โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘น้ำมันพุ่ง-AI’ ทำค่าเงินเอเชียเหลื่อมล้ำ กด ‘บาท-เปโซ-รูเปียห์’ อ่อนค่า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระแส AI บูม กำลังสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน กดดันให้ “สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่” ส่วนใหญ่ในเอเชียอ่อนค่าลงอย่างหนัก

ค่าเงินเอเชียมีทั้ง 'ผู้ชนะ-ผู้แพ้'

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรง ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เงินเปโซของฟิลิปปินส์ ซึ่งทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชียในปีนี้ ได้ร่วงลงทำสถิติระดับต่ำสุดใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเทียบกับดอลลาร์

เช่นเดียวกับ เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย ที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และเงินบาทของไทย ที่อ่อนค่าลงไปอยู่ใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 18 เดือน

ในทางตรงกันข้าม สกุลเงินของประเทศที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีหรือส่งออกพลังงานกลับทำผลงานได้ดีเยี่ยม โดย เงินวอนของเกาหลีใต้ ซื้อขายอยู่บริเวณระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี จนกลายเป็นสกุลเงินที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค

ขณะที่เงินริงกิตของมาเลเซียฟื้นตัวได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ ได้รับอานิสงส์จากการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่ AI และการเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ

ประเทศไม่มี 'เทคโนโลยี‘ รองรับ เสี่ยงเปราะบางสูงสุด

ราจีฟ เด เมลโล ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอมหภาคระดับโลกจากบริษัท Gama Asset Management SA ให้ความเห็นว่า "เศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จากบูมการส่งออกเทคโนโลยี น่าจะช่วยให้ค่าเงินของตนมีความยืดหยุ่นค่อนข้างดี ส่วนประเทศที่ไม่มีปัจจัยบวกนี้มาช่วยชดเชย จะยิ่งเปราะบางต่อภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้นด้วย"

แรงกดดันดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นจากปัญหาราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ได้พุ่งขึ้นแตะระดับ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.และยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ราว 114 ดอลลาร์ในวันอังคาร ซึ่งต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้นนี้กำลังซ้ำเติมดุลการค้าของประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน

ธนาคารกลางเร่งสกัดความผันผวน

จากวิกฤติค่าเงินที่เกิดขึ้น ทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศต้องเร่งเข้ามาแทรกแซง

ธนาคารอินโดนีเซียได้เข้าแทรกแซงโดยตรงทั้งในตลาดสปอต และตลาดล่วงหน้า พร้อมทั้งเพิ่มแรงจูงใจในการทำประกันความเสี่ยงเพื่อดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ

ขณะที่ ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ กลับปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 0.50% เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และพยุงค่าเงินเปโซ

ด้าน คริสโตเฟอร์ หว่อง นักกลยุทธ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp. กล่าวเตือนถึงแนวโน้มข้างหน้าว่า "การแทรกแซงค่าเงินอาจทวีความรุนแรงขึ้นหากแรงกดดันด้านการอ่อนค่ายังคงเพิ่มสูงขึ้น และยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยต่อ หากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงยืดเยื้อ ท้ายที่สุดแล้ว ธนาคารกลางสามารถช่วยลดความผันผวนที่รุนแรงของค่าเงินได้ แต่ความสามารถในการพลิกกลับทิศทางเพื่อหยุดการอ่อนค่ายังคงมีอยู่อย่างจำกัด"

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...