ธปท. จ่อเข้มเปิดบัญชีร้านค้า จับตา 24 แพตเทิร์นธุรกรรมต้องสงสัย สกัดเงินเทา
ธปท.จ่อออกประกาศสัปดาห์หน้า คุมเข้มการเปิดบัญชีร้านค้า ยกระดับ KYC–CDD–EDD พร้อมจับตา 24 แพตเทิร์นธุรกรรมต้องสงสัย สกัดเส้นทางเงินเทา–พนันออนไลน์
1 ตุลาคม 2569 คณะทำงาน "Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน จัดงาน Dinner Talk "Zero Corruption : From Policy to Action"
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในหัวข้อ "ระบบการเงินที่โปร่งใสกับอนาคตเศรษฐกิจไทย" ระบุว่า ดีใจที่ภาคเอกชนพูดถึงเรื่องการลงมือทำเพราะ คิดว่าแนวทางของธปท.มีความชัดเจนว่า หากเราไม่ร่วมมือกันลงมือทำ ปัญหาก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ หากเราพูดเพียงอย่างเดียว หรือทำเพียงประชาสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์อย่างเดียว ปัญหาก็จะไม่สามารถได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง
“ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ธปท.ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่ง ‘เงินเทา’ และ ‘คอร์รัปชัน’ เป็นหนึ่งในปัญหาหลัก และเป็นหนึ่งใน 4 ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ธปท.ให้ความสำคัญและลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง”
โดยเหตุผลสำคัญคือ ธปท.มองเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยเติบโตประมาณ 7% ลดลงมาเหลือ 5% และลดลงมาเหลือ 3% ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2.3% การชะลอตัวดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาเป็นเวลานาน และที่ผ่านมาอาจยังไม่ได้มีการลงมือแก้ไขอย่างจริงจังเพียงพอ
“ธปท.หยิบปัญหาเชิงโครงสร้างในด้านการเงินขึ้นมา 4 เรื่องเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ได้แก่ ปัญหาหนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs การเข้าถึงระบบทางการเงินอย่างเป็นธรรม โดยมีต้นทุนที่เหมาะสม ทั้งในส่วนของค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชัน”
นายวิทัย กล่าวอีกว่า ทั้ง 4 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ธปท.ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญที่จำเป็นต้องแก้ไขควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของธปท.โดยตรง แม้จะมีปัญหาหลายเรื่องที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการแก้ไข แต่ในส่วนที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ เชื่อว่าสามารถทำให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นได้ และสามารถแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาทั้ง 4 เรื่องได้
หากมองในมุมเศรษฐศาสตร์ ปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชันถือเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการสูญหายและการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นสิ่งที่เรียกว่า “misallocation of resources” เพราะเงินจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพยากรที่ไม่ควรสูญหายไปจากระบบเงินที่เกิดจากกิจกรรมดังกล่าวเป็นเงินที่ไม่ควรถูกหักออกไปจากระบบเศรษฐกิจ แต่ควรเป็นทรัพยากรที่สามารถนำไปสร้างกำไร สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้จากภาษีให้กับรัฐบาล ซึ่งจะทำให้เงินหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
“เงินเทาและคอร์รัปชันจึงไม่ใช่เพียงปัญหาด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เพราะเป็นการทำให้ทรัพยากรสูญหายออกจากระบบ และเป็นการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เหมาะสม เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไข เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในพื้นที่สีเทาและพื้นที่สีดำ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันและลงมือทำอย่างจริงจัง ก็สามารถสร้างสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับประเทศและสังคมได้ แต่หัวใจสำคัญคือจะต้องลงมือทำ”
