โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘Coachella’ สุดยอดเทศกาลดนตรีจาก USA ที่ต้องไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต !

Ad Addict

อัพเดต 30 เม.ย. 2565 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2565 เวลา 18.46 น. • Ad Addict TH

“Coachella” พูดชื่อนี้แล้วหลายคนจะต้องรู้จักแน่นอน เพราะเป็นงานเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกา จัดขึ้นในเดือนเมษายนเป็นประจำทุกปี พร้อมรวมไลน์อัพศิลปินสุดเจ๋งมาไว้ที่Empire Polo Club ณ หุบเขาโคเชลลา รัฐแคลิฟอร์เนีย

ในปี 2022 นี้ ศิลปินไทยอย่าง MILLI ก็ได้ขึ้นไปโชว์แร็ปภาษาไทยแบบไฟลุก และยังมีศิลปินดังจากประเทศอื่น ๆ ที่มาร่วมงานอีกมากมาย ฟังดูแล้วก็เหมือนกับเวทีคอนเสิร์ตใช่มั้ย แต่ที่จริงแล้วเวทีนี้มีอะไรดี ๆ นอกจากเสียงเพลงอีกเยอะ !

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมงาน Coachella ถึงประสบความสำเร็จ มีคนเข้าร่วมหลักแสน กวาดรายได้จากการขายตั๋วหลักพันล้านในแต่ละปี แถมยังมีไลฟ์ให้ชมการแสดงสดแบบฟรี ๆ อีกด้วย ! แอดเอา 5 เรื่องที่ทุกคนอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Coachella มาให้แล้ว ไปอ่านกันได้เลยคร้าบ

1. เริ่มต้นจากคอนเสิร์ตวงร็อกอเมริกัน

ใครจะไปรู้ว่าเวทีระดับโลกขนาดนี้จะเริ่มต้นมาจากวงร็อก ใช่ครับ ! ฟังไม่ผิด จุดเริ่มต้นของเทศกาลดนตรี Coachellaเกิดขึ้นจากคอนเสิร์ตของ ‘Pearl Jam’ วงดนตรีร็อกสัญชาติอเมริกัน ที่ได้ฝากผลงานอัลบั้มแรกอย่าง Ten ทุกคนสงสัยใช่มั้ยว่าเรื่องราวเป็นยังไง ? มา ! แอดจะเล่าให้ฟัง~~

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ย้อนกลับไปช่วงปี1993 ตอนนั้นวง Pearl Jam ได้จัดคอนเสิร์ตที่ Empire Polo Club ให้แฟน ๆ ได้มาร่วมเฉลิมฉลอง เพลิดเพลินไปกับความสนุกผ่านเสียงดนตรี ซึ่งตอนนั้นนับเป็นปีทองของวงนี้เลยก็ว่าได้ เพราะคอนเสิร์ตครั้งนั้นถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง และบรรยากาศที่เป็นใจจึงเหมาะกับการจัดงานเทศกาลดนตรีมาก ๆ

และนั่นจึงทำให้ พอล ทอลเล็ตต์ และ ริก แวน แซนเทน เกิดไอเดียและได้ร่วมมือกันก่อตั้งเทศกาล Coachella ขึ้นในปี 1999 ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งปีแรกมีคนเข้าร่วมงานเพียงหลักหมื่นเท่านั้น จนหลังจากนี้ 5 ปี Coachella ก็ได้การันตีความปังด้วยยอดคนเข้าร่วมงานกว่าหลักแสนคน !

2. ปลุกรันเวย์แฟชั่นโชว์กับการแต่งตัวแบบ Unisex

นอกจาก Coachella จะเป็นสวรรค์ของรักในเสียงดนตรีและศิลปะแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของเทศกาลที่ผู้คนตาจับตามองคงหนีไม่พ้น “แฟชั่น”ชิค ๆ คลู ๆ ของเหล่าหนุ่มสาวและเซเลบริตี้ชื่อดังที่พากันแต่งตัวกันอย่างจัดหนักจัดเต็มเหมือนกับว่า ณ ที่แห่งนี้เป็นเหมือน ‘รันเวย์แฟชั่นโชว์’ เลยก็ว่าได้

ต้องบอกว่างานนี้เปิดกว้างให้ทุกคนมีพื้นที่แสดงความเป็นตัวเองค่อนข้างสูง ก็ไม่แปลกใจเลยว่าคนที่มางานนี้ก็ไม่พลาดจะแต่งลุคฟาด ๆ ปัง ๆ มาประชันกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ยกตัวอย่างเคสของอินฟลูเอนเซอร์ฝั่งไทยเราที่ไปงานในปีนี้อย่าง คุณนุ่น นพลักษณ์ ที่ได้พาผ้าไทยอวดสู่สายตาชาวต่างชาติด้วยดีไซน์ของชุดที่ดูแปลกตา และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง ผ้ายก ผ้าย้อมคราม และผ้าม้ง เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติไม่น้อยเลย

3. ตั๋วคอนเสิร์ตสุดแพง แต่มีไลฟ์ดูฟรีบน YouTube

เพราะอะไรกัน Music Festival ที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลกถึงมีไลฟ์สตรีมให้ดูฟรี ๆ กันนะ?

