โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 เรือนเวลา Collectible จาก Watches and Wonders 2026 ที่นักสะสมไม่ควรพลาด

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HELLO! Magazine Thailand

ท่ามกลางบรรยากาศของ Watches and Wonders 2026 ที่ยังคงเป็นเวทีสำคัญที่สุดของโลกเรือนเวลาหรู HELLO! จะชวนคุณมาส่องสปอตไลต์ไปยังเรือนเวลาที่โดดเด่นที่สุดแห่งปี พร้อมคัดสรร ‘pieces to watch’ ที่ควรค่าแก่การสะสมอย่างแท้จริง แบรนด์ชั้นนำต่างเผยโฉมผลงานที่สะท้อนทั้งความเชี่ยวชาญด้านกลไกและวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบที่ก้าวไปอีกขั้น ตั้งแต่งาน high complication ระดับ haute horlogerie ไปจนถึงเรือนเวลาที่ผสานวัสดุและสุนทรียศาสตร์ร่วมสมัยได้อย่างน่าหลงใหล ซึ่งแต่ละเรือนล้วนถ่ายทอดมุมมองใหม่ของคำว่า luxury ในแบบที่จับต้องได้ผ่านรายละเอียดอันประณีต และนี่คือ 12 เรือนเวลาที่นิยามคำว่า collectible แห่งปี 2026 ซึ่งนักสะสมตัวจริงควรจับตามองอย่างใกล้ชิด

Patek Philippe – Ref. 6105G-001

ถ่ายทอดจินตนาการแห่งจักรวาลผ่านดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก space modules พร้อมหน้าปัดที่จำลองท้องฟ้าเหนือกรุงเจนีวาอย่างน่าตื่นตา ความพิเศษอยู่ที่กลไก Calibre 240 C LU CL LCSO ซึ่งใช้เวลากว่า 5 ปีในการพัฒนา และมาพร้อมสิทธิบัตรถึง 6 รายการ สามารถแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น–ตก รวมถึงปรับเวลา summer–winter time ได้อย่างแม่นยำ แม้จะเพิ่มฟังก์ชันซับซ้อนถึง 121 ชิ้นส่วน แต่ยังคงความบางเพียง 7.93 มม. สะท้อนความเชี่ยวชาญเชิงกลไกในแบบ Patek Philippe ได้อย่างสง่างาม พร้อมสถานะของ celestial complication ที่นักสะสมต่างใฝ่หา

Van Cleef & Arpels – Midnight Jour Nuit Phase de Lune

บทกวีแห่งท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านศิลปะการประดิษฐ์เรือนเวลาอย่างละเมียดละไม หน้าปัด Murano aventurine สีดำเปล่งประกายราวจักรวาล ขับให้ดวงอาทิตย์กิโยเช่สีทองและดวงจันทร์มุกขาวค่อยๆ เคลื่อนผ่านขอบฟ้าในจังหวะ 24 ชั่วโมงตามกลไก Jour/Nuit อันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยฟังก์ชัน phase de lune ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์อย่างนุ่มนวล ทั้งหมดถูกรังสรรค์ในตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 42 มม. ถ่ายทอดเสน่ห์แบบ poetic complication ที่ผสานงานศิลป์และกลไกได้อย่างงดงาม

Hublot – Big Bang Tourbillon Impact High Jewellery One Million

เฉลิมฉลอง 10 ปีของงาน gem-setting อันเป็นเอกลักษณ์ของไลน์ Impact ด้วยเรือนเวลา high jewellery ที่สะท้อนความกล้าในการผลักขอบเขตการออกแบบอย่างชัดเจน เพชรถูกจัดวางสลับระหว่างทรง baguette และ fancy-cut ในแพตเทิร์นสามมิติที่แผ่กระจายออกจาก tourbillon อย่างมีพลัง ผสานเทคนิค invisible และ closed setting ได้อย่างซับซ้อน ขับเน้นทั้งมิติ แสง และการเคลื่อนไหวในเรือนเดียว สืบทอดดีเอ็นเอของเรือน “million-dollar” ในตำนานของ Hublot ได้อย่างร่วมสมัย ทำให้ชิ้นนี้เป็นทั้ง statement piece และ collectible ระดับสูงที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านวัสดุและนวัตกรรมของเมซง