การแก้ปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชันผ่านระบบการเงิน
นายวิทัย กล่าวว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ธปท.ได้ลงมือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องเงินเทาและคอร์รัปชัน โดยมองปัญหาทั้งระบบ หรือทำในลักษณะทั้งระบบ เหตุผลที่ธปท.เข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นเงินเทา การพนันออนไลน์ หรือคอร์รัปชัน ล้วนต้องใช้เส้นทางการเงิน และต้องอาศัยบริการของสถาบันการเงิน เงินต้องถูกโอนเข้าบัญชี การพนันออนไลน์ต้องรับชำระเงินผ่านระบบการชำระเงิน
ขณะที่เงินที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชัน เมื่อถูกนำออกจากระบบ ก็ต้องมีการถอนออกมาในรูปของเงินสด หรือมีการโอนและแปลงสภาพต่อไป เงินจำนวนมากยังต้องถูกแปลงสภาพไปเป็นสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่าง ๆ เช่น ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือ Stablecoin อย่าง USDT ซึ่งมีการซื้อขายในปริมาณมาก การแปลงสภาพเหล่านี้จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ธปท.ติดตามและเข้าไปดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของธปท. เช่น การนำเงินเทาหรือเงินที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันไปซื้อที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หรือรถยนต์หรู ธปท.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้โดยตรง แต่พยายามทำให้ดีที่สุดในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยมุ่งจัดการกับเส้นทางการเงินตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
เริ่มตั้งแต่การเปิดบัญชี การดำเนินการเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดบัญชี โดยธปท.ได้ออกเกณฑ์ใหม่สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากให้มีความเข้มงวดมากขึ้น นอกจากเกณฑ์ KYC หรือการรู้จักลูกค้า ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ตามปกติแล้ว ยังมีการใช้ CDD หรือ Customer Due Diligence และ EDD หรือ Enhanced Due Diligence เพิ่มเข้ามา
“หากบุคคลใดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยง การเปิดบัญชีจะไม่สามารถทำได้ง่ายเหมือนในอดีต ไม่สามารถให้คนจำนวนมากเดินทางมาพร้อมกันและเปิดบัญชีในสาขาเดียวกันได้โดยง่ายอีกต่อไป เพราะต้องผ่านเกณฑ์และกระบวนการตรวจสอบที่กำหนดไว้”
ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการรับชำระเงินก็ไม่สามารถเข้าไปรับชำระเงินให้กับธุรกิจเงินเทา หรือรับชำระเงินให้กับการพนันออนไลน์ได้ ประกาศในเรื่องนี้จะออกในสัปดาห์หน้า และจะลงราชกิจจานุเบกษาในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้การเปิดบัญชีของลูกค้าที่เป็นร้านค้า Merchant ต่าง ๆ มีความเข้มงวดมากขึ้น
การสร้างคอขวดในการถอนเงินสด
อีกมาตรการหนึ่งที่ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน คือการจัดการกับการถอนเงินสดจำนวนมาก
ท้ายที่สุดแล้ว หากเงินสามารถเข้ามาอยู่ในบัญชีได้ ก็จะต้องมีการนำเงินออก ไม่ว่าจะเป็นการโอนหรือการถอน หากการถอนเงินสดจำนวนมากทำได้ยากขึ้น ก็จะเป็นการสร้าง “คอขวด” และเพิ่มความยากลำบากในการเคลื่อนย้ายเงิน
มาตรการดังกล่าวอาจไม่ได้หมายความว่าจะสามารถปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายได้ทั้งหมด แต่จะทำให้การดำเนินการมีความยากลำบากมากขึ้น และทำให้ปริมาณธุรกรรมลดลง
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา การถอนเงินสดจำนวนมากถูกกำหนดให้มีเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันมองว่าความจำเป็นในการถอนเงินสดจำนวนมากลดลง เพราะมีช่องทางอื่นในการชำระเงินและโอนเงินจำนวนมาก ทั้ง QR Payment การโอนเงิน และการใช้เช็ค
สำหรับการถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท ผู้ถอนจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเพิ่มเติม และต้องสามารถตอบได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปใช้ทำอะไร ผลที่เกิดขึ้นคือ ยอดการถอนเงินสดจำนวนมากลดลงมากกว่า 50%
เดิมยอดการถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาทอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อเดือน ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อเดือน สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวมีผลกระทบเกิดขึ้นทันทีการกำหนดนิยามธุรกรรมต้องสงสัย
จับตา 24 พฤติกรรม “ธุรกรรมต้องสงสัย”
นายวิทัย กล่าวว่า อีกเรื่องที่ดำเนินการคือการจัดการกับ “ธุรกรรมต้องสงสัย” ตามกฎหมาย ปปง. มีนิยามเกี่ยวกับธุรกรรมต้องสงสัย และกำหนดให้ธนาคารต้องตรวจสอบธุรกรรมที่เข้าข่ายต้องสงสัย รวมถึงการโอนเงิน การหน่วงเงิน หรือการปิดบัญชีในกรณีที่เข้าเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนว่า พฤติกรรมทางการเงินแบบใดควรถือเป็นรูปแบบของธุรกรรมต้องสงสัย
ธปท.จึงมีการกำหนดรูปแบบหรือแพทเทิร์นของธุรกรรมไว้ 24 รูปแบบ หากธุรกรรมเข้าข่ายตามรูปแบบดังกล่าว จะถือว่าเป็นพฤติกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยและต้องมีการตรวจสอบ ตัวอย่างเช่น การมีเงินเข้าบัญชีในช่วงกลางคืนอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนเงินเป็นตัวเลขกลม ๆ เช่น 100, 500,000 หรือ 200 แล้วโอนออกไปในครั้งเดียว ลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ เพราะไม่ปรากฏสินค้าหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับธุรกรรม และมีรูปแบบเป็นตัวเลขกลม ๆ รวมทั้งเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน
“เมื่อเงินเข้ามาอยู่ในบัญชีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงินเทา เงินที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชัน หรือเงินประเภทใดก็ตาม หากต้องการถอนออกและนำไปแปลงสภาพเป็นสินทรัพย์ ก็จะต้องผ่านจุดที่ธปท.สามารถเข้าไปสร้าง “คอขวด” ได้”
นายวิทัย กล่าวอีกว่า อีกตัวอย่างหนึ่งคือการแปลงเงินไปเป็นทองคำ หากมีการถอนทองคำจากบัญชีในปริมาณเกิน 2 กิโลกรัม หรือมูลค่า 10 ล้านบาท จะต้องมีการรายงาน โดยเป็นการขอให้รายงานชื่อและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ผลที่พบคือ จำนวนทองคำที่ถอนออกจากการซื้อผ่านช่องทางแอปลดลงมากกว่า 70%
นอกจากทองคำแล้ว ยังมีการติดตามกรณีที่มีการแปลงเงินไปเป็นธนบัตรดอลลาร์ ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีผู้ใช้ในการเก็บมูลค่า เนื่องจากใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อยกว่าเงินสดจำนวนมาก ธปท.จึงเข้าไปติดตามกระบวนการแปลงเงินดังกล่าวด้วย โดยกำหนดข้อจำกัดในกรณีที่เป็นการแปลงเป็นเงินสด ขณะที่การโอนเงินยังสามารถดำเนินการได้ แต่หากเป็นการรับหรือถอนในรูปของเงินสด จะมีข้อจำกัดเพิ่มขึ้น
ติดตามการซื้อขาย USDT
นายวิทัย กล่าวด้วยว่า อีกประเด็นหนึ่งที่พบคือ ปริมาณการซื้อขาย USDT ในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ผิดปกติ โดยมีปริมาณการซื้อขายหลายแสนล้าน USDT สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับ USDT ต้องเข้าใจว่า USDT มีลักษณะเชื่อมโยงกับดอลลาร์ ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่าเหตุใดประเทศไทยจึงมีปริมาณการซื้อขาย USDT สูงมาก
โดยทั่วไป หากมีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในปริมาณมาก สินทรัพย์ที่มีการซื้อขายมักเป็น Bitcoin หรือ Ethereum แต่ในประเทศไทยกลับพบการซื้อขาย USDT ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม
ธปท.จึงติดตามเรื่องดังกล่าว และทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. จากการตรวจสอบพบว่า ธุรกรรมจำนวนมากมีลักษณะเป็นการถอนเงินสดเพื่อซื้อ USDT หรือโอนเงินไปซื้อ USDT จากนั้นเมื่อซื้อเสร็จแล้ว เงินถูกโอนออกไปต่างประเทศทันที โดยโอนไปในชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ทราบว่าเป็นใคร
จากรูปแบบดังกล่าว จึงมองว่าเป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินออกจากประเทศผ่านกระบวนการทางการเงิน และมีลักษณะเข้าข่ายการฟอกเงิน ปริมาณธุรกรรมมีจำนวนมาก โดยในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณหลายแสนล้าน และเชื่อว่าธุรกรรมจำนวนนี้เป็นธุรกรรมที่ไม่ปกติ และน่าจะเกี่ยวข้องกับเงินเทาและคอร์รัปชัน
