ลูกสาว ร้อง พ่อผ่าตัดตาปลา เจ็บแผลกลับไปรพ.เดิม ก่อนเสียชีวิตสลด
ลูกสาว ร้อง พ่อผ่าตัดตาปลา เจ็บแผลกลับไปโรงพยาบาลเดิม ก่อนเสียชีวิตสลด เปิดผลชันสูตรพลิกศพ ด้าน ครอบครัวสุดกังวล วอนให้ความเป็นธรรมด้วย
วันที่ 11 ส.ค.2569 น.ส.เสาวนีย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานี ร้องขอความเป็นธรรมหลังจากพ่อเข้ารับการผ่าตัดตาปลา และเจ็บแผลกลับไปยังโรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง หลังจากนั้นพ่อกินผัดซีอิ๊ว เกิดอาการอ้วก ชักเกร็ง และเสียชีวิตภายในห้องฉุกเฉิน
ซึ่งก่อนหน้านั้นทางแพทย์ผู้รักษาแจ้งว่า จะให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ แต่หลังจากที่พบว่าพ่อเสียชีวิต ได้สอบถามโรงพยาบาลได้รับการปฏิเสธว่ายังไม่ได้ให้ยาดังกล่าว และเสียชีวิตอาจมาจากด้วยโรคหัวใจ ซึ่งพ่อเป็นข้าราชการบำนาญ เพิ่งเกษียณปีที่ผ่านมาไม่เคยเป็นโรคหัวใจ
ลูกสาว ร้อง พ่อผ่าตัดตาปลา เจ็บแผลกลับไปโรงพยาบาลเดิม ก่อนเสียชีวิตสลด เปิดผลชันสูตรพลิกศพ ด้าน ครอบครัวสุดกังวล วอนให้ความเป็นธรรมด้วย
น.ส.เสาวนีย์ กล่าวว่า นายสกล อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการบำนาญ ซึ่งเป็นพ่อของตน ได้เข้าไปรับการรักษาผ่าตัดตาปลาที่เท้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในวันที่ 5 ม.ค.69 หลังจากนั้นได้กลับมาบ้านแล้วล้างแผลที่รพ.สต.
ต่อมาวันที่ 10 ม.ค. พ่อเกิดอาการเจ็บปวดแผลเป็นอย่างมาก ร้องขอให้พาไปโรงพยาบาล จึงได้พากลับไปยังโรงพยาบาลที่รับการรักษา ในเวลา 13.48 น. ขณะนั้นเมื่อไปถึงพ่อยังสามารถเดินเข้าโรงพยาบาลเองได้ เจ้าหน้าที่พาเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งทางแพทย์แจ้งว่าจะให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ
ระหว่างที่พยาบาลได้ทำการดูแผล และดำเนินการรักษาพ่อ เจ้าหน้าที่ได้ให้ตนออกมาภายนอก ก่อนที่เวลา 14.23 น. ได้ยินเสียงพยาบาลเรียกชื่อพ่อภายในห้องฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่วิ่งกันอลม่าน ก่อนจะได้รับแจ้งว่าพ่อหยุดหายใจ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลืออยู่ และแจ้งว่าเสียชีวิตเวลาในเวลา 15.05 น.
ซึ่งตอนนั้นตนถามว่า ได้ฉีดยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไปให้พ่อแล้วหรือยัง ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ปฏิเสธว่ายังไม่ได้ฉีด การเสียชีวิตอาจเป็นสภาวะมาจากเป็นโรคหัวใจและเกิดการชักเกร็ง
หลังจากนั้นได้นำศพตั้งบำเพ็ญกุศลศพได้ 4 คืน และเกิดข้อสงสัยจึงได้เข้าสอบถามพูดคุยกับทางโรงพยาบาล แจ้งว่าการเสียชีวิตอาจจะมาจากโรคหัวใจ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจ แต่ขณะเข้ารับการรักษาได้แจ้งทางโรงพยาบาลเกี่ยวกับเรื่องของความดัน เก๊าและไตระยะ 3
และวันที่ 10 ม.ค. ที่เข้าไปโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจวัดความดันก่อนเข้ารักษาแผล ซึ่งเมื่อสอบถามได้รับแจ้งว่าเป็นไปตามขั้นตอนระบบการรักษามาตรฐานของโรงพยาบาล และไม่ได้มีการฉีดยาปฏิชีวนะยาแก้อักเสบอะไรเข้าไป พ่อของตนอ้วกและชักเกร็งจนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าวในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือแล้ว
ครอบครัวจึงได้ส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 15 ม.ค. ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้รอผลชันสูตรการตาย ได้ผลในวันวันที่ 20 มี.ค. โดยเบื้องต้น แพทย์แจ้งว่าพบทริปเทส เกิน 200 กรัมต่อมิลลิลิตร (เป็นสารหรือเอนไซม์ที่ถูกปล่อยออกมาจาก mast cell ในร่างกาย มักเกิดจากอาการแพ้อย่างรุนแรง ค่าปกติอยู่ในระหว่าง 1.9-13.5 นาโนกรัมต่อมิลลิลิต) ความเห็น เสียชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลัน สันนิษฐานจากการแพ้รุนแรง
ประกอบกับได้เห็นภาพกล้องวงจรปิด โดยเห็นลักษณะของการให้ยาผ่านขวดและสายน้ำเกลือ และทำให้เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ทำการปล่อยยาผ่านเส้นเลือดให้กับพ่อแล้วจนภายหลังไม่นานได้เกิดอาการอ้วกคลื่นไส้อย่างรุนแรงก่อนที่จะชักเกร็งและเสียชีวิตดังกล่าว แต่จากประวัติการรักษาของโรงพยาบาลดังกล่าวไม่พบว่ามีการฉีดยาให้
ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวเกิดความกังวลเนื่องจากไม่ทราบว่าใครจะต้องเป็นผู้ชี้ว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากการให้ยาฆ่าเชื้อและทำให้เสียชีวิตหรือไม่ แต่ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ซึ่งชีวิตของพ่อไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ อยาก ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านอย่างตนเองด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกสาว ร้อง พ่อผ่าตัดตาปลา เจ็บแผลกลับไปรพ.เดิม ก่อนเสียชีวิตสลด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th