โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตรียมเป็นหนี้เพิ่ม! รัฐบาลจ่อขยายเพดานหนี้สาธารณะ เปิดทางกู้เงินเพิ่ม 5 แสนล้านบาท

WeR NEWS

เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 09.19 น.

วันที่ 20 เมษายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมงบประมาณไว้รองรับวิกฤตการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

นายปกรณ์ ย้ำว่า การออกพระราชกำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ที่ทำได้ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ที่บัญญัติว่า การออกพระราชกำหนดสำหรับกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน สามารถดำเนินได้เพื่อความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามกฎหมายยังกำหนดให้เมื่อรัฐบาลออก พ.ร.ก.เสร็จสิ้นแล้วก็ต้องส่งกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้ดำเนินการพิจารณาเห็นชอบกฎหมายดังกล่าวเป็นพระราชบัญญัติต่อไป

ส่วนเหตุผลที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก.นั้น นายปกรณ์ ชี้แจงว่า เป็นเพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากสถานะเงินคงคลังในปัจจุบันมีค่อนข้างน้อยและมีความตรึงตัวมาก ขณะที่ในช่วงนี้ประเทศกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะปัจจัยภายนอก ทั้งสถานการณ์สงครามและวิกฤตสภาพภูมิอากาศ อย่างปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและเศรษฐกิจในวงกว้าง รัฐบาลจึงต้องมีงบประมาณสำรองให้เพียงพอในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินนี้

นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ในทางปฏิบัติ แม้การกู้เงินจริงอาจจะไม่เต็มวงเงิน 500,000 ล้านบาท แต่ตามหลักการบริหารหนี้สาธารณะ รัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องขยายเพดานหนี้ตามวงเงินกู้เต็มจำนวนที่ระบุไว้ในกฎหมายก่อน ส่วนการออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณนั้น สามารถดำเนินการควบคู่ไปด้วยกันได้ เพื่อให้รัฐบาลมีแหล่งเงินรองรับวิกฤตที่จะเกิดขึ้น

นายปกรณ์ ยังยอมรับด้วยว่า ในการออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้จะต้องมีการขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น อาจเพิ่มขึ้นเป็น 75% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 70% เพื่อรองรับวงเงินกู้ก้อนใหม่ เนื่องจากพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ในปัจจุบันเริ่มมีจำกัด

นายปกรณ์ ยังให้ข้อมูลถึงสถานะทางกฎหมายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการออก พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันฯ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนั้นว่า ขณะนี้ยังมีการพิจารณาถึงความจำเป็นอยู่ โดยระบุว่าตามวัตถุประสงค์เดิม คือ กองทุนฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างเสถียรภาพ (Stabilization) เพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงานในระยะสั้น ๆ ชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งตามหลักการควรมีวงเงินหมุนเวียนอยู่เพียง 20,000 – 40,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการใช้เงินกองทุนเข้ามาอุดหนุนราคาน้ำมันมากเป็นเวลานานจนผิดวัตถุประสงค์ตั้งต้นเดิม ส่งผลให้กองทุนฯ เกิดหนี้สะสมกว่าแสนล้านบาท ซึ่งหากในอนาคตมีความจำเป็นต้องเสริมสภาพคล่องเพิ่มเติม รัฐบาลจะต้องพิจารณาข้อกฎหมายและสถานะของกองทุนน้ำมันฯ อีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและตลาดต้นทุนพลังงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นได้ในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...