โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูบาเอ็ม น้ำตาคลอ แจงดราม่า อาการแปลกระหว่างเทศน์ ยันไม่เคยยุ่งยาเสพติด

Thaiger

อัพเดต 29 ตุลาคม 2569 เวลา 0.04 น. • เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว • Thaiger ข่าวประเทศไทย

ครูบาเอ็ม สำนักสงฆ์ถ้ำแจ้ง จ.ลำปาง น้ำตาคลอแจงดราม่า อาการแปลกระหว่างเทศน์ พักผ่อนน้อย-มีไข้ ยืนยันไม่เคยยุ่งยาเสพติด

จากกรณี เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความตั้งคำถามพร้อมคลิปพระรูปหนึ่ง ทราบภายหลังว่าคือ ครูบาเอ็ม อภิปุณโณ พระลูกวัดของสสำนักสงฆ์ถ้ำแจ้ง ตั้งอยู่ในพื้นที่จ.ลำปาง กำลังสนทนาธรรมผ่านไลฟ์สด แต่กลับมีท่าทางอาการที่แปลกตา ซึ่งหลังจากโพสต์คลิปสั้น ๆ ที่เผยให้เห็นปฏิกิริยาดังกล่าวก็สร้างเสียงวิพากย์วิจารณ์ต่อชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด (28 ต.ค. 69) ในช่องยูทูป ธรรมะ Next Gen เผยแพร่คลิปครูบาเอ็ม สำนักสงฆ์ถ้ำแจ้ง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ออกมาชี้แจงถึงดราม่าพฤติกรรมแปลกที่เกิดขึ้นระหว่างไลฟ์แสดงธรรมะ ระบุว่า

“ก่อนหน้านี้ครูบาเอ็มพักผ่อนน้อย และในวันไลฟ์สดมีอาการไข้รุม ๆ อ่อนเพลีย แต่ยังไม่ได้ทานยา แล้วต้องออกมาทำหน้าที่ไลฟ์สดสนทนาธรรม สภาวะที่เกิดขึ้นกับร่างกายบางครั้ง ก็ไม่ได้รู้ทั้งหมด สมมุติว่าหากตรวจเจอว่าเป็นโรคอะไรที่ต้องไปโรงพยาบาลก็ต้องไป แต่ขณะนั้นไม่ทราบว่าป่วยหรือไม่ ยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติด

ตนเองยอมออกจากกรุงเทพมหานคร สละชีวิตที่กำลังเจริญเติบโต ทิ้งทั้งเพื่อน คนรัก และครอบครัว เพื่อมาบวชอยู่กลางป่าในจังหวัดลำปาง จะมาทำความชั่วเพื่ออะไร หากตนเองจะโง่ถึงขนาดมาทำความชั่วหรือเสพยาในสถานที่แห่งนี้ ก็ขออย่าได้พบเจอแสงสว่างอีกเลยตลอดอนันตกาล

เข้าใจคนที่ออกมาดูถูก และไม่ถือโทษโกรธใด ๆ เพราะตนเองก็เคยมีความคิดในลักษณะนั้นมาก่อน และด้วยนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนชอบตบมุกตลกเพื่อไม่อยากให้บรรยากาศซีเรียส เพราะมองว่ากระแสในโซเชียลวันหนึ่งก็จะเป็นเรื่องปกติไป

ส่วนเรื่องเสียงหายใจแรง เกิดจากการฝึก “อานาปนสติ” หรือการเจริญสติผ่านลมหายใจ โดยปกติคนทั่วไปเวลาอารมณ์เสียจะถอนหายใจ แต่สำหรับตนเอง เวลาโดนสิ่งกระทบหรืออารมณ์เข้ามา จะติดนิสัยกลับมารู้ลมแรง ๆ เพื่อดึงสติตัวเอง ซึ่งฝึกจนติดเป็นนิสัย การดึงลมหายใจแรงช่วยให้โฟกัสและรู้สึกถึงลมได้ชัดเจนขึ้น เป็นเทคนิคเฉพาะตนในการฝึกจิต เวลาไลฟ์สดก็ไม่ได้รู้สึกเครียด แต่รู้สึก “ใหม่เสมอต่อสิ่งที่เจอ” ทำทุกช่วงให้ใหม่เสมอโดยไม่มีการวางสคริปต์

