โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลต่อยอดความสำเร็จประชุม IMF–World Bank ชู 3 ความสำเร็จเจ้าภาพที่โลกประทับใจ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

รัฐบาลเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จประชุม IMF–World Bank 2026 ชู 3 ความสำเร็จ “เจ้าภาพที่โลกประทับใจ ผู้นำทางความคิด หุ้นส่วนเศรษฐกิจที่โลกเชื่อมั่น” เปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ร่วมแถลงผลสำเร็จการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมแนวทางต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ภายหลังประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยต้องทำให้โอกาสและความร่วมมือที่เกิดขึ้นนำไปสู่ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงเดินหน้าประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้ศักยภาพและเอกลักษณ์ของไทยที่ได้รับการเผยแพร่สู่สายตานานาชาติ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการไทย และภาคบริการของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงความยินดีกับคนไทยทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยได้รับเสียงชื่นชมจากผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากนานาประเทศ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และอาสาสมัคร ซึ่งร่วมกันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานระดับโลก

โดยหากเปรียบการประชุมครั้งนี้เป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ประเทศไทยสามารถคว้าเหรียญทองได้ใน 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นเจ้าภาพที่โลกประทับใจ การเป็นผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ และการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่โลกเชื่อมั่น สรุปได้ดังนี้

1) ความสำเร็จด้านการเป็นเจ้าภาพที่โลกประทับใจ ประเทศไทยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมมากกว่า 19,000 คน นับเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของการประชุม IMF–World Bank โดยประมาณร้อยละ 60 เป็นผู้แทนระดับสูงและผู้เข้าร่วมจากกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายในภาคโรงแรม ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ พร้อมช่วยเผยแพร่ศักยภาพของไทยด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม MICE

ภาพลักษณ์และความประทับใจที่ประเทศไทยส่งต่อสู่สายตาชาวโลก ทั้งอาหารไทย ผลไม้และไอศกรีมที่ได้รับความนิยม ผ้าไทยลวดลายท้องถิ่น ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้าที่สะท้อนภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของไทย ช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการไทยในระดับนานาชาติ และเป็นโอกาสในการต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว การส่งออก และการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

2) ความสำเร็จด้านการเป็นผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ การประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอแนวคิดและแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาคมโลกกำลังเผชิญ พร้อมแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและร่วมแก้ไขปัญหาระดับโลกได้ แม้จะเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางก็ตาม

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ Royal Pavilion ซึ่งนำเสนอพระราชกรณียกิจ แนวพระราชดำริ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 ตลอดจนการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานในรัชสมัยรัชกาลปัจจุบัน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ยังได้อัญเชิญพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากล่าวในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีผู้แทนจากประมาณ 190 ประเทศเข้าร่วม พร้อมแสดงความตั้งใจที่จะนำแนวคิดดังกล่าวไปเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานต่อไป

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังนำเสนอแนวทางรับมือโจทย์สำคัญของโลก 4 ด้าน ได้แก่ 1) การประยุกต์ใช้ AI โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ เพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อย 2) การรับมืออาชญากรรมทางการเงินในโลกดิจิทัล ผ่าน Bangkok Blueprint เพื่อป้องกันการทุจริตทางการเงินและอาชญากรรมข้ามพรมแดน ตลอดจนเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในการทำธุรกรรมทางการเงิน 3) การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อพัฒนาโครงการเมืองคาร์บอนต่ำ อาทิ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในอาคารภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการรวบรวมผลการลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิต และ 4) การเชื่อมโยงความร่วมมือในโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้น โดยประเทศไทยเสนอบทบาทการเป็น Trusted Connector หรือประเทศที่สามารถเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ใช้ศักยภาพของประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประเทศและภูมิภาค

3) ความสำเร็จการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่โลกเชื่อมั่น โดยสร้างความเชื่อมั่นจากภายนอกควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถภายในประเทศ โดยใช้โอกาสจากการเป็นเจ้าภาพเปิดการหารือกับผู้นำภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ นักลงทุน ภาคธุรกิจ และบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะช่วยรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก พร้อมรักษาวินัยการคลังควบคู่กับการลงทุนเพื่ออนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงความร่วมมือกับหุ้นส่วนในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ อาทิ การหารือกับธนาคารกลางและธนาคารพัฒนาอิสลาม เพื่อขยายโอกาสด้านการเงินอิสลามและสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทย รวมถึงการจัดเวทีเชื่อมโยงนักธุรกิจชั้นนำจากหลายภูมิภาคเข้ากับภาคธุรกิจไทย ก่อนการประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ในเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจและพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำข้อเสนอแนะจากองค์กรระหว่างประเทศและนักลงทุนมาปรับปรุงการดำเนินงานภายในประเทศ ทั้งด้านกฎระเบียบ ขั้นตอนการประกอบธุรกิจ และการพัฒนาทักษะแรงงานไทย โดยมีกลไกคณะกรรมการ กรอ. เป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือข้ามกระทรวงและระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้มากกว่าร้อยละ 3 ภายใน 4 ปี และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ติด 20 อันดับแรกของโลก

ดร.สันติธารกล่าวเพิ่มเติมว่า การดึงดูดการลงทุนจะต้องไม่มุ่งเพียงการนำเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามา แต่ต้องทำให้การลงทุนเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ (Suppliers) ตลอดจนแรงงานไทย เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะ การสร้างงานที่มีคุณภาพ และการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบ ประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และความโปร่งใส จะเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยมุ่งดำเนินการตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดภายในปี 2571

ดร.สันติธารย้ำว่า ความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภารกิจระยะต่อไป ประเทศไทยสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งขึ้นในสายตานานาชาติ และเปิดประตูสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ ได้แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนความสนใจและความเชื่อมั่นที่ได้รับให้กลายเป็นการลงทุนจริง โอกาสทางธุรกิจ และรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน โดยต้องใช้โอกาสจากการประชุมเพียงหนึ่งสัปดาห์ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยไปอีกหลายสิบปี พร้อมย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลงานร่วมกันของคนไทยทุกคน

ในช่วงท้าย โฆษกรัฐบาลเน้นย้ำว่า ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาครัฐหรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากได้ ผ่านการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมสินค้าไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพย์สินทางปัญญา และเอกลักษณ์ของประเทศให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาผู้ประกอบการและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐบาลต่อยอดความสำเร็จประชุม IMF–World Bank ชู 3 ความสำเร็จเจ้าภาพที่โลกประทับใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...