โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ร่ำไห้ ร้องกองปราบฯ ลูกสาววัย 19 โดนครูสาวขับรถชนเสียชีวิต ผ่านไปเกือบ 9 เดือนคดีไม่คืบหน้า

มุมข่าว

เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
เวลา 10.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า นางพรรณี คนพิมาย หรือคุณแม่ริน แม่เลี้ยงเดี่ยว เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความเป็นธรรม กรณี น้องวิว หรือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกสาวซึ่งทำงานเป็นเชฟ ถูกข้าราชการครูสาวขับรถยนต์พุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุเกิดมานานเกือบ 9 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า

เวลา 10.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า นางพรรณี คนพิมาย หรือคุณแม่ริน แม่เลี้ยงเดี่ยว เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความเป็นธรรม กรณี น้องวิว หรือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกสาวซึ่งทำงานเป็นเชฟ ถูกข้าราชการครูสาวขับรถยนต์พุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุเกิดมานานเกือบ 9 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า

นางพรรณี เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 22.50 น. บริเวณหน้าร้านโสภณ ถนนสายพัทยา-นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะ น.ส.เอ (นามสมมติ) ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ โดยมีเพื่อนสาวคือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) นั่งซ้อนท้าย หลังกลับจากทำงานและแวะซื้อพลาสเตอร์ยาให้แม่ ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านไม่ถึง 100 เมตร ก่อนถูกรถยนต์เก๋งซูซูกิ สวิฟต์ ซึ่งมี น.ส.ซี (นามสมมติ) ข้าราชการครู เป็นผู้ขับขี่ เสียหลักข้ามเลนพุ่งชนอย่างรุนแรง และยังเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์อีกคัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย

ผลตรวจทางการแพทย์พบว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) ได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองบอบช้ำและมีเลือดออกในสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าแตกหลายแห่ง แขนซ้ายหัก และกระดูกท่อนขาขวาหัก แพทย์ต้องผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน แต่เธอต้องรักษาตัวและทนทุกข์ทรมานนานถึง 29 วัน ก่อนเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จากภาวะเลือดออกในปอดและติดเชื้อในกระแสเลือด

นางพรรณี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) เป็นเด็กขยันและเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยตัดสินใจออกจากโรงเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อทำงานหาเงินช่วยแม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในบ้าน รวมถึงหนี้สินจากงานศพพี่ชาย ดูแลยายที่พิการและน้องชาย พร้อมเรียน กศน. ควบคู่ไปด้วยจนใกล้จะจบ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ครอบครัวตกอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างหนัก อีกทั้งรถยนต์ของคู่กรณีไม่มี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จึงไม่สามารถเบิกค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตจำนวน 500,000 บาท จากกองทุน พ.ร.บ. ได้

หลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายได้เจรจากับคู่กรณีที่ขับรถชน โดยได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นและค่าซ่อมรถที่เสียหาย ขณะที่นางพรรณีได้รับความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 40,000 บาท และเงินเยียวยางานศพอีก 70,000 บาท

ด้านพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีอย่างล่าช้า โดยต้องรอผลตรวจแอลกอฮอล์นานถึง 5 เดือนครึ่ง และนับตั้งแต่พูดคุยกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 คู่กรณีก็บ่ายเบี่ยงและไม่เคยติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบอีกเลย ทั้งยังทราบว่าคู่กรณีนำรถยนต์คันเกิดเหตุไปซ่อมแซมและนำกลับมาใช้งานตามปกติแล้ว

นางพรรณี ระบุว่า อยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบให้ดีกว่านี้ ขณะที่สภาพจิตใจของคนในครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะน้องชายของ น.ส.เอ (นามสมมติ) ที่ยังนั่งรอพี่สาวกลับบ้านทุกวัน และร้องไห้ถามแม่ว่า เมื่อไหร่พี่วิวจะได้รับความยุติธรรมสักที ทำให้นางพรรณีตัดสินใจนำหลักฐานเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดี และนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...