ตลท. เผยปี 68 กำไร บจ.ใน SET โต 20.5% รับอานิสงส์ควบรวมกิจการ - ปรับโครงสร้างธุรกิจ
ตลท. เผยปี 68 กำไร บจ.ใน SET โต 20.5% รับอานิสงส์ควบรวมกิจการ - ปรับโครงสร้างธุรกิจ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 69 9:23: น.
ตลท. เปิดเผยปี 68 บจ.ใน SET มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20.5% รับอานิสงส์การควบรวมกิจการ - โครงสร้างธุรกิจ ส่วนยอดขายและกำไรจากการดำเนินงานลดลง เหตุเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอลง ส่วน บจ.ใน mai มียอดขายรวม 201,323 ลบ. ลดลง 2.7% และกำไรสุทธิ 2,294 ลบ. ลดลง 64.3% ซึ่งมาจาก บจ.บางแห่งที่มีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนมูลค่าสูง
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 68 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- บจ. จำนวน 799 บริษัท คิดเป็น 96.3% จากทั้งหมด 830 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 31 ธ.ค.68 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานปี 68 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 596 บริษัท คิดเป็น 74.6% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด
- บจ. ใน SET มียอดขาย 16,329,520 ล้านบาท ลดลง 7.2% เทียบกับปีก่อน โดย บจ. มีการควบคุมต้นทุนขายได้ค่อนข้างดี แต่มีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลงเพียง 3.0% ทำให้มีกำไรจากการดำเนินงาน (Core profit) 1,077,544 ล้านบาท ลดลง 9.5%
- อย่างไรก็ดี บจ. ขนาดใหญ่หลายแห่งมีกำไรจากการควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้างธุรกิจ การลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 1,103,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5%
- ด้านฐานะการเงินของ บจ. ณ วันที่ 31 ธ.ค.68 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.28 เท่า ลดลงจาก 1.34 เท่า ในปีก่อน
ในปี 68 บจ. ไทยมีผลประกอบการที่อ่อนแอลงจากเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับปัจจัยด้านราคาน้ำมันลดลง และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 4 ครั้ง ส่งผลให้ บจ. ไทยในหมวดพลังงาน หมวดปิโตรเคมีภัณฑ์ และกลุ่มธุรกิจการเงินมียอดขายลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารโดยรวมไม่ได้ปรับลดลงมากนัก ทำให้ บจ. ไทยมีกำไรจากการดำเนินงานลดลง อย่างไรก็ดี บจ. ที่ยังคงมีการเติบโต ได้แก่ หมวดธุรกิจอาหารจากราคาไก่และน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น หมวดธุรกิจโรงพยาบาล และหมวดธุรกิจเทคโนโลยีที่เติบโตตามการปรับเข้าสู่สังคม Digital นายสรวิศ กล่าว
- ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานปี 68 โดยมียอดขายรวม 201,323 ล้านบาท ลดลง 2.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.8% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน 13,339 ล้านบาท ลดลง 13.9% และมีกำไรสุทธิรวม 2,294 ล้านบาท ลดลง 64.3%
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยรายงานผลการดำเนินงาน บจ.ใน mai ดังนี้
- บจ.ใน mai จำนวน 216 บริษัท คิดเป็น 97% จากทั้งหมด 222 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยปี 68 เปรียบเทียบปี 67 บจ. มียอดขายรวม 201,323 ล้านบาท ลดลง 2.7% ต้นทุนขาย 149,227 ล้านบาท ลดลง 2.9% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 25.7% มาอยู่ที่ 25.9%
- อย่างไรก็ดีการที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.8% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน 13,339 ล้านบาท ลดลง 13.9% และมีกำไรสุทธิรวม 2,294 ล้านบาท ลดลง 64.3% โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) และอัตรากำไรสุทธิ(NPM) ปรับจาก 7.5% และ 3.0 % เป็น 6.6% และ 1.1% ตามลำดับ
- ฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 302,667 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากสิ้นปี 67 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.71 เท่า ปรับลดลงจาก 0.73 เท่า ณ สิ้นปี 67
- ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 229 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค.69) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 220.33 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 213,698.26 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 387.50 ล้านบาทต่อวัน
ผลการดำเนินงาน บจ. ใน mai งวดปี 2568 มีกำไรสุทธิลดลง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง แม้ว่า บจ. โดยรวมจะสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยเฉพาะของ บจ. บางแห่งมีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนมูลค่าสูง บางแห่งมีการรับรู้รายได้ลดลงอย่างมีนัยจากสัญญาที่ใกล้แล้วเสร็จและยังไม่มีโครงการใหม่ และบางแห่งมีการตั้งสำรองการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการรวมของ บจ. ใน mai อย่างไรก็ดี ยังมี 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถรักษาการเติบโตของยอดขายได้ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มบริการ และกลุ่มเทคโนโลยี โดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มบริการ มีการเติบโตของกำไรสุทธิอีกด้วย นายประพันธ์ กล่าว
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย
ดูข่าวต้นฉบับ