โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“ต๋ามประติ้ป” ณ สายน้ำปิง กระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ด้วยวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ “ปิง” ที่เปรียบเสมือนสายโลหิตที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองตากมานานหลายชั่วอายุคน ก่อให้เกิดประเพณีที่แสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณต่อสายน้ำ “ประเพณีตามประทีป” หรือ “ต๋ามประติ้ป” ในภาษาเมือง ประเพณีท้องถิ่นของชาวตำบลเกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก ที่เชื่อกันว่าน่าจะปฏิบัติสืบต่อกันมามากกว่า 200 ปี

เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ชาวบ้านในหมู่บ้านทุกครัวเรือนจะไปวัดฟังธรรมและจุดฝ้ายสืบชะตาตัวเอง ในอดีตเส้นด้ายดิบจะถูกนำมาวัดวาตามความยาวของแขนที่กางออกทั้งสองข้าง ก่อนจะนำมาวัดที่ศีรษะแล้วเด็ดออกตามความยาวที่ต้องการ จากนั้นจึงนำด้ายมาต่อกัน ตามความชื่อผู้เฒ่าผู้แก่ว่าเป็นการต่อชะตาให้กับตัวเอง ด้ายที่เหลือจากวัดวาแล้วจะนำมาฟั่นให้เป็นรูปตีนกาชุบน้ำมันมะพร้าวใส่ถ้วยดินเผาแบบที่เรียกว่า “ผางประทีป” นำไปจุดที่วัดตามความเชื่อที่ว่า แสงไฟจากตีนกานี้เป็นการบูชาแม่กาเผือกของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์

เหตุที่ต้องฟันด้ายดิบเป็นรูปตีนกานั้น มีตำนานเล่าขานจากผู้เฒ่าผู้แก่สีบทอดต่อกันมาว่าในอดีตกาลมีสามเณรน้อยผู้ชอบเที่ยวซุกชนอยู่รูปหนึ่ง มีนิสัยที่ชอบล่าสัตว์ ยิงนก ตกปลาเป็นประจำ วันหนึ่งเณรน้อยได้ยิงไก่ วัว เต่า และพญานาค ตาย จึงเกิดสำนึกในบาปที่ตนได้กระทำมาตลอด จึงได้อธิษฐานกับพวกไก่ วัว เต่า และพญานาค ว่าถ้าได้เกิดมาในชาติหน้าขอให้เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน

ณ ริมฝั่ง แม่น้ำคงคา มีต้นไทรอยู่ต้นหนึ่งเป็นที่อาศัยของกาเผือกสองตัวผัวเมีย ซึ่งได้ออกไข่มา 5 ฟอง อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่กาเผือกสองตัวผัวเมียออกเที่ยวหาอาหารอยู่นั้น ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีลมพัดแรง ได้พัดเอาไข่ 5 ฟอง ตกลงในแม่น้ำ แต่ไข่นั้นหาจมน้ำไม่ กลับลอยไปติดชายหาดแห่งหนึ่ง และไข่ทั้ง 5 ฟอง ก็แตกออกมาเป็นเด็กทารก 5 คน คือ เณรน้อย ไก่ เต่า วัว และพญานาคที่มาเกิดนั้นเอง ทารกทั้ง 5 คน ก็พากันตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าตนทั้ง 5 เป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ก็ขอให้มีโอกาสพบพ่อแม่ด้วยเถิด

กาเผือกสองตัวผัวเมีย เมื่อตายลงไปเกิดเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์จึงมาเข้าฝันทารกทั้ง 5 คน ว่า “หากเจ้าทั้ง 5 คน อยากเห็นหน้าและระลึกถึงพ่อแม่ ก็จงฟั่นด้ายเป็นรูปตีนกา แล้วลอยแม่น้ำคงคาไป” ต่อมาทารกทั้ง 5 คน ก็ได้สำเร็จอรหันต์เป็นพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ด้วยเหตุนี้การลอยกระทงสายทุกครั้ง จึงมีการฟั่นด้ายเป็นรูปตีนกา เพื่อ บูชาแม่กาเผือกของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ซึ่งเป็นงานประเพณีการลอยกระทงสายของจังหวัดตากไหลประทีป 1000 ดวง สืบมาจนทุกวัน

