‘รมว.กลาโหม’ ถกสภากลาโหม สั่งทุกเหล่าทัพเร่งฟื้นฟูน้ำท่วม ดูแลทหารใหม่-ดันพลทหารอาสา
“รมว.กลาโหม” ประชุมสภากลาโหม ผนึกทุกเหล่าทัพเสริมความมั่นคง เร่งฟื้นฟูน้ำท่วม กำชับเตรียมพระราชพิธีให้สมพระเกียรติ ยกระดับดูแลทหารใหม่ เดินหน้า “พลทหารอาสา” สร้างโอกาส สร้างอนาคต
วันที่ 22 ต.ค.69 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 7/2569 ณ ห้องภาณุรังษี ศาลาว่าการกลาโหม โดยมี พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้แสดงความยินดีกับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์มาร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจอย่างเป็นเอกภาพ โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
ด้านการเตรียมความพร้อมพระราชพิธีสำคัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำชับให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญสูงสุดกับการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเน้นความถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ความพร้อมเพรียง ความสง่างาม และการประสานการปฏิบัติระหว่างเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือได้รายงานความคืบหน้าการเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยจัดเรือพระราชพิธี 52 ลำ กำลังพลประมาณ 2,400 นาย ตามเส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวราราม ระยะทางประมาณ 3.9 กิโลเมตร ซึ่งการเตรียมการเป็นไปตามแผน โดยมีกำหนดซ้อมใหญ่วันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569 ก่อนพระราชพิธีจริงในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำความพร้อมของเรือพระราชพิธี กำลังพล การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างรอบด้าน
ด้านความมั่นคงและการพัฒนากองทัพ ที่ประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค สถานการณ์ตามแนวชายแดน และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำชับให้ทุกหน่วยติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทบทวนแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุน พร้อมบูรณาการข้อมูลข่าวสารเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ
สำหรับการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ กองทัพบกได้รายงานยุทธศาสตร์กองทัพบก พ.ศ. 2570–2580 มุ่งพัฒนาสู่กองทัพที่มีศักยภาพ ทันสมัย เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหนึ่งในกองทัพบกชั้นนำของภูมิภาค ขณะที่กองทัพอากาศนำเสนอแนวทางพัฒนาขีดความสามารถด้านกำลังทางอากาศ อวกาศ ไซเบอร์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนากำลังพลและส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและนวัตกรรมด้านความมั่นคง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองและต่อยอดสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมกำชับการบริหารงบประมาณประจำปี 2570 ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า ตรวจสอบได้ รวมถึงเตรียมข้อมูลข้อเท็จจริงและผลการดำเนินงานสำหรับการชี้แจงต่อรัฐสภาอย่างครบถ้วน
ด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงกลาโหมได้รายงานผลการระดมกำลังพลประมาณ 10,000 นาย หมุนเวียนปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชน พร้อมสนับสนุนรถบรรทุกกว่า 1,000 คัน เรือประเภทต่าง ๆ 113 ลำ เรือผลักดันน้ำ 90 ลำ และยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมการอพยพประชาชน การสนับสนุนสิ่งของจำเป็น การเร่งระบายน้ำ และการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
ที่ผ่านมา ได้สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคและถุงยังชีพกว่า 65,000 ชุด อาหารปรุงสุกกว่า 383,000 กล่อง และฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะรวม 250 แห่ง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำชับให้ทุกเหล่าทัพเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและกลุ่มเปราะบาง เร่งระดมกำลังพลและเครื่องจักรกลฟื้นฟูชุมชน สถานศึกษา และสาธารณูปโภค เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า กองทัพมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยใช้ศักยภาพด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การฟื้นฟูเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง
ด้านการดูแลกำลังพลและทหารใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำการเตรียมรับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/2569 ในเดือนพฤศจิกายน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย สุขภาพ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิต กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามหลักสูตรและระเบียบอย่างเคร่งครัด ห้ามการลงโทษหรือการปฏิบัตินอกเหนือระเบียบโดยเด็ดขาด พร้อมจัดให้มีช่องทางสื่อสารกับครอบครัว เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นว่าทหารใหม่ทุกนายจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมเดินหน้าส่งเสริมโครงการ “พลทหารอาสา : จากหน้าที่…สู่โอกาส” ประจำปี 2570 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ารับราชการทหารด้วยความสมัครใจ โดยมุ่งให้การเป็นทหารไม่ใช่เพียงการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตนเองและสร้างอนาคต ผ่าน “4 โอกาส” ได้แก่
1. โอกาสมีรายได้ มีหลักประกัน ด้วยเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงรวมประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน
2. โอกาสสร้างวินัยและความแข็งแรงทั้งกายใจ พร้อมปลูกฝังจิตสาธารณะและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
3. โอกาสเพิ่มวุฒิ เพิ่มทักษะ เพิ่มวิชาชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพและต่อยอดการประกอบอาชีพ
4. โอกาสเลือกอนาคตของตนเอง ทั้งการเติบโตในสายอาชีพทหาร การรับราชการ การทำงานภาคเอกชน หรือการประกอบอาชีพอิสระ
โครงการดังกล่าวเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 ถึง 24 มกราคม 2570 ผ่านเว็บไซต์ rcm.rta.mi.th โดยมุ่งให้การรับราชการทหารเป็นทั้งโอกาสในการทำความดีเพื่อส่วนรวม และเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ตนเองและครอบครัว
ในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และทุกเหล่าทัพ บูรณาการการทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งการปกป้องอธิปไตย การรักษาความมั่นคง การพัฒนากองทัพให้ทันสมัย การดูแลกำลังพล และการช่วยเหลือประชาชน โดยมุ่งให้ทุกนโยบายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศและความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างยั่งยืน