โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช. ขานรับนายกฯ เริ่มลดระบายเขื่อนเจ้าพระยา 2,400 ลบ.ม./วินาที วันนี้ เฝ้าระวังฝนหนัก 9-13 ต.ค.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สทนช. รับข้อสั่งการนายกฯ บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ หารือหน่วยงานปรับลดการระบายเขื่อนใหญ่ หน่วงน้ำลดผลกระทบประชาชน

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ได้ประชุมเร่งด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำตามประเด็นข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เรื่องการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังให้สอดคล้องกับระดับน้ำทะเล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด จากการติดตามคาดการณ์ฝนในระยะต่อไปโดยกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า ในช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานเตรียมความพร้อมทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร พื้นที่อพยพ และแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ได้ปรับลดการระบายน้ำอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ตอนล่าง ยกเว้นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกักหลังจากมีการหน่วงน้ำไว้ระยะเวลาหนึ่ง จำเป็นต้องระบายน้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อควบคุมระดับน้ำได้แล้วจะทยอยปรับลดการระบายให้เหมาะสม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการเร่งปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยพิจารณาจากปริมาณน้ำหน้าเขื่อนที่ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะเริ่มทยอยลดการระบายน้ำได้ในวันนี้ จากอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างจะต้องควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งโดยเร็ว

ด้านลุ่มน้ำบางปะกง บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรีมีปริมาณน้ำมาก ขณะนี้มวลน้ำจากพื้นที่ จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี และนครนายก ได้ไหลมารวมกันบริเวณ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเขื่อนสียัด เขื่อนนฤบดินทรจินดา เขื่อนขุนด่านปราการชล ได้ช่วยหน่วงมวลน้ำไว้ส่วนหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เขื่อนต่างๆ ทำให้มีน้ำไหลเข้าปริมาณมาก ประกอบกับมีฝนตกหนักในพื้นที่ท้ายเขื่อนสียัด ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ต่ำที่ระบายน้ำออกได้ยาก จึงจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายออกสู่ทะเล โดยต้องคำนึงถึงระดับน้ำทะเลหนุนในแต่ละช่วงเวลา เพื่อเร่งให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ปัจจุบันเขื่อนแม่กลองปรับลดการระบายน้ำแล้ว สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ โดยเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณจะบริหารจัดการน้ำไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง โดยยังต้องติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอย่างใกล้ชิด ส่วนลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก และคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นในช่วงหลังจากนี้ จึงต้องเฝ้าระวังและเร่งพร่องน้ำออกจากเขื่อนเพื่อรองรับฝน ขณะที่ จ.สมุทรปราการ อยู่ในระหว่างเร่งสูบระบายน้ำลงทะเลเพื่อลดระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่

เลขาธิการ สทนช.กล่าวว่า ได้เน้นย้ำหน่วยงานให้พิจารณาปรับการระบายน้ำให้สมดุลกับน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน โดยจะต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน เช่น ผู้เพาะเลี้ยงปลาในกระชัง พร้อมให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์และการปรับการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของตัวเขื่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สทนช. ขานรับนายกฯ เริ่มลดระบายเขื่อนเจ้าพระยา 2,400 ลบ.ม./วินาที วันนี้ เฝ้าระวังฝนหนัก 9-13 ต.ค.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...