โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลิ่นดินหลังฝนตก ช่วยผ่อนคลายจิตใจ แต่ “ภาวะโลกร้อน” กำลังทำให้กลิ่นเจือจางลง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หลายคนอาจสังเกตว่าหลังฝนตกเรามักจะได้กลิ่นหอมจาง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ให้ความรู้สึกสดชื่นและยังช่วยกระตุ้นความทรงจำ ความรู้สึกคิดถึงอดีตได้อย่างน่าประหลาด และยังช่วยผ่อนคลายจิตใจได้อีกด้วย ซึ่งกลิ่นนี้เรียกว่า “เพทริคอร์” เป็นปรากฏการณ์ทางเคมีจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน และยังมีประโยชน์ช่วยยับยั้งแมลงบางชนิดได้อีกด้วย แต่งานวิจัยล่าสุดพบว่า กลิ่นเพทริคอร์กำลังเจือจางลงเรื่อย ๆ โดยมีสาเหตุจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อภัยพิบัติขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังอาจเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติอีกด้วย

ทุกครั้งหลังฝนตก หลายคนอาจเคยได้กลิ่นหอมชื้น ๆ คล้ายดินที่ลอยอบอวลในอากาศ ซึ่งกลิ่นนี้เรียกว่า “เพทริคอร์” เป็นกลิ่นที่หลายคนคุ้นเคยและเชื่อมโยงกับความรู้สึกสดชื่นหลังช่วงอากาศร้อนและแห้งแล้ง โดยงานวิจัยระบุว่ากลิ่นเพทริคอร์สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนเชื่อมโยงความทรงจำและอารมณ์ได้ แต่ขณะเดียวกัน กลิ่นหอมหลังฝนตกที่หลายคนคุ้นเคยก็อาจกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน โดยเปลี่ยนรูปแบบฝนและอุณหภูมิในทั่วโลก

กลิ่น “เพทริคอร์” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ในช่วงที่สภาพอากาศแห้งแล้งมาก ๆ แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดินจะผลิตส่วนประกอบทางเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “จีออสมิน” ซึ่งสามารถช่วยยับยั้งแมลงบางชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยดึงดูดสัตว์ขนาดเล็กที่สามารถช่วยแพร่กระจายสปอร์เพื่อขยายพันธุ์ หลังฝนตกลงมา พืชจะปล่อยน้ำมันหอมระเหยออกมาเพื่อช่วยป้องกันความร้อนและลดการสูญเสียน้ำ เมื่อฝนตกกระทบลงบนดินที่แห้งแล้ว ฟองอากาศขนาดเล็กจะก่อตัวและพาสารประกอบลอยขึ้นในอากาศ และแตกตัวเป็นละอองขนาดเล็กจำนวนมาก

จมูกมนุษย์ไวต่อกลิ่น “จีออสมิน”

แม้ว่าสาร “จีออสมิน” จะมีความเข้มข้นต่ำ แต่จมูกของมนุษย์มีความไวต่อสารชนิดนี้เป็นอย่างมาก และยังสามารถรับรู้กลิ่นได้อย่างชัดเจน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าอาจมาจากการปรับตัวและวิวัฒนาการของมนุษย์ในอดีตเพื่อความอยู่รอด เนื่องจากความจำเป็นในการพึ่งพาแหล่งน้ำจืดในพื้นที่แห้งแล้ง การรู้สึกถึงกลิ่น “จีออสมิน” จึงเป็นสัญญาณเตือนของสัญชาตญาณที่สามารถรับรู้ได้ว่าฝนกำลังตกในพื้นที่ใกล้เคียง

ภัยแล้งเพิ่มความเข้มข้นของกลิ่นหลังฝนตก

ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่าพื้นที่ที่เผชิญภัยแล้งรุนแรงอาจมีโอกาสเกิดกลิ่นเพทริคอร์มากขึ้นเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง เนื่องจากการระยะเวลาในการสะสมตัวของสารจีออสมินช่วงที่พื้นดินแห้งแล้ง ขณะเดียวกันอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังเร่งกระบวนการทางเคมีในแบคทีเรีย และเพิ่มการผลิตสารประกอบที่ทำให้เกิดกลิ่น เมื่อฝนตกลงมา ปริมาณความเข้มข้นของสารจีออสมินถูกปล่อยขึ้นอยู่อากาศมากขึ้น แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นหลังฝนตกเสมอไป หากสภาพดินแห้งจัดและมีสภาวะไม่เหมาะสม สารประกอบบางส่วนก็อาจไม่สามารถแตกตัวและฟุ้งกระจายในอากาศได้

“โลกร้อน” เปลี่ยนรูปแบบฝน กระทบกลิ่นหลังฝนตก

การเปลี่ยนแปลงของ “เพทริคอร์” นั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพภูมิอากาศ โดยภาพรวมของพื้นที่ที่มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอาจทำให้กลิ่นเพทริคอร์ลดลง แตกต่างจากพื้นที่ที่เผชิญกับภัยแล้งยาวนานมีแนวโน้มการเกิดกลิ่นเพทริคอร์มากกว่าเดิม เนื่องจากพื้นที่ที่มีฝนตกบ่อย ทำให้การสะสมตัวของสารจีออสมินต่ำจนไม่เอื้อต่อการก่อตัว

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นเพทริคอร์

การเปลี่ยนแปลงของสารจีออสมินไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการรับรู้กลิ่นของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อแมลงที่ตอบสนองต่อกลิ่นเพทริคอร์ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอีกด้วย จากการศึกษางานวิจัยพบว่า พื้นที่ที่มีกลิ่นเพทริคอร์เข้มข้นทำให้ประชากรยุงเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องจากลิ่นดังกล่าวกระตุ้นให้ยุงเกิดการรับรู้ถึงสภาพความชื้นในดินที่เหมาะสมต่อการวางไข่

เมื่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนกำลังเปลี่ยนสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ รวมถึงรูปแบบฝน อุณหภูมิ และสภาพของดิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ภาวะโลกร้อน ไม่ได้ส่งผลทำให้เกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับธรรมชาติอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...