Grand Seiko – SBGD228 Red Lion

Red Lion คือการตีความสัญลักษณ์ ‘สิงโต’ อันเป็นจิตวิญญาณของแบรนด์นับตั้งแต่ปี 1960 ผ่านผลงาน high jewellery watch ที่เปี่ยมพลังและความสง่างาม ตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัตประดับเพชรกว่า 250 เม็ด เคียงคู่โกเมนโทนลึกที่สะท้อนเสน่ห์แห่งความหลงใหลอย่างมีชั้นเชิง ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Spring Drive Calibre 9R01 จาก Micro Artist Studio ซึ่งใช้ตลับลาน 3 ชุด มอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 8 วัน พร้อมงานขัดแต่งระดับมาสเตอร์พีซที่เผยถึงความประณีตในทุกมิติ ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

Vacheron Constantin – Égérie Moon Phase Spring Blossom

ถ่ายทอดความงดงามของฤดูใบไม้ผลิผ่านภาษาการออกแบบอันอ่อนหวานและเปี่ยมศิลป์ โดยยังคงเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน Égérie ซึ่งได้รับอิทธิพลจากโลก Haute Couture อย่างชัดเจน หน้าปัดมุกสีชมพูเผยประกายละเมียดละไมราวกลีบดอกไม้แรกแย้ม ขับรับกับสายหนังลูกวัววาดด้วยมือที่นำเสนอเทคนิคจิตรกรรมขนาดเล็กเป็นครั้งแรกของเมซงอย่างประณีตงดงาม รายละเอียดทั้งหมดถูกจัดวางอย่างมีจังหวะ สะท้อนทั้งความเป็น feminine elegance และงานช่างระดับสูง เรือนลิมิเต็ดเพียง 100 เรือนทั่วโลกนี้มาพร้อมชุดสายที่เปลี่ยนได้หลากหลาย ตั้งแต่หนังจระเข้ผิวเงาไปจนถึงผ้ากรอสเกรน ซึ่งช่วยเติมมิติการสวมใส่ในหลากหลายโอกาส ขณะที่ตัวล็อกพิงค์โกลด์ช่วยปิดท้ายความรู้สึกหรูหราอย่างสมบูรณ์แบบ

Hermès – H08 Squelette

สำหรับเรือนนี้ เรียกได้ว่า Hermès ได้นำเสนอความเท่ในมิติใหม่ผ่านดีไซน์แบบ skeleton เป็นครั้งแรก โดยคงซิลูเอตทรง cushion อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ในตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบ DLC สีดำ ขับเน้นความโมเดิร์นด้วยหน้าปัดที่เปิดเผยโครงสร้างกลไก H1978S อย่างชัดเจน พร้อม minute track ทรงเรขาคณิตที่สะท้อนรูปทรงเคสได้อย่างมีจังหวะ ความเป็น time-only ยิ่งขับให้ดีไซน์ดูบริสุทธิ์และร่วมสมัย เลือกได้ทั้งเวอร์ชัน “Bleu Zanzibar” ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยเฉดสีน้ำเงิน หรือโทนสีเทาที่เรียบเท่แบบ understated ทำให้เรือนนี้เป็นอีกหนึ่ง contemporary piece ที่น่าจับตามองสำหรับนักสะสมยุคใหม่

CHANEL – NOEUD DE CAMÉLIA

Watches and Wonders 2026

บทบรรจบของโลก Haute Couture และ Haute Horlogerie ที่ถ่ายทอดสองสัญลักษณ์สำคัญของ Gabrielle Chanel ได้อย่างวิจิตร ผ่านรูปทรงดอก camellia และโบว์ที่ถูกตีความใหม่ในรูปแบบ High Jewellery Watches ตัวเรือนโดดเด่นด้วยงาน Métiers d’art ที่ผสานทั้งการปักเลื่อมโดย Lesage ริบบิ้น grosgrain และการฝังเพชรอย่างประณีต ขณะที่หน้าปัดถูกซ่อนไว้อย่างแยบยลภายใต้โครงสร้างอัญมณี สร้างมิติแบบ secret watch ที่ทั้งงดงามและเปี่ยมกลิ่นอายกูตูร์ ทำให้คอลเลกชันนี้เป็นเสมือนเครื่องประดับชั้นสูงที่บอกเวลาได้

