รพ.แจงยิบ ถอนฟัน12 ซี่ ลุงวัย 64 ปี แล้วเสียชีวิต ตอบชัดทำไมต้องถอนฟัน เผยข้อมูลรักษา
รพ.แจงยิบ ถอนฟัน12 ซี่ ลุงวัย 64 ปี แล้วเสียชีวิต ตอบชัดทำไมต้องถอนฟัน เผยข้อมูลรักษา
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมชั้น 3 ของโรงพยาบาลสิงห์บุรี ทางโรงพยาบาลสิงห์บุรี นำโดย นายแพทย์โชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี และนายแพทย์ สุรัตน์ ส่งวิรุฬห์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนายสมศักดิ์ คุ้มครอง อายุ 64 ปี โดยใบมรณบัตรระบุ เสียชีวิต ติดเชื้อในกระแสเลือด โดยญาติผู้เสียชีวิตคาใจในเรื่องการทำถอนฟันรวม 12 ซี่ ในเวลา 2 วัน โดยมีภรรยา ลูกสาว พร้อมญาติๆ มาร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
นพ.สุรัตน์กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับการสูญเสียของครอบครัวของนายสมศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางคณะผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะดำเนินการต่างๆ เพราะในช่วงแรกเป็นการดำเนินการภายใน ทางโรงพยาบาลเลยไม่ได้แถลงข่าวในเบื้องต้น
เนื่องจากทางโรงพยาบาลต้องมีการรวบรวมข้อมูลเอกสารจากทางเวชระเบียนเกี่ยวกับการรักษาตัวของนายสมศักดิ์จำนวนมาก เพื่อให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และทางโรงพยาบาลได้ดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ได้มารับการรักษาเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจำนวน 6 ครั้ง ด้วยโรคต่างๆ ที่เป็นตั้งแต่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง มีเกลือแร่ที่ผิดปกติ มีซีดจากโรคเรื้อรัง มีน้ำในช่องท้อง ปอดอักเสบ
เคยมีอุบัติเหตุทางสมอง ศีรษะด้วย มีตับแข็ง ไข้สูงเฉียบพลัน การคลั่งของเสียในไต ทางโรงพยาบาลรักษาจนอาการดีขึ้นสามารถกลับบ้านและรับยาไปทานต่อเนื่อง
สุดท้ายคือตอนช่วงหลังสงกรานต์ วันที่ 16-26 เมษายนนี้เอง คนไข้ก็เข้ามารักษาอีกครั้ง ทางแพทย์ได้วินิจฉัยว่าติดเชื้อในกระแสโลหิต และโรคประจำตัวที่เคยเป็น รักษาจนอาการดีขึ้นจนกลับบ้านได้ และมียารักษาต่อเนื่อง และมีวันนัดให้มาอีกครั้งในวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา คนไข้ก็มาตามนัด ตรวจพบว่ามีอาการอ่อนเพลีย และมีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องคือ ไต และเกลือแร่ต่างๆ จึงได้แจ้งให้ญาติทราบว่าจะต้องให้นายสมศักดิ์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ตรวจพบมีการติดเชื้อในกระแสโลหิต มีน้ำในช่องท้องและไตวายเฉียบพลัน เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ ซีดจากการขาดธาตุเหล็ก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รักษาจนดีขึ้น
วันที่ 15 พ.ค.2566 ผู้ป่วยมีไข้ ผลตรวจไวรัสโควิด-19 เป็นลบ อ่อนเพลีย รับประทานอาหารได้ลดลง เริ่มสับสนทางสมองจากโรคตับแข็ง รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ อาหารทางสายยาง เลือดและเกลือแร่ต่างๆ จนสามารถรับประทานอาหารทางปากได้ด้วยตนเอง
วันที่ 22 พ.ค.2566 แพทย์ตรวจพบฟันผุหลายซี่ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสโลหิต วันที่ 23 พ.ค.2566 แพทย์ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินการติดเชื้อในช่องปาก พบว่าผู้ป่วยมีฟันผุลึกทะลุโพรงประสาทฟัน ฟันตาย โรคปริทันต์อักเสบรวม 16 ซี่ จึงพิจารณากำจัดสาเหตุการติดเชื้อ ลดสภาวะการติดเชื้อ และลดโอกาสการดำเนินโรคที่จะรุนแรงมากขึ้น
