โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

วิกฤตฝนน้อย อ.บางสะพาน-บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฝนหลวงฯ เร่งช่วยเหลือเติมน้ำ

สวพ.FM91

อัพเดต 05 ก.ค. 2566 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2566 เวลา 09.23 น.

วิกฤตฝนน้อย ขาดแคลนน้ำดิบ พื้นที่ อ.บางสะพาน-บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฝนหลวงฯ เร่งช่วยเหลือเติมน้ำต้นทุน หวังช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เกษตร

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่อำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เนื่องจากสภาวะฝนตกปริมาณเล็กน้อย โดยมีว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย ผู้บริหารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ องค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่อย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งจังหวัดได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้ง จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอเมือง อำเภอสามร้อยยอด อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย รวมทั้งเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ จำนวน 9 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยสุด โดยส่งผลให้พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ที่มีการปลูกทุเรียน มะพร้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกาแฟ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย และประชาชนขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา

นายสุพิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงฯ ได้รับการประสานจากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการช่วยเหลือพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ภัยแล้ง 7 อำเภอ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย จึงได้สั่งการปรับแผนวิธีการปฏิบัติการฝนหลวงในภาคใต้ ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคม ภาคใต้มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบิน CARAVAN จำนวน 2 ลำ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ใช้เครื่องบิน BT67 จำนวน 1 ลำ ปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ภาคใต้ตอนบน-ตอนล่าง โดยมีฐานเติมสารฝนหลวงที่ท่าอากาศยานชุมพร เพื่อให้เครื่องบินสามารถลงเติมสารฝนหลวง เพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร ได้ทันกับสภาพอากาศโดยไม่ต้องบินกลับไปยังฐานที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นแนวยาวและแคบ มีพื้นที่ติดแนวชายแดนและติดฝั่งทะเล ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการปฏิบัติการฝนหลวง หากลมในระดับบินปฏิบัติการมีกำลังค่อนข้างแรง จะส่งผลให้กลุ่มเมฆเคลื่อนที่ออกจากพื้นที่เป้าหมายสู่ทะเลค่อนข้างเร็ว จึงได้กำชับให้นักวิทยาศาสตร์ นักบิน วางแผนติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดในแต่ละวัน และช่วงชิงสภาพอากาศเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงให้ทันเหตุการณ์ตรงพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรเพื่อติดตามผลการทำงานและปัญหา เพื่อนำมาวางแผนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไป นายสุพิศ กล่าวทิ้งท้าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...