5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘Coachella’ สุดยอดเทศกาลดนตรีจาก USA ที่ต้องไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต !
“Coachella” พูดชื่อนี้แล้วหลายคนจะต้องรู้จักแน่นอน เพราะเป็นงานเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกา จัดขึ้นในเดือนเมษายนเป็นประจำทุกปี พร้อมรวมไลน์อัพศิลปินสุดเจ๋งมาไว้ที่Empire Polo Club ณ หุบเขาโคเชลลา รัฐแคลิฟอร์เนีย
ในปี 2022 นี้ ศิลปินไทยอย่าง MILLI ก็ได้ขึ้นไปโชว์แร็ปภาษาไทยแบบไฟลุก และยังมีศิลปินดังจากประเทศอื่น ๆ ที่มาร่วมงานอีกมากมาย ฟังดูแล้วก็เหมือนกับเวทีคอนเสิร์ตใช่มั้ย แต่ที่จริงแล้วเวทีนี้มีอะไรดี ๆ นอกจากเสียงเพลงอีกเยอะ !
ถ้าอยากรู้ว่าทำไมงาน Coachella ถึงประสบความสำเร็จ มีคนเข้าร่วมหลักแสน กวาดรายได้จากการขายตั๋วหลักพันล้านในแต่ละปี แถมยังมีไลฟ์ให้ชมการแสดงสดแบบฟรี ๆ อีกด้วย ! แอดเอา 5 เรื่องที่ทุกคนอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Coachella มาให้แล้ว ไปอ่านกันได้เลยคร้าบ
1. เริ่มต้นจากคอนเสิร์ตวงร็อกอเมริกัน
ใครจะไปรู้ว่าเวทีระดับโลกขนาดนี้จะเริ่มต้นมาจากวงร็อก ใช่ครับ ! ฟังไม่ผิด จุดเริ่มต้นของเทศกาลดนตรี Coachellaเกิดขึ้นจากคอนเสิร์ตของ ‘Pearl Jam’ วงดนตรีร็อกสัญชาติอเมริกัน ที่ได้ฝากผลงานอัลบั้มแรกอย่าง Ten ทุกคนสงสัยใช่มั้ยว่าเรื่องราวเป็นยังไง ? มา ! แอดจะเล่าให้ฟัง~~
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ย้อนกลับไปช่วงปี1993 ตอนนั้นวง Pearl Jam ได้จัดคอนเสิร์ตที่ Empire Polo Club ให้แฟน ๆ ได้มาร่วมเฉลิมฉลอง เพลิดเพลินไปกับความสนุกผ่านเสียงดนตรี ซึ่งตอนนั้นนับเป็นปีทองของวงนี้เลยก็ว่าได้ เพราะคอนเสิร์ตครั้งนั้นถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง และบรรยากาศที่เป็นใจจึงเหมาะกับการจัดงานเทศกาลดนตรีมาก ๆ
และนั่นจึงทำให้ พอล ทอลเล็ตต์ และ ริก แวน แซนเทน เกิดไอเดียและได้ร่วมมือกันก่อตั้งเทศกาล Coachella ขึ้นในปี 1999 ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งปีแรกมีคนเข้าร่วมงานเพียงหลักหมื่นเท่านั้น จนหลังจากนี้ 5 ปี Coachella ก็ได้การันตีความปังด้วยยอดคนเข้าร่วมงานกว่าหลักแสนคน !
2. ปลุกรันเวย์แฟชั่นโชว์กับการแต่งตัวแบบ Unisex
นอกจาก Coachella จะเป็นสวรรค์ของรักในเสียงดนตรีและศิลปะแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของเทศกาลที่ผู้คนตาจับตามองคงหนีไม่พ้น “แฟชั่น”ชิค ๆ คลู ๆ ของเหล่าหนุ่มสาวและเซเลบริตี้ชื่อดังที่พากันแต่งตัวกันอย่างจัดหนักจัดเต็มเหมือนกับว่า ณ ที่แห่งนี้เป็นเหมือน ‘รันเวย์แฟชั่นโชว์’ เลยก็ว่าได้
ต้องบอกว่างานนี้เปิดกว้างให้ทุกคนมีพื้นที่แสดงความเป็นตัวเองค่อนข้างสูง ก็ไม่แปลกใจเลยว่าคนที่มางานนี้ก็ไม่พลาดจะแต่งลุคฟาด ๆ ปัง ๆ มาประชันกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ยกตัวอย่างเคสของอินฟลูเอนเซอร์ฝั่งไทยเราที่ไปงานในปีนี้อย่าง คุณนุ่น นพลักษณ์ ที่ได้พาผ้าไทยอวดสู่สายตาชาวต่างชาติด้วยดีไซน์ของชุดที่ดูแปลกตา และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง ผ้ายก ผ้าย้อมคราม และผ้าม้ง เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติไม่น้อยเลย
3. ตั๋วคอนเสิร์ตสุดแพง แต่มีไลฟ์ดูฟรีบน YouTube
เพราะอะไรกัน Music Festival ที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลกถึงมีไลฟ์สตรีมให้ดูฟรี ๆ กันนะ?