โดยวางแผนถอนฟันทั้งหมด 16 ซี่ ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ 2 ครั้ง โดยอธิบายแผนการรักษาให้ผู้ป่วยทราบโดยตรงขณะที่มีสติสัมปชัญญะดี และผู้ป่วยยินยอมรักษา ถอนฟันครั้งแรก 4 ซี่ หลังถอนฟัน ไม่มีเลือดออก
ต่อมาวันที่ 24 พ.ค.2566 แพทย์ได้ตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือดก่อนการถอนฟัน ผลเลือดปกติโดยมีภาวะซีด จึงให้เลือด 1 ถุงก่อนถอนฟัน ทันตแพทย์ทำการฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความเจ็บปวด ถอนฟันที่เหลือและเย็บปิดแผลถอนฟันเพื่อห้ามเลือด ให้ผู้ป่วยกัดผ้าก๊อซนาน 2 ชั่วโมง สังเกตอาการที่แผนกทันตกรรม 30 นาที ไม่พบเลือดออกผิดปกติในช่องปาก จึงส่งผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วย
เวลา 18.15 น. ผู้ป่วยรู้สึกตัวดีพูดคุยตอบคำถามได้ แต่มีเลือดออกซึมจากแผลถอนฟัน แพทย์เวรจึงปรับการรักษาโดยให้ผู้ป่วยกัดผ้าก๊อซที่ชุบยาช่วยห้ามเลือดบริเวณที่ถอนฟัน แนะนำว่าหากผ้าก๊อซเปียกชุ่ม ให้แจ้งพยาบาลเพื่อเปลี่ยนใหม่ให้
จากนั้น เวลา 22.00 น. พยาบาลเข้าเยี่ยม ผู้ป่วยบ้วนผ้าก๊อซมีลิ่มเลือดหลุดออกมา แพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางจึงต้องปรับการรักษาโดยเพิ่มยาห้ามเลือดชนิดฉีด ชนิดกิน และชนิดกลั้วปาก หลังจากนั้นเลือดที่ซึมจากแผลลดลง อาการทั่วไปคงที่
จนเวลา 23.30 น. พยาบาลเห็นเลือดที่ผ้าก๊อซเริ่มแข็งตัวและไม่เพิ่มจากเดิม จึงได้ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อโรคและน้ำเกลือเพิ่มเติม
วันที่ 25 พ.ค.2566 เวลา 02.00 น. พยาบาลประเมินผู้ป่วย รู้สึกตัวดี สื่อสารได้ ในช่องปากไม่มีเลือดซึมเพิ่มเติม และเวลา 06.00 น. พยาบาลไปเจาะเลือด ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี พูดคุยดี ผ้าก๊อซมีเลือดอยู่ตรงกลางไม่เต็มแผ่น ค่าความดันโลหิตลดลงเล็กน้อย ชีพจรเต้นเร็วเล็กน้อย พยาบาลจึงให้ออกซิเจนทางรูจมูก ฉีดยาปฏิชีวนะและสารน้ำเพิ่มเติมตามแผนการรักษา
เวลา 07.00 น. ผู้ป่วยบอกหายใจไม่สะดวก เริ่มซึมลง มีเลือดซึมออกมาจากปาก วัดค่าความเข้มข้นของออกซิเจนที่ปลายนิ้วพบว่าต่ำกว่าปกติ จึงรีบให้ออกซิเจนผ่านทางหน้ากากจนกลับมาปกติ สังเกตอาการใกล้ชิด อธิบายญาติทราบข้อมูล ปรึกษาหารือเรื่องแนวทางการรักษาและพยากรณ์โรค ญาติตัดสินใจแสดงความประสงค์ตามเนื้อหาในหนังสือแสดงเจตนาขอเลือกรับบริการทางการแพทย์ในวาระสุดท้ายของชีวิตเพื่อขอจากไปตามวิถีธรรมชาติ โดยไม่ต้องการใส่ท่อช่วยหายใจ/การใช้เครื่องช่วยหายใจ การเจาะคอ การช่วยฟื้นคืนชีพเมื่อหัวใจหยุดเต้น (กดหน้าอกปั๊มหัวใจ) และการใช้ยาเพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
จนเวลา 08.00 น. ญาติผู้ป่วยแจ้งว่า ผู้ป่วยเรียกไม่รู้สึกตัว หายใจหอบ มีเลือดออกที่ปากและจมูก รีบรักษาโดยจัดท่าให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น ดูดเสมหะและเลือดในช่องปากออก รายงานแพทย์และให้การรักษาแบบประคับประคองตามแนวทางที่ญาติผู้ป่วยต้องการ
เวลา 08.30 น. ผู้ป่วยถึงแก่กรรม ด้วยสาเหตุการติดเชื้อในกระแสโลหิต โดยมีโรคร่วมอื่นๆ ได้แก่ ภาวะตับแข็ง โรคถุงลมโป่งพอง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฟันผุทะลุถึงโพรงประสาทฟัน ฟันตายและโรคปริทันต์อักเสบ
โดยทางโรงพยาบาลได้ทำเรื่องเตรียมเยียวยาให้กับญาติผู้เสียชีวิต โดยส่งเอกสารไปทางสาธารณสุข จากนั้นสาธารณสุขก็จะส่งเรื่องไปยัง สปสช.เพื่อขอรับเงินเยียวยา ส่วนทางญาติผู้เสียชีวิตหลังได้ฟังคำชี้แจงก็มีความเข้าใจและไม่ติดใจใดๆ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง