ปส. ย้ำ 'ความปลอดภัยต้องมาก่อน' ปูทางไทยสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กล่าวในการอบรมเชิงปฏิบัติการ IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment: From FOAK to NOAK Financing Models ในหัวข้อ “โอกาสของ SMR ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ในวันที่ 2 พ.ย. 2569 ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันแต่ละประเทศมีความพยายามเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ภายใต้บริบทดังกล่าว พลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยประเทศไทยกำลังศึกษาและพิจารณาบทบาทที่เป็นไปได้ของ SMR ในสัดส่วนพลังงานของประเทศในอนาคต รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการพัฒนาที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ การจัดหาเงินทุนที่เหมาะสม หน่วยงานที่มีขีดความสามารถ บุคลากรที่มีทักษะ และระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง
ปส. เตรียมระบบกำกับดูแล SMR ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน
นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของประเทศไทย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (Office of Atoms for Peace: OAP) มีหน้าที่รับผิดชอบสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนา SMR ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดย ปส. กำลังดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการกำกับดูแล และจัดเตรียมกรอบการดำเนินงานที่จำเป็นสำหรับการออกใบอนุญาต การประเมินความปลอดภัย การตรวจสอบ และการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบ
ทั้งนี้ หลักการของ ปส. คือ สนับสนุนการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์อย่างมีความรับผิดชอบ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ โดยระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและเป็นอิสระถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุน
ความท้าทายเปลี่ยนผ่าน FOAK สู่ NOAK
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการขยายการติดตั้ง SMR คือ การเปลี่ยนผ่านจากโครงการโรงไฟฟ้าหน่วยแรกที่นำเทคโนโลยีมาใช้ (First-of-a-Kind: FOAK) ไปสู่การติดตั้งโรงไฟฟ้าในลำดับถัดไป (Nth-of-a-Kind: NOAK) ซึ่งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องพิจารณาและจัดการกับหลายประเด็น ทั้งต้นทุนการก่อสร้าง เงื่อนไขการจัดหาเงินทุน ห่วงโซ่อุปทาน และการจัดสรรความเสี่ยงระหว่างรัฐบาล ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และนักลงทุน
สำหรับประเทศที่เพิ่งเริ่มต้นพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ (Newcomer Countries) เช่น ประเทศไทย การทำความเข้าใจความท้าทายเหล่านี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการจัดหาเงินทุน ไม่ใช่เฉพาะสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าแต่ละโครงการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศด้วย เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้สามารถดำเนินโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างยั่งยืน
ดึงผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯ-หน่วยงานไทย แลกเปลี่ยนโมเดลเงินทุน
นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (US Department of Energy) สถาบันพลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear Energy Institute) และสภาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์สหรัฐฯ (US Nuclear Industry Council)
ประสบการณ์ของวิทยากรจากหน่วยงานดังกล่าว รวมถึงการมีส่วนร่วมจากองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับรูปแบบการจัดหาเงินทุนและรูปแบบการขยายการติดตั้ง SMR ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญของประเทศไทย ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมการประชุมด้วย ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานกำกับดูแล ในการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตด้านพลังงานของประเทศไทย
เปิดเวทีอาเซียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์พัฒนานิวเคลียร์
สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศสมาชิกอาเซียน นพ.รุ่งเรืองหวังว่าการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ศึกษาความท้าทายร่วมกัน และค้นหาโอกาสที่เป็นรูปธรรมสำหรับความร่วมมือในระดับภูมิภาค แม้แต่ละประเทศจะอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ที่แตกต่างกัน แต่ทุกประเทศสามารถเรียนรู้จากกันและกันได้
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 5 วันของการประชุม ได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ แบ่งปันความเชี่ยวชาญ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของการจัดหาเงินทุนที่เหมาะสม กรอบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายการติดตั้ง SMR ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เกิดขึ้นอย่างปลอดภัยและยั่งยืน