การลอยกระทงแบบที่เห็นในปัจจุบันนั้น จะเกิดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 หลังการประกอบพิธีกรรม ณ บริเวณเจดีย์ยุทธหัตถี ประกอบด้วยการสวดบริกรรมคาถาบูชาเจดีย์และการประดับประทีปรอบเจดีย์ พระสงฆ์จะนำกล่าวขอขมาบูชาพระแม่คงคา เมื่อพระสงฆ์ลอยกระทงผ้าป่านำแล้ว ก็จะมีพระสงฆ์รูปอื่น ๆ ลอยกาบกล้วยใส่ธูปขี้ผึ้ง และตามด้วยกาบกล้วยของชาวบ้าน ภาพความสวยงามของกระทงที่ลอยตามกันเป็นแถวเป็นแนวนั้น ว่ากันว่าประทับใจนายอำเภอบ้านตากที่พายเรือออกตรวจราชการแล้วผ่านมาเห็น จึงสนับสนุนให้จัดประเพณีตามประทีปเป็นประจำทุกปี

อีกตำนานเล่าต่อ ๆ กันว่า ชาวบ้านลงเรือออกไปหาปลาในแม่น้ำปิงช่วงวันเดือนเพ็ญ เมื่อคิดถึงบ้านจึงนำกะลาลอยอาหารผ่านสายน้ำปิงหวังว่าจะไปถึงคนที่บ้านซึ่งอยู่ท้ายน้ำ เพื่อแสดงการคารวะแม่น้ำปิงที่เป็นทั้งแหล่งอาหารและนำพาความคิดถึงไปสู่คนทางบ้าน ต่อมามีการพัฒนาการทำกระทงสาย โดยใช้กะลาบรรจุน้ำมันเทียน ลอยในแม่น้ำปิง เพื่อรำลึกและทดแทนพระคุณแม่น้ำปิงจนกลายเป็นกระทงสาย และมีการทอดผ้าป่าน้ำ คล้าย ๆ การบังสุกุลกรวดน้ำ อุทิศบุญกุศล ให้กับเจ้ากรรมนายเวร ผู้มีพระคุณ สืบทอดมาเกือบร้อยปี

จากกระทงกาบกล้วยในอดีตมาสู่ “กะลามะพร้าว” อีกหนึ่งความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนตาก เพราะชาวเมืองตากมีของว่างพื้นถิ่นอย่าง “เมี่ยง” ที่นำเอามะพร้าวมาแปรรูป เป็นอาหารว่างที่มักรับประทานเป็นประจำหลังอาหาร ไส้เมี่ยงที่ประกอบด้วยมะพร้าว ถั่วลิสง ทานแกล้มกับใบเมี่ยงหมัก เป็นเมนูของว่างที่มักทำรับประทานกันภายในครัวเรือน ก่อนที่เมนูพื้นเมืองนี้จะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจากภาคเหนือ ไปสู่นักท่องเที่ยวต่างถิ่น และเป็นหนึ่งในของฝากจากเมืองตากที่ต้องซื้อ

เมื่อเมี่ยงขยับเป็นเมนูยอดนิยม แน่นอนว่าวัตถุดิบอย่างมะพร้าวก็ต้องเพิ่มจำนวนตาม หลังจากขูดเอาเฉพาะเนื้อมะพร้าวมาทำไส้แล้ว กะลามะพร้าวจะถูกทิ้งไว้ในบริเวณบ้านเป็นจำนวนมากไม่มีการนำเอามาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถลอยน้ำได้ของกะลา จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีสำคัญของจังหวัด

เมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสิบสอง ราวเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ชาวบ้านทดลองนำกะลาด้านที่ไม่มีรูมาทำเป็นกระทง โดยขัดถูกะลาจนสะอาดแล้วตกแต่งลวดลายให้สวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็นรูป “ตีนกา” แล้วหล่อ เทียนขี้ผึ้ง ซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์จุดเพื่อทำพิธีสวดมนต์ในโบสถ์วิหารตลอดสามเดือน หลังจากออกพรรษาชาวบ้านจะนำเทียนขี้ผึ้งเหล่านั้นมาหล่อใส่ในกะลา ถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคลแก่ผู้นำไปลอย ก่อนที่จะปล่อยลงลอยในแม่น้ำปิง

แม่น้ำปิงช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดตากจะเกิดสันทรายใต้น้ำ ทำให้เกิดเป็นร่องน้ำที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เมื่อนำกระทงกะลาลงลอย กระทงกะลาจะไหลไปตามร่องน้ำนั้น ทำให้ดูเป็นสายอย่างต่อเนื่องจนสุดสายตา ไฟในกะลาจะส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องน้ำ

แรกเริ่มเดิมทีการนำเอากระทงกะลามาลอยเป็นสาย เป็นเพียงการสาธิตการลอยเท่านั้น ต่อมามีการพัฒนาการลอยกระทงเป็นสายมาเป็นการแข่งขันกันอย่างยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 2540 จนมาสู่ “งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง” ที่มีรูปแบบโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดตาก ทั้งยังภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขันเป็นประจำทุกปี

การแข่งขันการลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง ประกอบด้วย“กระทงนำ” หรือ “กระทงประธาน” หรือ “กระทงทาน” กระทงขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.50-2.50 เมตร ประดิษฐ์ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบตอง ดอกไม้สดที่เย็บเป็นรูปแบบต่าง ๆ แล้วจึงนำมาประกอบเป็นรูปกระทง ภายในกระทงต้องมีผ้าสบง เครื่องกระยาบวช หมากพลู ขนม สตางค์ รูปเทียน ฯลฯ ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ได้ประยุกต์มาจากแพผ้าป่าน้ำในสมัยโบราณ

“กระทงกะลา” ใช้กะลามะพร้าวจำนวน 1,000 ใบ นำมาขัดถูให้สะอาด ทั้งภายในและภายนอก ตกแต่งลวดลายอย่างสวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบ ที่ฟั่นเป็นรูปตีนกา แล้วหล่อด้วยเทียนขี้ผึ้งซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษา ชาวบ้านจะนำเทียนเหล่านั้นมาหลอมละลายด้วยความร้อนกล่อลงในกะลา ที่มีด้ายรูปตีนกาสำหรับเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟก่อนที่จะปล่อยลงลอย

และ “กระทงปิดท้าย” มีลักษณะคล้ายกระทงนำแต่มีขนาดเล็กกว่า ประดิษฐ์ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบตองและดอกไม้สด ลอยปิดท้ายหลังจากลอยกระทงกะลาครบ 1,000 ใบ พร้อมทั้งมีสัญลักษณ์ให้ทราบว่าได้สิ้นสุดการลอยของสายกระทงนั้นแล้ว

ในขณะที่ทำการลอยกระทงสายอยู่นั้นจะมีกองเชียร์ร่วม ร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนานครื้นเครง เป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ที่ทำการลอย เพลงที่นำมาร้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับประเพณีไทยหรือวิถีชีวิตของชุมชน ดนตรีที่นำมาบรรเลงต้องใช้เครื่องดนตรีไทยทั้งหมดและจะต้องใช้กะลาเป็นส่วนประกอบของการแสดงอย่างน้อย 1 ชุด ซึ่งการแสดงทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที

ประเพณีลอยกระทงสายจึงเป็นความภาคภูมิใจของคนจังหวัดตาก ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีเดียวในประเทศไทย หรือแห่งเดียวในโลก “งานประเพฯลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง จังหวัดตาก” จัดขึ้นระหว่าง 21-24 พฤศจิกายน 2569 ณ ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สอบถามเพิ่มเติม สำนักงานเทศบาลเมืองตาก โทร.055 518 888 Facebook : สำนักงานเทศบาลเมืองตาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก โทร. 055 514 341 Facebook : ททท.สำนักงานตาก : TAT Tak Office

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...