แพทย์แนะผู้ป่วยโรคหัวใจ อย่ามองข้ามวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อ-ปกป้องหัวใจ
แพทย์แนะผู้ป่วยโรคหัวใจ อย่ามองข้ามวัคซีน เพราะการป้องกันโรคติดเชื้อ คือส่วนหนึ่งของการปกป้องหัวใจ
การป้องกัน ดีกว่าการรักษา สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ประโยคนี้อาจไม่ได้หมายถึงเพียงการดูแลหัวใจให้แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคติดเชื้อ เพราะการติดเชื้อเพียงครั้งเดียวอาจทำให้โรคหัวใจกำเริบ และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ด้วยความตั้งใจที่จะส่งต่อความรู้ ความห่วงใย และกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย งานใจถึงใจ จึงจัดขึ้นในรูปแบบ Patient Appreciation Day เพื่อสร้างแรงสนับสนุนเชิงบวก (Positive Reinforcement) และส่งเสริมให้ผู้ป่วยดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ภายในงานมีกิจกรรมให้ความรู้และส่งเสริมการดูแลสุขภาพ ทั้งการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของวัคซีนในการป้องกันโรคติดเชื้อ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องมงคลนาวิน ชั้น 10 อาคาร สก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยกลุ่มงานภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจร่วมเป็นเจ้าภาพ นำโดย นพ.จุล นำชัยศิริ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ พร้อมด้วย รศ. พญ.ศริญญา ภูวนันท์ หัวหน้าสาขาวิชาอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด นพ.สราวุฒิ ศิวโมกษธรรม นพ.เอกราช อริยะชัยพาณิชย์ พญ.สุภาณี สินเพิ่มสุขสกุล พญ.ศุภาพิชญ์ หรดาล และ พญ.โสวิชญา ปานทอง ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งต่อความรู้จากทีมแพทย์สู่ผู้ป่วยด้วยความใกล้ชิดและความห่วงใย
หนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาใจถึงใจ คือการตอกย้ำว่า วัคซีนไม่ได้มีบทบาทเพียงช่วยป้องกันโรคติดเชื้อและลดความรุนแรงของอาการเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งของแนวทางในการช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ผศ. นพ.จักกพัฒน์ วนิชานันท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า วัคซีนเปรียบเสมือนการฝึกให้ระบบภูมิคุ้มกันรู้จักเชื้อโรคล่วงหน้า ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีและอยู่ได้นานขึ้น เมื่อร่างกายพบเชื้อจริง ระบบภูมิคุ้มกันจึงสามารถรับมือได้รวดเร็ว ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
แพทย์ยังอ้างอิงคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับวัคซีนตามช่วงวัย โดยพิจารณาปัจจัยเสี่ยงและโรคประจำตัวร่วมด้วย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
1. วัคซีนที่ต้องฉีดกระตุ้นเป็นประจำ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยักทุก 10 ปี
2. วัคซีนที่แนะนำตามอายุหรือโรคประจำตัว เช่น วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส RSV และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส
3. วัคซีนที่ควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อนรับวัคซีน เช่น หัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส และไวรัสตับอักเสบบี
พญ.ศุภาพิชญ์ หรดาล อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ การติดเชื้อไม่ได้ส่งผลเพียงทำให้เกิดไข้หรืออาการไอเท่านั้น แต่ยังอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อหลอดเลือด และเพิ่มโอกาสเกิดการอุดตัน จึงอาจทำให้โรคหัวใจกำเริบ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว และอาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่าคนทั่วไป
ด้วยเหตุนี้ การฉีดวัคซีนจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อป้องกันการติดเชื้อเท่านั้น แต่ยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ และอาจช่วยลดความจำเป็นในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้
สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แพทย์แนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปี โดยปัจจุบันมีทั้งวัคซีนชนิดมาตรฐานและวัคซีนชนิดขนาดสูง (High-dose Influenza Vaccine) ซึ่งอาจเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ข้อมูลการศึกษาพบว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถช่วยลดการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้
