‘น้ำมันพุ่ง-AI’ ทำค่าเงินเอเชียเหลื่อมล้ำ กด ‘บาท-เปโซ-รูเปียห์’ อ่อนค่า
บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระแส AI บูม กำลังสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน กดดันให้ “สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่” ส่วนใหญ่ในเอเชียอ่อนค่าลงอย่างหนัก
ค่าเงินเอเชียมีทั้ง 'ผู้ชนะ-ผู้แพ้'
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรง ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เงินเปโซของฟิลิปปินส์ ซึ่งทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชียในปีนี้ ได้ร่วงลงทำสถิติระดับต่ำสุดใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเทียบกับดอลลาร์
เช่นเดียวกับ เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย ที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และเงินบาทของไทย ที่อ่อนค่าลงไปอยู่ใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 18 เดือน
ในทางตรงกันข้าม สกุลเงินของประเทศที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีหรือส่งออกพลังงานกลับทำผลงานได้ดีเยี่ยม โดย เงินวอนของเกาหลีใต้ ซื้อขายอยู่บริเวณระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี จนกลายเป็นสกุลเงินที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค
ขณะที่เงินริงกิตของมาเลเซียฟื้นตัวได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ ได้รับอานิสงส์จากการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่ AI และการเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ
ประเทศไม่มี 'เทคโนโลยี‘ รองรับ เสี่ยงเปราะบางสูงสุด
ราจีฟ เด เมลโล ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอมหภาคระดับโลกจากบริษัท Gama Asset Management SA ให้ความเห็นว่า "เศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จากบูมการส่งออกเทคโนโลยี น่าจะช่วยให้ค่าเงินของตนมีความยืดหยุ่นค่อนข้างดี ส่วนประเทศที่ไม่มีปัจจัยบวกนี้มาช่วยชดเชย จะยิ่งเปราะบางต่อภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้นด้วย"
แรงกดดันดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นจากปัญหาราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ได้พุ่งขึ้นแตะระดับ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.และยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ราว 114 ดอลลาร์ในวันอังคาร ซึ่งต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้นนี้กำลังซ้ำเติมดุลการค้าของประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน
ธนาคารกลางเร่งสกัดความผันผวน
จากวิกฤติค่าเงินที่เกิดขึ้น ทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศต้องเร่งเข้ามาแทรกแซง
ธนาคารอินโดนีเซียได้เข้าแทรกแซงโดยตรงทั้งในตลาดสปอต และตลาดล่วงหน้า พร้อมทั้งเพิ่มแรงจูงใจในการทำประกันความเสี่ยงเพื่อดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ
ขณะที่ ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ กลับปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 0.50% เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และพยุงค่าเงินเปโซ
ด้าน คริสโตเฟอร์ หว่อง นักกลยุทธ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp. กล่าวเตือนถึงแนวโน้มข้างหน้าว่า "การแทรกแซงค่าเงินอาจทวีความรุนแรงขึ้นหากแรงกดดันด้านการอ่อนค่ายังคงเพิ่มสูงขึ้น และยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยต่อ หากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงยืดเยื้อ ท้ายที่สุดแล้ว ธนาคารกลางสามารถช่วยลดความผันผวนที่รุนแรงของค่าเงินได้ แต่ความสามารถในการพลิกกลับทิศทางเพื่อหยุดการอ่อนค่ายังคงมีอยู่อย่างจำกัด"
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์