ด้วยราคาตั๋วเข้างานที่แพงจนหูฉี่ที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ประมาณ 449 USD หรือ 13,000 บาท ทำให้หลายคนพลาดโอกาสไปงานเทศกาลดนตรีดี ๆ แบบนี้ แต่ด้วยยุคปัจจุบันโลกดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ Coachella จัดไลฟ์สตรีมออนไลน์ ให้คนดูทางบ้านได้เข้าไปรับชมคอนเสิร์ตดูฟรี ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม YouTube

เรียกได้ว่าเจ้าของงานเอาใจคนที่อยากเสพผลงานศิลปะ ดนตรีแบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว และแน่นอนว่าสายฟรีอย่างเราถูกใจสิ่งนี้ที่สุด

ใครอยากไปรับความสนุกสุดมันส์เข้าไปที่ลิงก์นี่ได้เลยย : https://www.youtube.com/c/Coachella

4. แหล่งรวม ‘Soft Power’ จากทั่วโลก

Coachellaถือเป็นแหล่ง ‘Soft Power’ ชั้นเลิศเลยก็ว่าได้ เพราะงานเทศกาลดนตรีเป็นเหมือนแหล่งที่สร้างรายได้หรือกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงเทศกาลนี้ยังมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมในด้านต่าง ๆ อีกด้วย เนื่องจากงานนี้ได้ขนทัพทั่วโลกศิลปินร่วมแสดงในละปีมากกว่า 200 ชีวิต

เมื่อมีศิลปินหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่บนเวที ทุกคนในงานก็ได้ฟังแนวเพลงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร็อก อินดี ฮิปฮอป และดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ รวมถึงได้เสพงานศิลปะพวกการจัดวาง แฟชั่น และประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งแน่นนอนว่าตอบโจทย์คนหลายกลุ่มสุด ๆ

ยกตัวอย่างกรณีแร็ปเปอร์สาวชาวไทย ‘มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล’ ก็ได้สร้างชื่อเสียงและผลักดันเศรษฐกิจไทยได้ไม่น้อยอย่างข้าวเหนียวมะม่วงก็เรียกกระแสไวรัลและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีเยี่ยมจนใครต่อใครต้องสั่งมากินตาม ๆ กัน ซึ่งแอดก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Coachella ถึงเป็นแหล่งรวม ‘Soft Power’ จากทั่วโลกขนาดนี้ได้

5. พื้นที่ทองคำสำหรับ ‘โฆษณา’ เวทีประชันไอเดียสุดเจ๋งของแบรนด์

เทศกาลดังระดับโลกขนาดนี้ย่อมเป็นที่หมายตาของเหล่าแบรนด์ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์แน่นอน อย่างที่รู้กันว่างานนี้ขึ้นชื่อเรื่องดนตรีและศิลปะ มีหรือที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์แล้วก็จบไปแบบดื้อ ๆ เพราะฉะนั้นแบรนด์จึงต้องประชันไอเดียความคิดสร้างสรรค์ให้สมกับความเป็นCoachella

ซึ่งต้องบอกเลยว่าอย่างในปี 2022 นี้ แต่ละแบรนด์ก็ขนทัพกลยุทธ์การตลาดในงานกันอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นLay แบรนด์ขนมขบเคี้ยวชื่อดังก็ได้จัดเต็มสร้างซุ้ม Potadomes ให้ผู้คนที่เช้ามาร่วมงานได้ชิมเมนูอาหารใหม่ที่มีส่วนผสมของขนมเลย์

Fortnite เกมแนวแบทเทิลชื่อดังก็ได้คอลแลบกับทาง Coachella ขายไอเท็มแฟชั่นในธีมงานเทศกาลดนตรี นั่นคือ The Wilder Outfit และ Lyric Outfit พร้อมให้ชมคอนเสิร์ตแบบ Virtual ผ่าน Icon Radio แลนด์มาร์กหนึ่งในเกมอีกด้วย

Absolut แบรนด์เครื่องดื่มก็ได้สร้าง Absolut.Land เมตาเวิร์สแฟชั่นบนแพลตฟอร์ม Decentraland โดยได้ดึงดีไซเนอร์มาออกแบบเสื้อ เครื่องประดับ แฟชั่นต่าง ๆ รวมถึงให้ผู้คนมาร่วมแดนซ์ไปกับดนตรีสุดมันส์ของาน

ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสปอนเซอร์ปีนี้เท่านั้น เราจะเห็นได้เลยว่าเทศกาลดนตรี Coachella เป็นเหมือนพื้นที่ทองคำสุดล้ำค่าสำหรับการโฆษณาจริง ๆ

จบไปแล้วกับ 5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับCoachellaอ่านกันมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเชื่อแล้วว่าโคเชลลาไม่ใช่แค่เทศกาลดนตรี แต่ยังเป็นพื้นที่ของศิลปะและวัฒนธรรม ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็อยากลองสัมผัสประสบการณ์ ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’ที่ได้ทั้งเสพเสียงดนตรีไปพร้อมกับความหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก

แอดคิดว่าในอนาคตงาน Coachella ต้องกลายเป็นเวทีแจ้งเกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนสังคมได้อีกมากมายอย่างแน่นอนเลย !

ใครอยากรู้จักแบรนด์ดังระดับโลก แบรนด์ฮิตติดกระแส ก็สามารถบอกแอดได้เลย ! แอดจะหาเรื่องราวน่ารู้และข้อมูลที่น่าสนใจมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันอีกแน่นอน

Source

Source

Source

Source

Source

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...