โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์แนะผู้ป่วยโรคหัวใจ อย่ามองข้ามวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อ-ปกป้องหัวใจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

แพทย์แนะผู้ป่วยโรคหัวใจ อย่ามองข้ามวัคซีน เพราะการป้องกันโรคติดเชื้อ คือส่วนหนึ่งของการปกป้องหัวใจ

การป้องกัน ดีกว่าการรักษา สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ประโยคนี้อาจไม่ได้หมายถึงเพียงการดูแลหัวใจให้แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคติดเชื้อ เพราะการติดเชื้อเพียงครั้งเดียวอาจทำให้โรคหัวใจกำเริบ และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ผู้ป่วยโรคหัวใจ

ด้วยความตั้งใจที่จะส่งต่อความรู้ ความห่วงใย และกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย งานใจถึงใจ จึงจัดขึ้นในรูปแบบ Patient Appreciation Day เพื่อสร้างแรงสนับสนุนเชิงบวก (Positive Reinforcement) และส่งเสริมให้ผู้ป่วยดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ภายในงานมีกิจกรรมให้ความรู้และส่งเสริมการดูแลสุขภาพ ทั้งการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของวัคซีนในการป้องกันโรคติดเชื้อ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องมงคลนาวิน ชั้น 10 อาคาร สก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยกลุ่มงานภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจร่วมเป็นเจ้าภาพ นำโดย นพ.จุล นำชัยศิริ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ พร้อมด้วย รศ. พญ.ศริญญา ภูวนันท์ หัวหน้าสาขาวิชาอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด นพ.สราวุฒิ ศิวโมกษธรรม นพ.เอกราช อริยะชัยพาณิชย์ พญ.สุภาณี สินเพิ่มสุขสกุล พญ.ศุภาพิชญ์ หรดาล และ พญ.โสวิชญา ปานทอง ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งต่อความรู้จากทีมแพทย์สู่ผู้ป่วยด้วยความใกล้ชิดและความห่วงใย

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาใจถึงใจ คือการตอกย้ำว่า วัคซีนไม่ได้มีบทบาทเพียงช่วยป้องกันโรคติดเชื้อและลดความรุนแรงของอาการเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งของแนวทางในการช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

ผศ. นพ.จักกพัฒน์ วนิชานันท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า วัคซีนเปรียบเสมือนการฝึกให้ระบบภูมิคุ้มกันรู้จักเชื้อโรคล่วงหน้า ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีและอยู่ได้นานขึ้น เมื่อร่างกายพบเชื้อจริง ระบบภูมิคุ้มกันจึงสามารถรับมือได้รวดเร็ว ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

แพทย์ยังอ้างอิงคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับวัคซีนตามช่วงวัย โดยพิจารณาปัจจัยเสี่ยงและโรคประจำตัวร่วมด้วย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

1. วัคซีนที่ต้องฉีดกระตุ้นเป็นประจำ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยักทุก 10 ปี

2. วัคซีนที่แนะนำตามอายุหรือโรคประจำตัว เช่น วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส RSV และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส

3. วัคซีนที่ควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อนรับวัคซีน เช่น หัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส และไวรัสตับอักเสบบี

พญ.ศุภาพิชญ์ หรดาล อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ การติดเชื้อไม่ได้ส่งผลเพียงทำให้เกิดไข้หรืออาการไอเท่านั้น แต่ยังอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อหลอดเลือด และเพิ่มโอกาสเกิดการอุดตัน จึงอาจทำให้โรคหัวใจกำเริบ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว และอาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่าคนทั่วไป

ด้วยเหตุนี้ การฉีดวัคซีนจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อป้องกันการติดเชื้อเท่านั้น แต่ยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ และอาจช่วยลดความจำเป็นในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้

สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แพทย์แนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปี โดยปัจจุบันมีทั้งวัคซีนชนิดมาตรฐานและวัคซีนชนิดขนาดสูง (High-dose Influenza Vaccine) ซึ่งอาจเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ข้อมูลการศึกษาพบว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถช่วยลดการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้

