ่ม หมู่ 12 ห่างจากร้านทองประมาณ 800 เมตร และจุดสุดท้ายเป็นร้านทองที่เกิดเหตุ ในพื้นที่ตำบลบ้านทุ่มอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 28 มีนาคม 2569 โดยร.ต.อ.เสวต แก้วพิลา พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านทองว่า มีคนร้ายลักทรัพย์ภายในร้าน จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน4ขอนแก่น(ศพฐ.4)เข้าร่วมตรวจสอบและเก็บลายนิ้วมือแฝง

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในร้านทองมีร่องรอยถูกเจาะฝ้าเพดานเป็นรูขนาดเท่าตัวคน สามารถมุดเข้าออกได้ บริเวณพื้นพบเศษฝ้าตกกระจาย ขณะที่การตรวจสอบหลังคาด้วยโดรน พบว่าแผ่นหลังคาถูกตัดเป็นช่องขนาดใหญ่ พอให้คนเข้าออกได้

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 28 มีนาคม 2569 คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 20–30 ปี สวมเสื้อแขนสั้นกางเกงขายาว และสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ได้เดินผ่านหน้าร้าน ก่อนนำเก้าอี้ไปวางบนถังน้ำแข็งเพื่อปีนขึ้นหลังคา จากนั้นตัดหลังคาและเจาะฝ้าเพดานลงไปภายในร้านแล้วงัดเหล็กลูกกรงเพื่อเข้าไปค้นหาทรัพย์สิน

คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นบัตรเอทีเอ็ม และเหรียญกษาปณ์ก่อนจะหลบหนีออกทางประตูด้านหลังร้าน โดยใช้กุญแจเปิดออก จากนั้นเดินกลับไปขึ้นรถยนต์กระบะ ก่อนขับไปเติมน้ำมันและนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มน้ำมันปตท.เพชรน้ำเอกสาขาบ้านทุ่มจำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 25,000 บาท

ในขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านได้รับแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารว่า มีการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว กระทั่งรุ่งเช้าเมื่อมาเปิดร้านจึงพบว่าถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายใช้รถยนต์กระบะสีขาว มีหลังคาสูง แบบปิดทึบและสามารถติดตามทะเบียนรถจนทราบว่าเป็นรถของบริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งในภาคอีสานตอนบน โดยมีนายนรินทร์ เป็นลูกจ้างขับรถส่งสินค้าและรถคันดังกล่าวติดตั้งระบบจีพีเอส

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามสัญญาณจีพีเอส จนพบตัวนายนรินทร์ ที่ร้านเกมส์แห่งหนึ่งในชุมชนกังสดาล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยจอดรถยนต์ไว้ริมถนนหน้าร้าน เมื่อผู้ต้องหาเดินมาขึ้นรถเจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและนำมาสอบสวน

จากการสอบสวนนายนรินทร์ ให้การว่ามีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากบิดาติดคุกในคดียาเสพติดมานานกว่า 1 ปีมารดาต้องทำงานรับจ้างเลี้ยงดูลูกอีก 4 คน ขณะที่ตนเองมีรายได้จากการขับรถส่งสินค้าเพียงวันละ 300 บาท และมารดามักโทรมาขอเงินเนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอ

ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง ไม่มีผู้ร่วมกระทำผิดและไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า เพียงเคยขับรถผ่านร้านและสังเกตว่าเวลากลางคืนไม่มีคนอยู่ จึงตัดสินใจปีนขึ้นหลังคาใช้คีมตัดแผ่นหลังคาและใช้ไขควงเจาะฝ้าเพดานเพื่อเข้าไปภายในร้าน โดยไม่ได้หวังจะลักทองคำเพียงต้องการทรัพย์สินใดก็ได้เพื่อนำไปขาย

ภายในร้านพบเพียงบัตรเอทีเอ็มที่ มีการเขียนรหัสไว้ด้านหลังบัตรจึงนำไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 2 ครั้งครั้งแรก 2,000 บาท และครั้งที่สอง 23,000 บาท รวม 25,000 บาท จากนั้นนำเงินไปเติมน้ำมัน 1,100 บาทส่ วนที่เหลือเก็บไว้เพื่อนำไปฝากธนาคารและโอนให้มารดาแต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นเงินสดบัตรเอทีเอ็ม 1 ใบและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุได้แก่คีมตัดเหล็ก 1 อัน และไขควง 1 อันนอกจากนี้ระหว่างการทำแผนผู้ต้องหาได้ชี้จุดทิ้งบัตรเอทีเอ็มในป่าละเมาะใกล้ปั๊มน้ำมัน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบบัตรเอทีเอ็มอีก 1 ใบตามคำให้การ

ภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีในข้อหา“ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์” และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...