โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน.เดินหน้าร้อง ป.ป.ช. สอบ 7 กกต. มติคดีฮั้ว สว.

INN News

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"ณัฐพงษ์-พริษฐ์" แถลงเตรียมยื่น ป.ป.ช. 25 ก.ย.นี้ ขอให้ไต่สวน กกต.ทั้ง 7 คน กรณีมติคดีฮั้วเลือก สว. 14 ก.ย. อ้างมีข้อสงสัยเรื่องการใช้ดุลพินิจและการพิจารณาหลักฐาน พร้อมตั้งข้อสังเกตแต่งตั้ง "ปิยะ รักสกุล" นั่งอธิบดี DSI หวั่นกระทบการขยายผลคดี ย้ำต้องตรวจสอบการทำงานอย่างตรงไปตรงมา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงถึงการเตรียมยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยนายณัฐพงษ์ ระบุว่า จะเดินทางไปยื่นคำร้องด้วยตนเองในวันที่ 25 กันยายนนี้ โดยพรรคประชาชนเห็นว่ามติของ กกต. ในคดีดังกล่าวอาจมีประเด็นเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงต้องการให้ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ มีบทบัญญัติหลายส่วนที่เห็นว่าเกี่ยวข้อง ได้แก่ รัฐธรรมนูญ มาตรา 234 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นที่พรรคประชาชนต้องการให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบมี 2 ส่วนหลัก ประเด็นแรก คือ มติ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งพรรคประชาชนเห็นว่าอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเฉพาะการพิจารณาคดีเป็นรายบุคคล ทั้งที่พรรคเห็นว่าพฤติการณ์ที่ถูกร้องเรียนอาจมีลักษณะเป็นการดำเนินการร่วมกันเป็นขบวนการ และอาจเกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการพิจารณาหลักฐาน เช่น โพยหรือใบสั่งที่ฝ่ายค้านและภาคประชาชนเคยนำเสนอ รวมถึงกรณีพยานบางรายกลับคำให้การ ซึ่งพรรคประชาชนตั้งคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลต่อรูปคดีหรือเอื้อประโยชน์ต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ และประเด็นที่สอง คือ การดำเนินการของ กกต. ก่อนมีมติในคดี

ซึ่งพรรคประชาชนระบุว่าพบข้อสงสัยหลายประการ ทั้งเรื่องระเบียบที่อาจเปิดช่องให้เกิดการจัดทำโพย การใช้หมายเลขเดียวกันในรอบเช้าและรอบบ่าย รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครและการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ประเด็นเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่พรรคต้องการให้ ป.ป.ช. เป็นผู้ตรวจสอบและไต่สวนต่อไป

ส่วนจะร้อง กกต. ทั้ง 7 คนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นบุคคลที่อยู่ในข่ายเกี่ยวข้องจะถูกร้องทั้งหมด โดยคำร้องของพรรคประชาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตั้งคณะไต่สวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งพรรคเห็นว่า คดีดังกล่าวควรพิจารณาภาพรวม ไม่ควรแยกเป็นเหตุการณ์หรือรายบุคคล เพราะหากนำข้อเท็จจริงแต่ละส่วนมาพิจารณาประกอบกัน จะทำให้เห็นภาพรวมของพฤติการณ์ที่พรรคตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตเลือก สว. ส่วนช่องทางอื่นในการดำเนินการ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องการสนับสนุนผู้ที่ได้รับความเสียหาย เช่น ผู้สมัครหรือ สว.สำรอง ให้สามารถใช้ช่องทางร้องต่อศาลโดยตรง แต่ในส่วนของพรรคประชาชนไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง จึงเลือกใช้ช่องทาง ป.ป.ช. ในการตรวจสอบ

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนร้องเรียน กกต. ทั้ง 7 คน เนื่องจากยังไม่ทราบว่ากรรมการแต่ละคนลงมติในแต่ละประเด็นอย่างไร เนื่องจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นเพียงจำนวนผู้ที่ถูกสั่งฟ้องหรือไม่ถูกสั่งฟ้องในแต่ละข้อกล่าวหา ดังนั้น พรรคจึงเห็นว่าการร้องเรียนควรครอบคลุมกรรมการทั้ง 7 คน ส่วนบุคคลใดจะมีพฤติการณ์เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ทีมกฎหมายของพรรค ยังอยู่ระหว่างพิจารณาฐานความผิดเพิ่มเติมว่า สามารถดำเนินการกับอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้หรือไม่ โดยระบุว่า พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. มาตรา 69 มีขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับทั้งกรรมการและอนุกรรมการ

สำหรับอนุกรรมการชุดที่ 36 นายพริษฐ์ ทราบว่า มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นว่า ไม่ควรสั่งฟ้องบุคคลใด โดยหนึ่งในเสียงข้างมาก คือ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ซึ่งพรรคประชาชนเห็นว่าความเห็นดังกล่าวมีข้อแตกต่างจากหลักฐานและความเห็นของคณะไต่สวนชุดที่ 16 รวมถึงแตกต่างจากมติ กกต. ที่มีคำสั่งดำเนินคดีกับบุคคล 77 ราย

ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนเคยแสดงความกังวลมาก่อน และการแต่งตั้งครั้งล่าสุดทำให้พรรคจะต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป

นายพริษฐ์ ระบุว่า หลัง กกต.มีมติสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดบางส่วนและส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแล้ว แม้จำนวน 77 รายจะน้อยกว่าที่พรรคคาดไว้ แต่ในส่วนของ DSI ยังมีบทบาทในการตรวจสอบและขยายผลคดี เพราะที่ผ่านมา DSI เคยสอบสวนและสรุปสำนวนเสนอให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง 8 ราย ก่อนที่อัยการจะส่งสำนวนกลับเพื่อให้สอบสวนเพิ่มเติม โดยเห็นว่าหากพฤติการณ์มีลักษณะเป็นการกระทำกันเป็นขบวนการ การดำเนินคดีไม่ควรจำกัดอยู่เพียง 8 ราย อีกทั้งก่อนหน้านี้ DSI รอความชัดเจนจาก กกต. ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือไม่ และเมื่อ กกต.มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน สั่งฟ้อง 77 รายแล้ว พรรคประชาชนจึงเห็นว่า DSI ควรเดินหน้าการสอบสวนต่อเพื่อขยายผลตามอำนาจหน้าที่ ดังนั้น การเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI ในช่วงเวลาที่คดีอยู่ระหว่างการขยายผล และการแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ ซึ่งเคยเป็นอนุกรรมการชุดที่ 36 เข้ามาดำรงตำแหน่ง ทำให้เกิดคำถามว่าการแต่งตั้งดังกล่าวจะส่งผลต่อการทำงานของ DSI หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกังวลและคำถามที่พรรคประชาชนต้องการให้มีการตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าการแต่งตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตรวจสอบและสอบสวนคดีได้อย่างตรงไปตรงมา และไม่ควรมีการแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลัง กกต. ยืนยันว่า มีผู้กระทำความผิดในคดีดังกล่าวแล้ว DSI ควรเดินหน้าตรวจสอบต่อ โดยคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระของสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในระเบียบวาระการประชุมในสัปดาห์หน้า โดยเบื้องต้น เตรียมเชิญผู้แทนจาก กกต. DSI และอัยการ เข้ามาชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐสภาสามารถตรวจสอบกระบวนการดำเนินคดีและบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และย้ำว่า พรรคประชาชนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเพื่อให้การใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐเป็นไปตามกฎหมาย และไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ถูกกล่าวหารายใด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...