ส่วนวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส แม้เดิมจะเน้นการแนะนำในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป แต่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจหรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรับวัคซีน เนื่องจากสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อรุนแรง ภาวะแทรกซ้อน และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้
อีกหนึ่งวัคซีนที่มีความสำคัญ คือ วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อไวรัส RSV ซึ่งมีบทบาทในการช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคปอด การป้องกันการติดเชื้อรุนแรงจึงเป็นอีกแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการนอนโรงพยาบาล
ขณะที่วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด แพทย์แนะนำให้พิจารณารับวัคซีนตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจลดลง ทำให้เชื้อไวรัสงูสวัดที่แฝงอยู่ในร่างกายสามารถกลับมาก่อโรคได้ ผู้ป่วยที่เป็นงูสวัดนอกจากจะมีผื่นและอาการปวดแล้ว ยังอาจเกิดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ การใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิต
ในบางราย งูสวัดอาจเกิดบริเวณดวงตาและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ การติดเชื้องูสวัดยังมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้น การป้องกันโรคจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
แม้วัคซีนอาจทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้เล็กน้อยหลังได้รับวัคซีน แต่อาการส่วนใหญ่มักเป็นเพียงชั่วคราวและสามารถหายได้เองภายใน 1–2 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่อาจนำไปสู่โรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อน ประโยชน์ของการได้รับวัคซีนอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รักษาสุขอนามัย ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี
ขณะเดียวกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรับวัคซีนให้เหมาะสมกับอายุ ภาวะสุขภาพ และโรคประจำตัวของแต่ละบุคคล เนื่องจากวัคซีนแต่ละชนิดมีข้อบ่งชี้และคำแนะนำที่แตกต่างกัน เพราะการดูแลหัวใจ ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อป่วย แต่เริ่มต้นจากการป้องกัน
และนั่นคือความตั้งใจของงาน ใจถึงใจ ที่ต้องการส่งต่อทั้งความรู้ ความห่วงใย กำลังใจ และแนวทางในการดูแลสุขภาพแก่ผู้ป่วย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีหัวใจที่แข็งแรงต่อไป การป้องกันดีกว่าการรักษา
เอกสารอ้างอิง
1. Heidecker B;European Heart Journal;2025;1-14
2. Bonanni P, Picazo JJ, Rémy V. J Mark Access Health Policy. 2015;3(1):26964.
3. World Health Organization. How do vaccines work? [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 Feb 25 [cited 2026 Sep 10]. Available from: https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/how-do-vaccines-work
4. Infectious Diseases Association of Thailand;2026;1-54;Subcommittee on Drafting Vaccination
5. Rademacher J;Eur J Prev Cardiol;2024;31;877–888
6. Footitt J, Johnston SL. Pulm Pharmacol Ther. 2009;22(2):108-113.
7. Falsey A;The Journal of Infectious Diseases;2009;200;172–180
8. Arriola C;Clinical Infectious Diseases;2017;65;1289-1297
9. Centers for Disease Control and Prevention. CDC seasonal flu vaccine effectiveness studies. 2026. Available from: https://www.cdc.gov/flu-vaccines-work/php/effectiveness-studies/index.html
10. Centers for Disease Control and Prevention. This season's flu vaccines reduced flu medical visits and hospitalizations across all ages. 2024. Available from: https://www.cdc.gov/flu/whats-new/2023-2024-vaccines-reduce-medical-visits.html
11. CDC;2024;1-3;About pneumococcal disease
12. Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608
13. Ku JH;Open Forum Infectious Diseases;2026;13;1-4
14. Harvard Health;2021;1-13;How to boost your immune system
15. Harpaz R;MMWR;2008;57;1-30
16. Minassian C;PLoS medicine;2015;12;e1001919
17. CDC;2024;1-7;Possible Side Effects from Vaccines
18. CDC;2024;1-3;About Vaccines for your Children
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สกัดโรคระบาด! สธ. เพิ่ม 4 โรคต้องเฝ้าระวัง พร้อมคุมเข้มเชื่อมข้อมูลวัคซีนรัฐ-เอกชน
- 'ไข้หวัดใหญ่' ใกล้ถึงฤดูระบาด เร่งป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูก-ฉีด
- 'ไข้หวัดใหญ่' ป้องกันได้แค่ 'รับวัคซีน'
ติดตามเราได้ที่