เรื่องเสียงหัวเราะตอนเป็นฆราวาสไม่ได้หัวเราะขนาดนี้ อาจเพราะตอนนั้นเก็บกดความทุกข์มานาน แต่เมื่อมาอยู่วัดได้วางใจลง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องแกล้งเป็นใคร จึงหัวเราะออกมาจากใจจริง 100% เหมือนการได้ไปอยู่กลางธรรมชาติแล้วตะโกนออกมา หรือเหมือนการนั่งทานข้าวกับเพื่อนสนิทโดยไม่ต้องเฟค

ยอมรับตรง ๆ ว่าภาษาทางกายของตนเองดูลุกลี้ลุกลน จนน่ากลัวจริง ๆ อย่างที่คนพูดกัน และยอมรับว่าเป็นคนพูดตรง พูดอ้อมไม่เป็น ตนเองดูโผงผาง ซื่อตรงเกินไป จนดูเหมือนไม่มีกาลเทศะ ซึ่งน้อมรับที่จะนำคำติชมมาขัดเกลาตนเองให้มีการวางตัวที่ดีขึ้น โดยปกติเวลาอยู่ใกล้พระอาจารย์ ตนเองจะเรียบร้อยมาก”

ประเด็นคลิปสั้นที่ถูกตัดต่อมาลงโซเชียลจนเกิดเป็นดราม่า ครูบาเอ็ม เผยว่า “ตนเองในอดีตก็เคยตัดสินคนอื่นเพียงไม่กี่วินาทีจากมุมมองของตัวเอง คลิปที่เป็นประเด็นในโซเชียล เป็นการตัดเนื้อหาเพียง 5–10 วินาที จากคลิปเต็มที่มีความยาวกว่า 50 นาที เพื่อสนองอารมณ์ผู้รับชมในยุคที่คนความอดทนน้อย ใครที่สงสัยให้ย้อนกลับไปดูคลิปแรกตั้งแต่เริ่มสนทนาธรรม และเปิดใจดูคลิปเต็ม 50 นาทีให้จบ เพื่อดูพัฒนาการและการเติบโตจากประสบการณ์ คนเราใช้เวลาทำความรู้จักตนเองกี่นาที ทำไมคนที่อยู่วัดและอยู่ด้วยกันถึงเข้าใจ

คนที่เข้ามาศึกษาและได้ประโยชน์ตนเองก็ยินดีและขอบคุณ ส่วนคนที่เข้ามาเพื่อสนองอารมณ์ชั่วคราวแล้วจากไป ก็ถือว่าตนเองได้ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น 1 นาที และไม่คิดเอาเรื่องใคร เพราะจุดประสงค์หลักในการบวชคือการออกมาเพื่อ “รู้จักตัวเอง””

ครูบาเอ็ม หลั่งน้ำตาพร้อมบอกความรู้สึกหลังตกเป็นประเด็นดราม่าว่า “ไม่ได้ร้องไห้เพราะเครียดหรือเสียใจจากดราม่าโซเชียล แต่ตื้นตันใจที่ได้เผชิญกับชีวิตจริง ยิ่งเจออุปสรรคและบททดสอบ ยิ่งตอกย้ำว่าตนเองตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกเส้นทางพึ่งพาตนเอง และรู้สึกคุ้มค่ามากกับสิ่งที่เลือก ยืนยันว่าไม่ได้ยกหางตัวเอง แต่ดีใจที่สู้จริง และตื้นตันใจจนล้นออกมา ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร ตนเองมั่นใจว่าเลือกทางถูกแล้ว และน้ำตาที่ไหลออกมาคือความดีใจและความตื้นตันใจอย่างแท้จริง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงจาก : Youtube ธรรมะ Next Gen

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...