ด้วยราคาตั๋วเข้างานที่แพงจนหูฉี่ที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ประมาณ 449 USD หรือ 13,000 บาท ทำให้หลายคนพลาดโอกาสไปงานเทศกาลดนตรีดี ๆ แบบนี้ แต่ด้วยยุคปัจจุบันโลกดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ Coachella จัดไลฟ์สตรีมออนไลน์ ให้คนดูทางบ้านได้เข้าไปรับชมคอนเสิร์ตดูฟรี ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม YouTube
เรียกได้ว่าเจ้าของงานเอาใจคนที่อยากเสพผลงานศิลปะ ดนตรีแบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว และแน่นอนว่าสายฟรีอย่างเราถูกใจสิ่งนี้ที่สุด
ใครอยากไปรับความสนุกสุดมันส์เข้าไปที่ลิงก์นี่ได้เลยย : https://www.youtube.com/c/Coachella
4. แหล่งรวม ‘Soft Power’ จากทั่วโลก
Coachellaถือเป็นแหล่ง ‘Soft Power’ ชั้นเลิศเลยก็ว่าได้ เพราะงานเทศกาลดนตรีเป็นเหมือนแหล่งที่สร้างรายได้หรือกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงเทศกาลนี้ยังมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมในด้านต่าง ๆ อีกด้วย เนื่องจากงานนี้ได้ขนทัพทั่วโลกศิลปินร่วมแสดงในละปีมากกว่า 200 ชีวิต
เมื่อมีศิลปินหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่บนเวที ทุกคนในงานก็ได้ฟังแนวเพลงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร็อก อินดี ฮิปฮอป และดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ รวมถึงได้เสพงานศิลปะพวกการจัดวาง แฟชั่น และประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งแน่นนอนว่าตอบโจทย์คนหลายกลุ่มสุด ๆ
ยกตัวอย่างกรณีแร็ปเปอร์สาวชาวไทย ‘มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล’ ก็ได้สร้างชื่อเสียงและผลักดันเศรษฐกิจไทยได้ไม่น้อยอย่างข้าวเหนียวมะม่วงก็เรียกกระแสไวรัลและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีเยี่ยมจนใครต่อใครต้องสั่งมากินตาม ๆ กัน ซึ่งแอดก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Coachella ถึงเป็นแหล่งรวม ‘Soft Power’ จากทั่วโลกขนาดนี้ได้
5. พื้นที่ทองคำสำหรับ ‘โฆษณา’ เวทีประชันไอเดียสุดเจ๋งของแบรนด์
เทศกาลดังระดับโลกขนาดนี้ย่อมเป็นที่หมายตาของเหล่าแบรนด์ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์แน่นอน อย่างที่รู้กันว่างานนี้ขึ้นชื่อเรื่องดนตรีและศิลปะ มีหรือที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์แล้วก็จบไปแบบดื้อ ๆ เพราะฉะนั้นแบรนด์จึงต้องประชันไอเดียความคิดสร้างสรรค์ให้สมกับความเป็นCoachella
ซึ่งต้องบอกเลยว่าอย่างในปี 2022 นี้ แต่ละแบรนด์ก็ขนทัพกลยุทธ์การตลาดในงานกันอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นLay แบรนด์ขนมขบเคี้ยวชื่อดังก็ได้จัดเต็มสร้างซุ้ม Potadomes ให้ผู้คนที่เช้ามาร่วมงานได้ชิมเมนูอาหารใหม่ที่มีส่วนผสมของขนมเลย์
Fortnite เกมแนวแบทเทิลชื่อดังก็ได้คอลแลบกับทาง Coachella ขายไอเท็มแฟชั่นในธีมงานเทศกาลดนตรี นั่นคือ The Wilder Outfit และ Lyric Outfit พร้อมให้ชมคอนเสิร์ตแบบ Virtual ผ่าน Icon Radio แลนด์มาร์กหนึ่งในเกมอีกด้วย
Absolut แบรนด์เครื่องดื่มก็ได้สร้าง Absolut.Land เมตาเวิร์สแฟชั่นบนแพลตฟอร์ม Decentraland โดยได้ดึงดีไซเนอร์มาออกแบบเสื้อ เครื่องประดับ แฟชั่นต่าง ๆ รวมถึงให้ผู้คนมาร่วมแดนซ์ไปกับดนตรีสุดมันส์ของาน
ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสปอนเซอร์ปีนี้เท่านั้น เราจะเห็นได้เลยว่าเทศกาลดนตรี Coachella เป็นเหมือนพื้นที่ทองคำสุดล้ำค่าสำหรับการโฆษณาจริง ๆ
จบไปแล้วกับ 5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับCoachellaอ่านกันมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเชื่อแล้วว่าโคเชลลาไม่ใช่แค่เทศกาลดนตรี แต่ยังเป็นพื้นที่ของศิลปะและวัฒนธรรม ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็อยากลองสัมผัสประสบการณ์ ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’ที่ได้ทั้งเสพเสียงดนตรีไปพร้อมกับความหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก
แอดคิดว่าในอนาคตงาน Coachella ต้องกลายเป็นเวทีแจ้งเกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนสังคมได้อีกมากมายอย่างแน่นอนเลย !
ใครอยากรู้จักแบรนด์ดังระดับโลก แบรนด์ฮิตติดกระแส ก็สามารถบอกแอดได้เลย ! แอดจะหาเรื่องราวน่ารู้และข้อมูลที่น่าสนใจมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันอีกแน่นอน