ส่วนวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส แม้เดิมจะเน้นการแนะนำในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป แต่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจหรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรับวัคซีน เนื่องจากสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อรุนแรง ภาวะแทรกซ้อน และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้

อีกหนึ่งวัคซีนที่มีความสำคัญ คือ วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อไวรัส RSV ซึ่งมีบทบาทในการช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคปอด การป้องกันการติดเชื้อรุนแรงจึงเป็นอีกแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการนอนโรงพยาบาล

ขณะที่วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด แพทย์แนะนำให้พิจารณารับวัคซีนตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจลดลง ทำให้เชื้อไวรัสงูสวัดที่แฝงอยู่ในร่างกายสามารถกลับมาก่อโรคได้ ผู้ป่วยที่เป็นงูสวัดนอกจากจะมีผื่นและอาการปวดแล้ว ยังอาจเกิดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ การใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิต

ในบางราย งูสวัดอาจเกิดบริเวณดวงตาและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ การติดเชื้องูสวัดยังมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้น การป้องกันโรคจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

แม้วัคซีนอาจทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้เล็กน้อยหลังได้รับวัคซีน แต่อาการส่วนใหญ่มักเป็นเพียงชั่วคราวและสามารถหายได้เองภายใน 1–2 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่อาจนำไปสู่โรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อน ประโยชน์ของการได้รับวัคซีนอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รักษาสุขอนามัย ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี

ขณะเดียวกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรับวัคซีนให้เหมาะสมกับอายุ ภาวะสุขภาพ และโรคประจำตัวของแต่ละบุคคล เนื่องจากวัคซีนแต่ละชนิดมีข้อบ่งชี้และคำแนะนำที่แตกต่างกัน เพราะการดูแลหัวใจ ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อป่วย แต่เริ่มต้นจากการป้องกัน

และนั่นคือความตั้งใจของงาน ใจถึงใจ ที่ต้องการส่งต่อทั้งความรู้ ความห่วงใย กำลังใจ และแนวทางในการดูแลสุขภาพแก่ผู้ป่วย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีหัวใจที่แข็งแรงต่อไป การป้องกันดีกว่าการรักษา

เอกสารอ้างอิง

1. Heidecker B;European Heart Journal;2025;1-14
2. Bonanni P, Picazo JJ, Rémy V. J Mark Access Health Policy. 2015;3(1):26964.
3. World Health Organization. How do vaccines work? [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 Feb 25 [cited 2026 Sep 10]. Available from: https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/how-do-vaccines-work
4. Infectious Diseases Association of Thailand;2026;1-54;Subcommittee on Drafting Vaccination
5. Rademacher J;Eur J Prev Cardiol;2024;31;877–888
6. Footitt J, Johnston SL. Pulm Pharmacol Ther. 2009;22(2):108-113.
7. Falsey A;The Journal of Infectious Diseases;2009;200;172–180
8. Arriola C;Clinical Infectious Diseases;2017;65;1289-1297
9. Centers for Disease Control and Prevention. CDC seasonal flu vaccine effectiveness studies. 2026. Available from: https://www.cdc.gov/flu-vaccines-work/php/effectiveness-studies/index.html
10. Centers for Disease Control and Prevention. This season's flu vaccines reduced flu medical visits and hospitalizations across all ages. 2024. Available from: https://www.cdc.gov/flu/whats-new/2023-2024-vaccines-reduce-medical-visits.html
11. CDC;2024;1-3;About pneumococcal disease
12. Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608
13. Ku JH;Open Forum Infectious Diseases;2026;13;1-4
14. Harvard Health;2021;1-13;How to boost your immune system
15. Harpaz R;MMWR;2008;57;1-30
16. Minassian C;PLoS medicine;2015;12;e1001919
17. CDC;2024;1-7;Possible Side Effects from Vaccines
18. CDC;2024;1-3;About Vaccines for your Children

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...