Rolex – Oyster Perpetual 41

Watches and Wonders 2026

Oyster Perpetual 41 ในเวอร์ชัน Oystersteel และ Yellow Rolesor จาก Rolex คือการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของ Oyster อย่างสง่างาม ผ่านรายละเอียดที่ซ่อนนัยเชิงประวัติศาสตร์ ตั้งแต่เม็ดมะยมสลักเลข ‘100’ ไปจนถึงหน้าปัดสี slate ที่เปลี่ยนตำแหน่ง ‘Swiss Made’ เป็น ‘100 years’ พร้อมการแต้มสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างมีจังหวะ เรือนเวลานี้ยังสะท้อนมาตรฐาน Superlative Chronometer ที่ยกระดับขึ้นในปี 2026 ซึ่งตอกย้ำความแม่นยำและความเที่ยงตรงในแบบ Rolex ได้อย่างชัดเจน

Jaeger-LeCoultre – Master Hybris Inventiva Gyrotourbillon À Stratosphère

Master Hybris Inventiva Gyrotourbillon À Stratosphère สะท้อนมรดกแห่งความเที่ยงตรงที่สั่งสมมายาวนาน ผ่านกลไก triple-axis tourbillon อันซับซ้อนที่ขับเคลื่อนด้วย Calibre 178 ซึ่งให้การครอบคลุมตำแหน่งถึง 98% เพื่อความแม่นยำในระดับสูง โครงสร้างกลไกประกอบด้วยชิ้นส่วน 189 ชิ้น น้ำหนักเพียง 0.78 กรัม ถูกบรรจุอย่างงดงามในตัวเรือนแพลทินัมขนาด 42 มม. ถ่ายทอดทั้งความล้ำหน้าทางวิศวกรรมและความประณีต

IWC Schaffhausen – Pilot’s Venturer Vertical Drive

Watches and Wonders 2026

ต่อยอดตำนาน Pilot’s Watches สู่บริบทของการสำรวจอวกาศอย่างแท้จริง ในฐานะ Mechanical tool watch ที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อการใช้งานในวงโคจรโดยเฉพาะ รายละเอียดทุกองค์ประกอบตั้งแต่ระบบ bezel หมุนที่อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร ไปจนถึงสเกลเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ล้วนถูกพัฒนาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมของภารกิจอวกาศ โดยเฉพาะกลไก Vertical Drive ที่ถ่ายทอดการหมุนจาก bezel สู่เม็ดมะยม พร้อม rocker switch ที่ช่วยให้ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้แม้สวมถุงมืออวกาศ ทำให้เรือนนี้ไม่เพียงสะท้อนวิศวกรรมล้ำสมัย แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของ future tool watch ที่ผสานฟังก์ชันและนวัตกรรมได้อย่างน่าจับตามอง

Christiaan van der Klaauw – Venus Zodiac

Watches and Wonders 2026

Christiaan van der Klaauw หนึ่งในแบรนด์ที่เป็นหลักในเรื่องของเรือนเวลาดาราศาสตร์ โดย Watches and Wonders 2026 ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เล่าเรื่องของจักรวาลผ่านหน้าปัด aventurine สีน้ำเงินลึกของ Venus Zodiac ที่จำลองการเคลื่อนที่แบบเรียลไทม์ของโลก ดวงจันทร์ และดาวศุกร์ ควบคู่กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในจักรราศีอย่างงดงาม กลไกอัตโนมัติสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมงถูกตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยสะพานทรงดาวและรายละเอียดแบบ Métiers d’art ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้าน astronomical complication ของเมซง ขณะที่สาย sailcloth สีน้ำเงินช่วยเติมสัมผัสร่วมสมัยให้กับเรือนเวลาได้อย่างลงตัว ทำให้เรือนนี้เป็นทั้งเครื่องบอกเวลาและงานศิลป์เชิงดาราศาสตร์ที่นักสะสมไม่อาจละสายตา

Bremont – The Supernova Chronograph

Watches and Wonders 2026

Bremont เปิดบทใหม่ของแบรนด์สู่ space อย่างเต็มตัว ด้วยเรือนเวลาโครโนกราฟดีไซน์สปอร์ตขนาด 41 มม. ในสตีล 904L พร้อมขอบเซรามิกสีดำทรงเรขาคณิตแบบ multifaceted ที่ให้มิติแบบ futuristic อย่างชัดเจน ความพิเศษอยู่ที่ความร่วมมือกับ Astrolab ซึ่งจะพาเรือนเวลารุ่นนี้ขึ้นสู่ภารกิจบนดวงจันทร์ผ่านยาน FLIP rover ในปี 2026 ทำให้ Supernova ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกาแรงบันดาลใจจากอวกาศ แต่เป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่มี space provenance

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...