โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐบาลสั่งด่วนที่สุด เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยภาคกลางเชิงรุก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Nick
วันที่ 28 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้อง

วันที่ 28 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย การบริหารจัดการน้ำ และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศูนย์ ปภ. เขตในพื้นที่ภาคกลาง เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในภาคกลางยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่น้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน การบริหารอ่างเก็บน้ำ การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงและเส้นทางระบายน้ำ ตลอดจนการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชน โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันอย่างเป็นระบบ

สำหรับข้อสั่งการเร่งด่วน ให้คณะอนุกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดทำข้อมูลคาดการณ์ล่วงหน้า 7–10 วัน เพื่อให้จังหวัดมีเวลาเตรียมรับมือกับสถานการณ์ ขณะเดียวกัน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมจุดอพยพ เส้นทางอพยพ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมใช้งานได้ทันที

ด้านการบริหารจัดการน้ำ ให้พิจารณาสถานการณ์ทั้งน้ำเหนือเขื่อนและน้ำท้ายเขื่อน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงาน เพื่อประเมินผลกระทบก่อนมีการปรับแผนระบายน้ำ รวมถึงให้จัดทำ แผนที่เสี่ยงอุทกภัย (Risk Map) ระบุพื้นที่และระดับความเสี่ยงอย่างชัดเจน เพื่อให้ ปภ. จังหวัดและหน่วยปฏิบัติสามารถนำไปใช้วางแผนเฝ้าระวัง แจ้งเตือน อพยพ และจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลได้ตรงกับพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น

ด้านการสื่อสาร ให้กรมประชาสัมพันธ์เร่งเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ พื้นที่เสี่ยง และแนวทางปฏิบัติด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเตรียมพร้อมล่วงหน้า ขณะที่ ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่ต้องเร่งแจ้งเตือนและเตรียมการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับข้อมูล Risk Map และสถานการณ์จริง

ส่วนการช่วยเหลือและเยียวยา ให้ ปภ. ประสานกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หากจังหวัดประสบปัญหาหรือติดขัดในการดำเนินการ ให้จัดช่องทางให้คำแนะนำและเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล รถสนับสนุนการอพยพ ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา รวมถึงดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ พร้อมจัดเตรียมศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ถุงยังชีพ และสถานพยาบาล เพื่อรองรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างเพียงพอ

นายเอกนิติ ย้ำว่า ทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก ประเมินพื้นที่เสี่ยงให้เร็ว ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และทำให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยง รวมถึงต้องเตรียมตัวอย่างไร พร้อมจัดเตรียมจุดอพยพ เครื่องมือ เครื่องจักร และระบบช่วยเหลือให้พร้อม เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...