SMD ชุดตรวจATK รพ.ฮอต อัพเป้ารายได้ครึ่งปีแรก
#SMD #ทันหุ้น – SMD ปลื้มขายชุดตรวจ ATK ผ่านตู้เวนดิ้งโรงพยาบาลกระแสตอบรับดี ดีมานด์ล้น ตุนยอดรอส่งมอบ 200 ล้านบาท บอสใหญ่ “วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์” เล็งปรับเป้าใหม่ ครึ่งปีแรก 2565 เพิ่มเป็น 1.4 พันล้านบาท จากเดิม 1.1 พันล้านบาท เด้งรับงบประมาณรัฐ สั่งซื้ออุปกรณ์ช่วยชีวิตพรึบ โชว์แบ็กล็อก 500 ล้านบาท
ดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์เฉพาะทางด้านระบบการหายใจและช่วยชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทจะปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น จากเดิมตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 2565 ที่ 1.8 พันล้านบาท โดยครึ่งปีแรกคาดจะมีรายได้ที่ 1.4 พันล้านบาท จากเดิมคาดจะทำได้ที่ 1.1 พันล้านบาท เพราะสินค้าชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตัวเอง หรือ ATK มีความต้องการสูง และได้รับกระแสตอบรับดี โดยเฉพาะการขายผ่านตู้เวนดิ้งตามโรงพยาบาล
// เพิ่มตู้เวนดิ้ง รพ.
ทั้งนี้การขายชุดตรวจ ATK บริษัทติดตั้งตู้เวนดิ้งภายในโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ปัจจุบันติดตั้งแล้วเสร็จกว่า 10 ตู้ และมียอดจองรอติดตั้งอีกประมาณ 20 ตู้ ซึ่งคาดว่าจะครบเป้าหมาย 50 ตู้ อีกทั้งบริษัทขยายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ https://atk.saintmed.com ในราคาเพียง 49 บาทต่อชิ้น
“เดิมเราคาดครึ่งปีแรกจะมีรายได้ประมาณ 900 ล้านบาท เราปรับเป้าเพิ่มเป็น 1.1 พันล้านบาท และตอนนี้ผ่านมาเกือบ 4 เดือน เราเห็นทิศทางการเติบโตของรายได้ และมีแผนจะประกาศเป้าหมายในครึ่งปีแรกให้เป็น 1.4 พันล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายสินค้าทุกกลุ่ม แต่ที่โตโดดเด่น คือชุดตรวจ ATK” ดร.วิโรจน์ กล่าว
ส่วนทิศทางธุรกิจต่อจากนี้ คาดจะเติบโตต่อเนื่อง ตามความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโต มาจากงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสาธารณสุขประกาศงบการซื้อสินค้าเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในห้อง ICU ประมาณ 5.7 พันล้านบาท เพื่อใช้ซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์
// ออเดอร์ไหลเข้า
โดยเฉพาะสินค้าเครื่องช่วยหายใจที่ใช้ในห้อง ICU บริษัทคาดจะมีส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) กลุ่มเครื่องช่วยหายใจ เพราะบริษัทเป็นผู้เล่นอันดับต้นๆ ในธุรกิจนี้ โดยบริษัทได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาแล้ว มูลค่าราว 300 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog ที่ 500 ล้านบาท แบ่งเป็น สินค้าชุดตรวจโควิด-19 มูลค่า 200 ล้านบาท ซึ่งเตรียมจะส่งมอบไม่เกินเดือนพฤษภาคม
ส่วนอีก 300 ล้านบาท เป็นอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ เครื่องช่วยชีวิต สำหรับในห้อง ICU คาดจะทยอยส่งมอบให้แล้วเสร็จไม่เกินไตรมาส 3/2565
สำหรับสัดส่วนรายได้หลักจะมาจากการขายสินค้าหลัก 6 กลุ่มของบริษัท ประกอบไปด้วย 1. สินค้าด้านเวชบำบัดวิกฤติ 2. สินค้าด้านการช่วยหายใจและเวชศาสตร์การนอนหลับ 3. สินค้าด้านหทัยวิทยา 4. เครื่องมือแพทย์ทั่วไป 5. สินค้าสมาร์ทฮอสพิทอล และ 6. ผลิตภัณฑ์อื่น คิดเป็นสัดส่วน 99% และอีก 1% มาจากงานบริการอื่นๆ
// ทบทวนลงทุน
ดร.วิโรจน์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ปี 2565 บริษัทวางงบลงทุนไว้ 38-40 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท ส่วนแผนการลงทุน SLEEP LAB บริษัทอยู่ระหว่างติดตามความชัดเจนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และเข้าการใช้บริการ จากก่อนหน้านี้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้อัตราการใช้เตียงลดลงมาอยู่ที่ 40% จากเดิมที่ 80-90% บริษัทจึงขอพิจารณาการจังหวะการลงทุนใหม่อีกครั้ง
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1