“บิ๊กคิม” เปิดแผน ทอ. 10 ปี เสริมกำลังรบทางอากาศ ยิงไกลหลักร้อยกิโลเมตร เดินหน้า Barak MX เฟส 2
“บิ๊กคิม” ทำเขมรหนาว ทอ.ใน 10 ปี ข้างหน้ากำลังรบทางอากาศจะ “น่าสะพรึง ” ยิงไกลจากเป็นร้อยกม. เปิดแผนจัดหายุทโธปกรณ์ 6 กลุ่มงาน เสริมสร้างกำลังพร้อมรบ เดินหน้าเฟส 2 ระบบขีปนาวุธBarak Mx
วันที่ 12 ต.ค.69 พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงเจตนารมณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่และพัฒนากองทัพอากาศ ปี 2570 - 2571 ที่ห้องประชุมเฉลิมอากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
โดยกล่าวถึง โครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยกองทัพอากาศมุ่งมั่นที่จะ “เสริมสร้างกำลังทางอากาศไปสู่กองทัพอากาศที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ (Strengthening Air Power towards Unbeatable Air Force)” โดยการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ หลักนิยม และสมุดปกขาว เพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ ทั้งห้วงอากาศและอวกาศ ตลอดจนปกป้องอธิปไตยและประชาชนคนไทย เน้นการเสริมสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีให้มีคุณภาพเหนือปริมาณ โดยได้ดำเนินโครงการและงานสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้อีก 10 ปีข้างหน้าเราจะมองเห็นภาพกองทัพอากาศประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 การปฏิบัติการทางอากาศ
- โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2
- โครงการจัดหาระบบอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic UCAV) ระยะที่ 1
- โครงการจัดหาอุปกรณ์กระเปาะชี้เป้า (Targeting Pod) ระยะที่ 2
- การจัดหา Precision Guided Munition
- การจัดหา Super Sonic Stand-Off Weapon
- การจัดหา Long Range Precision Weapon
กลุ่มที่ 2 การบัญชาการควบคุมและการป้องกันทางอากาศ
- โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (D2C2)
- การพัฒนาขีดความสามารถการควบคุมและแจ้งเตือนในอากาศ
- โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (IADS) ระยะที่ 1 และระยะที่ 2
กลุ่มที่ 3 ระบบตรวจจับ
- การพัฒนาขีดความสามารถ ISR แบบ Real Time โดยประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI-Assisted)
- โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ ระยะที่ 11 (สร.หาดใหญ่)
- โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ ระยะที่ 12 (สร.ภูเก็ต)
- โครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ (Satellite)
กลุ่มที่ 4 การลำเลียงทางอากาศ
- โครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีอเนกประสงค์ ระยะที่ 1
- การจัดหาเครื่องบินรับ-ส่งบุคคลสำคัญทดแทนเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 19
- การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางรับ-ส่งบุคคลสำคัญ
- การจัดหาเฮลิคอปเตอร์รับ-ส่งบุคคลสำคัญ
กลุ่มที่ 5 การดำรงความพร้อม และการวิจัยและพัฒนา
- โครงการพัฒนาขีดความสามารถการส่งกำลังบำรุงเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ บ.ข.20/ก (Gripen 39 C/D) ระยะที่ 2
- โครงการจัดหาเครื่องช่วยฝึกทางยุทธวิธี (Tactical Simulator Center)
- โครงการวิจัยและพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธระดับยุทธวิธี
กลุ่มที่ 6 การช่วยเหลือประชาชนและการสร้างขวัญกำลังใจ
- โครงการดัดแปลงเครื่องบินปฏิบัติภารกิจฝนหลวง (BT-67)
- โครงการสร้างบ้านพักอาศัยข้าราชการ
- โครงการสร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
- การพัฒนาพื้นที่สันทนาการสำหรับข้าราชการและครอบครัว
ผบ.ทอ. กล่าวว่า สำหรับยุทโธปกรณ์ด้านเทคโนโลยี คุณภาพต้องเหนือปริมาณ แต่ปริมาณก็ต้องมีความเหมาะสม เราจะเน้นความแม่นยำ มีขีดความสามารถในระยะนอกสายตา และระยะไกล รวมถึงมีอำนาจการทำลายสูง มีความน่าเกรงขาม สะพรึงกลัว
“ถ้าศัตรูรู้ว่าอาวุธที่มาจากร้อยกิโล ห่างจากตัวเขาเอง สามารถลอดช่องหน้าต่าง ช่องประตูไม่เกิน 1 เมตรได้ เขาก็ควรจะสะพรึงกลัว ”
พร้อมนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ในด้านยุทธการต้องมีการทบทวน และปรับปรุงหลักนิยม บูรณาการความสามารถด้านเทคโนโลยี ยกระดับการฝึกของกองทัพอากาศ บริหาร จัดการ ควบคุม ต่อต้านอากาศยาน ซึ่งไม่มีนักบินแห่งชาติ และเราได้รับมอบหมายจากรัฐบาล โดยเฉพาะการดูแลที่ตั้งสำคัญ เช่นฐานบิน กองบิน โรงเรียนการบิน ศูนย์ฝึกน้ำพอง และกองกำลังเฉพาะกิจที่ 9 ศูนย์สงครามทางอากาศ จะเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านยุทธวิธีทางอากาศ และความพร้อมรบอย่างเป็นระบบ
ขณะที่การบัญชาการรบควบคุม วันต้องเป็นไปตามแนวทางของกองทัพไทยเรื่อง one team เนื่องจากเราเห็นความสำคัญของการรบร่วม พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ เสริมสร้างขีดความสามารถศูนย์ยุทธการทางอากาศ การต่อต้านทางไซเบอร์และการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ ปรับปรุงขีดความสามารถระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อให้มีขีดความสามารถตรวจจับระบบต่อต้านโดรน ขีปนาวุธวิถีโค้ง
"10 ปีข้างหน้า ครบ 100 ปี กองทัพอากาศ จะมีขนาดเล็กลง เราจะมีฐานบินหลัก สําหรับกองบินรบหลัก 3 กองบิน ประกอบด้วย กองบิน 1 กองบิน 4 และ กองบิน 7 ที่เหลือเป็นกองบินปฏิบัติภารกิจพิเศษ การลําเลียงอากาศยานไร้คนขับ ที่ต้องมีมากขึ้น เราจะมีอากาศยานไร้คนขับ และคนขับที่ปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้ การบูรณาการเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
เราจะมีฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ที่มีความสามารถสูง มีหน่วยปฏิบัติภารกิจภาคพื้น ประสานงานชี้เป้า ดําเนินกลยุทธ์ร่วมกับกองกําลังภาคอื่น และกําลังทางอากาศเข้าด้วยกัน เราจะพัฒนาเครือข่ายที่แข็งแรง" ผบ.ทอ.กล่าว
ส่วนการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธแบบBarak MX ว่า ถือเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่สําคัญที่พัฒนาไปอีกขั้น สามารถเปลี่ยนแปลงระบบการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอากาศได้
เพราะฉะนั้นคุณภาพที่มีไม่ต้องสงสัย แต่จํานวนต้องมีเพียงพอ ต้องวางแผนและมีการพัฒนาในเฟส 2 ต่อไป
พร้อมยอมรับว่า ในแพ็คเก็จต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ห้วงอากาศ มั่นใจได้ว่า ถ้ามีภัยคุกคามเราจะป้องกันได้ พื้นที่สําคัญจะไม่ถูกโจมตี หากมีภัยศึกสงคราม โดยคาดว่า เฟสแรก ที่ได้จัดหาไปแล้วนั้น ส่งมอบ ในปี 2572