โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สส.ภูมิใจไทยชงแก้ข้อบังคับประชุมสภาฯ ตีกรอบอำนาจ กมธ. วางเกณฑ์โหวตนายกฯ ต้องโชว์วิสัยทัศน์

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สส.ภูมิใจไทยชงแก้ข้อบังคับประชุมสภาฯ ตีกรอบอำนาจ กมธ. วางเกณฑ์โหวตนายกฯ ต้องโชว์วิสัยทัศน์

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา นิกร จำนง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส. ผู้รับรองจำนวน 48 คน ได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีสาระสำคัญเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

ประเด็นสำคัญ

  • ▪️ เพิ่มหมวดโหวตเลือกนายกฯ เปิดทางแคนดิเดตโชว์วิสัยทัศน์
  • ▪️ ตีกรอบอำนาจกรรมาธิการ สกัดการใช้อำนาจพลการ-เปิดช่องประชาชนร้องเรียน
  • ▪️ เคาะเวลาตอบกระทู้ 20 นาที รองรับการทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ▪️ รับรองสถานะร่างกฎหมาย-เพิ่มนักกฎหมายนิติบัญญัติ

▪️ เพิ่มหมวดโหวตเลือกนายกฯ เปิดทางแคนดิเดตโชว์วิสัยทัศน์

สาระสำคัญที่น่าสนใจในร่างแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ คือการเพิ่ม ‘หมวด 8/1 การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี’ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ดังนี้

  • สส. แต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองแจ้งไว้และมีคุณสมบัติครบถ้วนได้ 1 ชื่อ โดยต้องมาจากพรรคการเมืองที่มี สส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวน สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และต้องมี สส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวน สส. ทั้งหมด โดยการรับรองให้กระทำเป็นการเปิดเผย
  • ก่อนสภาจะลงมติ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการดำรงตำแหน่งต่อที่ประชุมภายในเวลาที่ประธานกำหนด (กรณีผู้ได้รับการเสนอชื่อไม่ได้เป็น สส. ให้ประธานพิจารณาอนุญาตให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ได้)
  • การลงคะแนนให้กระทำเป็นการเปิดเผย โดยมติเห็นชอบต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หากไม่มีบุคคลใดได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ ให้ประธานสภาดำเนินการเพื่อให้มีการเสนอชื่อและพิจารณาใหม่ในการประชุมครั้งถัดไป

▪️ ตีกรอบอำนาจกรรมาธิการ สกัดการใช้อำนาจพลการ-เปิดช่องประชาชนร้องเรียน

ร่างแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ยังมุ่งเน้นการจัดระเบียบและตีกรอบการใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการใช้อำนาจโดยพลการ โดยกำหนดให้การเรียกเอกสารหรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง จะต้องได้รับความเห็นชอบโดยมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการ และทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อประธานหรือรองประธาน กมธ. โดยสามารถใช้ลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการ กำหนดให้เป็นการประชุมโดยเปิดเผย เว้นแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือกรรมาธิการจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งร้องขอให้ประชุมลับ

หากที่ประชุมเห็นสมควรให้มีการถ่ายทอดสด จะต้องใช้มติมากกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมาธิการทั้งหมด และเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอก

หากมีการกล่าวถ้อยคำในการถ่ายทอดสดที่ทำให้บุคคลอื่น (ที่ไม่ใช่นายกฯ รัฐมนตรี หรือกรรมาธิการ) ได้รับความเสียหาย บุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคำร้องต่อประธาน กมธ. ภายใน 3 เดือน เพื่อขอให้มีการโฆษณาคำชี้แจง

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดกติกาการเลือกประธานและรองประธานคณะกรรมาธิการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเปิดให้ผู้ถูกเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์ได้โดยไม่มีการอภิปราย หากมีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากันให้ลงคะแนนใหม่ และหากยังเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก

รวมทั้งกำหนดให้การกำหนดประเด็นการพิจารณาหรือการแถลงข่าวของคณะกรรมาธิการต้องใช้มติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

▪️ เคาะเวลาตอบกระทู้ 20 นาที รองรับการทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ในมิติของการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและเพิ่มความกระชับในการทำงาน ร่างข้อบังคับได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องมาตอบด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นสามารถมอบหมายหรือขอเลื่อนได้ โดยสามารถยื่นหนังสือผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่นเดียวกับการตั้งกระทู้ถามทั่วไปและกระทู้ถามแยกเฉพาะ (เฉพาะเรื่อง พื้นที่ หรือบุคคล) ที่สามารถยื่นล่วงหน้าผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้เช่นกัน

ส่วนกระทู้ถามที่ขอให้ตอบในที่ประชุมสภา ได้มีการกำหนดกรอบเวลาชัดเจนว่าต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายในเวลา 20 นาที

▪️ รับรองสถานะร่างกฎหมาย-เพิ่มนักกฎหมายนิติบัญญัติ

สำหรับกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ร่างข้อบังคับฉบับนี้ได้วางหลักประกันว่า กรณีที่ สส. ผู้เสนอร่างพ้นจากสมาชิกภาพจนทำให้จำนวนผู้เสนอไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของร่างพระราชบัญญัติที่ประธานสภาได้อนุญาตให้บรรจุในระเบียบวาระแล้ว

รวมถึงมีการกำหนดระยะเวลาการเสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่สภารับหลักการ และเปิดทางให้คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสามารถแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการประจำคณะได้ไม่เกิน 2 คน โดยหากตั้ง 2 คน จะต้องมีอย่างน้อย 1 คนที่เป็นนักกฎหมายนิติบัญญัติ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณากฎหมายให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...