โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมชลฯ ทยอยระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ ควบคุมต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบกรุงเทพฯ

JS100

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
กรมชลฯ ทยอยระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ ควบคุมต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบกรุงเทพฯ

กรมชลประทานเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำป่าสัก ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน (2 ตุลาคม 2569) มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 962 ล้าน ลบ.ม. เต็มความจุอ่างฯ จำเป็นต้องทยอยระบายน้ำออกในอัตรา 400 ลบ.ม./วินาที เพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รวมทั้งรักษาความปลอดภัยของตัวเขื่อน โดยจะปรับการระบายให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าและสถานการณ์ฝนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มน้ำไหลลงอ่างฯเริ่มลดลงแล้ว จะทำให้สถานการณ์ในลุ่มน้ำป่าสักเริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติในระยะต่อไป ปริมาณน้ำที่เก็บกักได้เต็มความจุอ่างฯ ทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าได้อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ น้ำที่ระบายจากเขื่อนป่าสักฯ จะไหลต่อไปยังเขื่อนพระราม 6 ซึ่งปัจจุบันระบายอยู่ในอัตรา 546 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก ด้านท้ายเขื่อนพระราม 6 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00–1.20 เมตร ก่อนจะไหลไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา และไหลลงสู่บริเวณสถานี C.29B จังหวัดปทุมธานี ในเกณฑ์ประมาณ 2,444 ลบ.ม./วินาที โดยจุดนี้จะควบคุมน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการระบายน้ำจะพิจารณาร่วมกับปริมาณฝนในพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์น้ำขึ้น–น้ำลง ที่มีผลต่อความสามารถในการระบายน้ำลงสู่ทะเลด้วย

กรมชลประทาน จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และปรับการระบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในแต่ละช่วงและลดผลกระทบต่อประชาชน

…

กรมชลประทาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...