ชาวอเมริกันนับล้านออกมาชุมนุม “No Kings” ต้านทรัมป์ทั่วสหรัฐ
การชุมนุมต่อต้าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้ชื่อ “No Kings” เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพันเมืองทั่วสหรัฐอเมริกา เมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นการระดมมวลชนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง โดยผู้จัดงานคาดหวังว่าจะเป็นการประท้วงภายในวันเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ
มีการวางแผนจัดกิจกรรมมากกว่า 3,200 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐ รวมถึงบางเมืองนอกสหรัฐฯ หลังจากสองครั้งก่อนหน้ามีผู้เข้าร่วมรวมกันหลายล้านคน แสดงให้เห็นถึงกระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
การชุมนุมสำคัญจัดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ ทั้ง New York City Los Angeles และ Washington, D.C. ขณะเดียวกัน ผู้จัดระบุว่าเกือบสองในสามของกิจกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่นอกเมืองใหญ่ สะท้อนการขยายตัวของขบวนการไปยังชุมชนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น
ที่รัฐมินนิโซตา มีผู้ชุมนุมคาดว่ามากกว่า 100,000 คนเข้าร่วมกิจกรรมบริเวณอาคารรัฐสภา โดยมีศิลปินชื่อดังอย่าง Bruce Springsteen และ Joan Baez ร่วมขึ้นเวที ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นจุดตึงเครียดจากมาตรการเข้มงวดด้านผู้อพยพของรัฐบาล
บรรยากาศในกรุงวอชิงตัน ผู้ชุมนุมรวมตัวที่ National Mall พร้อมชูป้ายและตะโกนคำขวัญสนับสนุนประชาธิปไตย ขณะที่ในรัฐแมริแลนด์ กลุ่มผู้สูงอายุใช้รถเข็นออกมาร่วมแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านอำนาจนิยม
ในนครนิวยอร์ก นักแสดงชื่อดัง Robert De Niro ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวโจมตีผู้นำสหรัฐฯ ว่าเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพและความมั่นคงของประเทศอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ด้าน Indivisible ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มขบวนการ ระบุว่า ความสำคัญของการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วม แต่คือการกระจายตัวไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีการเคลื่อนไหวมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ฝ่าย National Republican Congressional Committee ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นเวทีของแนวคิดสุดโต่ง และกล่าวหาว่านักการเมืองเดโมแครตให้การสนับสนุน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ลดลงเหลือ 36% ต่ำสุดนับตั้งแต่กลับสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี ตามผลสำรวจของ Reuters/Ipsos อีกทั้งยังอยู่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปลายปี ซึ่งทำให้การประท้วงมีนัยทางการเมืองอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ผู้จัดยังระบุว่าการชุมนุมมีเป้าหมายเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่าน ซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 โดยผู้เข้าร่วมจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อการใช้กำลังทางทหารของสหรัฐฯ