การสร้างคอขวดในทุกจุดของระบบการเงิน
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของสิ่งที่ธปท.พยายามดำเนินการกับปัญหาเงินเทา โดยพยายามปรับทั้งระบบ เพราะมองเห็นว่าเงินเทาและคอร์รัปชันทำให้ทรัพยากรสูญหายออกไปจากระบบเศรษฐกิจ ธปท.มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ เพราะธุรกรรมทั้งหมดที่กล่าวมาจำเป็นต้องผ่านเส้นทางการเงินของสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการนำเงินเข้า การนำเงินออก หรือการแปลงเงินเป็นสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ
“สิ่งที่ธปท.สามารถทำได้ คือการสร้าง “คอขวด” ในแต่ละจุด สร้างความยากลำบาก และเพิ่มขั้นตอนในการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยง เพื่อให้ธุรกรรมที่ต้องสงสัยลดลง ธปท.ไม่มีอำนาจในการจับกุมผู้กระทำผิด แต่สามารถสร้างคอขวดและสร้างความยากลำบากในเส้นทางการเงินได้ ผลที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นจากตัวเลขต่าง ๆ อย่างชัดเจน ทั้งการถอนเงินสดจำนวนมากที่ลดลงประมาณ 50% และการถอนทองคำในปริมาณมากกว่า 2 กิโลกรัมที่ลดลงทันทีประมาณ 70% ซึ่งสะท้อนว่าธุรกรรมบางส่วนมีลักษณะที่ไม่ปกติ”
ความร่วมมือของภาคการเงิน
นายวิทัย กล่าวว่า ในภาคการเงิน ธปท.ได้เดินหน้าไปอีกขั้น โดยต้องขอบคุณสมาคมธนาคารไทย รวมถึงสมาคมพันธมิตรทั้งหมด 11 สมาคมที่อยู่ภายใต้การกำกับของธปท. ที่เข้ามาร่วมลงนามในประกาศเจตนา
เจตนาร่วมกันคือ ทั้งธปท.และสถาบันการเงินไม่ประสงค์ให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือ เป็นช่องทางผ่าน หรือถูกใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเทา คอร์รัปชัน หรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการลงนาม MOU หรือการประกาศเจตนาในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่มีการกำหนดว่าธปท.ต้องทำอะไร ต้องพัฒนาเครื่องมืออะไร และต้องแบ่งปันข้อมูลอะไร ขณะเดียวกัน สมาคมธนาคารไทยต้องดำเนินการอะไร สมาคมอื่น ๆ ในกลุ่ม Non-Bank ต้องดำเนินการอย่างไร
รวมถึงผู้ให้บริการ Money Exchange และ Money Transfer ต้องดำเนินการอย่างไร การกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายจึงเป็นส่วนสำคัญของการยกระดับระบบการเงิน เพื่อให้ภาคการเงินมีความแข็งแรงและเข้มแข็งมากขึ้น ต้องร่วมกันแก้ปัญหาที่สะสมมานาน
“ปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่เป็นปัญหาที่อยู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานานและต่อเนื่องมาหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม หากทุกฝ่ายไม่ช่วยกันแก้ไข และไม่ร่วมกันลงมือทำ ปัญหาเหล่านี้ก็จะยังคงเกาะกินอยู่กับประเทศไทย และจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าของประเทศ”
นายวิทัย กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญในวันนี้จึงเป็นการขอบคุณ กกร. ที่ช่วยจัดงาน และหวังว่าภาคการเงินจะเป็นส่วนหนึ่งและเป็นพันธมิตรสำคัญของ กกร. ในการทำให้ปัญหาเหล่านี้ดีขึ้น เป้าหมายอาจไม่ได้หมายความว่าปัญหาเงินเทาหรือคอร์รัปชันจะหมดไปทั้งหมด แต่สิ่งที่สามารถทำได้คือการสร้างคอขวด สร้างข้อจำกัด และสร้างความยากลำบากในเส้นทางการเงิน เพื่อทำให้ปริมาณเงินเทาและเงินที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันลดลงจากประเทศไทยให้ได้มากที่สุด
“หัวใจสำคัญของแนวทางทั้งหมดจึงอยู่ที่ “การลงมือทำ” เพราะการพูดหรือการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคการเงิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลเส้นทางการเงินตั้งแต่การเปิดบัญชี การรับชำระเงิน การโอน การถอนเงินสด ไปจนถึงการแปลงเงินเป็นสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ”
เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันและลงมือทำอย่างจริงจัง ก็จะสามารถสร้างข้อจำกัดในจุดต่าง ๆ ของระบบ ลดช่องทางการเคลื่อนย้ายเงินที่ผิดปกติ และช่วยให้ทรัพยากรที่ควรหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไม่สูญหายออกไปจากระบบได้มากขึ้น