คำผกา จวกสื่อหยุดเสี้ยม หนุนเพื่อไทย-ก้าวไกล สามัคคี ไม่ใช่แตกกัน
คำผกา จวกสื่อหยุดเสี้ยม หนุนเพื่อไทย-ก้าวไกล สามัคคี ไม่ใช่แตกกัน เตือนจะได้รัฐบาลที่มีประยุทธ์รักษาการไปเรื่อยๆ ชี้ต้องเลิกด่า ส.ว. ไปพูดกับเขาดีๆ
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 พ.ค. 2566 ข่าวสดออนไลน์ จัดรายการ "ข่าวจบ คนไม่จบ" ดำเนินรายการโดย อั๋น ภูวนาท คุนผลิน และแขก ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำ ผกา ในหัวข้อ"MOU รัฐบาลประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ทางรอด หรือ แค่ฝันที่รอวันเป็นจริง"
คำ ผกา กล่าวว่า บรรยากาศกำลังมาดีๆ ตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จ เราอยู่ในโหมดเฉลิมฉลอง พรรคฝั่งประชาธิปไตย 2 พรรค จับมือกันได้ 300 เสียง รวมพรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ งานของประชาชนเสร็จแล้ว เราได้มอบอำนาจของเราให้กับตัวแทนของเราแล้ว เรื่องเขาจะจัดตั้งรัฐบาล ให้พวกเขาไปดิ้นรนจัดตั้งกันให้เสร็จ ทำไมไม่พักผ่อน แล้วให้เวลาพรรคแกนนำอันดับ 1 และอันดับ 2 หาทางไปตั้งรัฐบาลให้เสร็จ
คำ ผกา กล่าวต่อว่า ตอนนี้มี ส.ว.ที่จะโหวตให้พิธา ประมาณ 20 คน มีคนบอกว่ามาตรา 112 เป็นแค่ข้ออ้างของ ส.ว. แต่มันเป็นข้ออ้างที่มีผลกระทบต่อพวกเราจริงๆ ซึ่งเราต้องการ ส.ว.โหวตให้ประมาณ 65-70 คน จะหามาจากไหนอีก 45 คน ถ้าเอาข้อมูลแบบวงใน เช่น เสรีพิศุทธ์ไปดีลมาให้ได้ 2 คน เพื่อไทยใช้คอนเนกชั่นสมศักดิ์ เทพสุทิน ดีลให้ได้ 2 คน
คำ ผกา กล่าวอีกว่า แต่จะมี ส.ว.จำนวนมากที่จะโหวตโน เท่าที่เราใช้เครือข่ายของทุกพรรค ทั้งประชาชาติ เสรีรวมไทย สมศักดิ์ เทพสุทิน สุชาติ ตันเจริญ ปีกที่มาจากพลังประชารัฐเดิม เขามาจากปีกรัฐบาลเก่า ทำงานใกล้ชิด ส.ว.มากกว่า เขารู้สึกว่าต้องไปเจรจากับ ส.ว.ว่าให้ช่วยกันเปลี่ยนผ่านให้ประเทศชาติเข้าสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ยกมือให้พรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรี มันไม่มีใครเจ็บปวดจากเรื่องนี้ ทำตามครรลองประชาธิปไตย
คำ ผกา กล่าวต่อว่า ตอนนี้ 30 ยังไม่ได้ แปลว่าเราจะโหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้ จะคาราคาซังไปแบบนี้ และตั้งรัฐบาลไม่ได้ ข่าวลือ ข่าวเสี้ยมก็จะเยอะขึ้น ข่าวจากไอโอแบบเป็นทางการก็จะได้ช่อง ข่าวสหรัฐจะมาตั้งฐานทัพครองประเทศไทยก็จะเยอะขึ้น ยิ่งทอดเวลาล่วงช้าไปเท่าไหร่ จะมีข่าวลือ ข่าวลวง เฟกนิวส์ แล้วจะมีคนมาบอกให้ใช้สติปัญญากลั่นกรอง แต่มันจะมีคนเชื่อและทำให้รู้สึกรำคาญ
คำ ผกา กล่าวอีกว่า อย่างเมื่อวานนี้(22 พ.ค.) นักข่าวจะถามอะไรนักหนา 3 รอบ 4 รอบ แล้วสิ่งนี้ไม่ใช่ผลประโยชน์ของพรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทย จะอยากได้ยอด อยากได้มีมไปทำอะไร ไม่อยากได้เหรอการอยู่ดีกินดี ไม่อยากได้เหรอประชาธิปไตยในประเทศนี้
"ถ้าอยากได้ประชาธิปไตยในประเทศนี้ ต้องช่วยกันทำ ไม่ใช่มาช่วยกันเสี้ยม ช่วยกันปั่น เพื่ออยากได้ยอด นักข่าวหยุด ช่วยกันนำพาทุกอย่างให้อยู่ในครรลองของสิ่งที่ควรจะเป็น เป็นนักข่าวช่วยทำหน้าที่เป็นนักข่าว และมองไปข้างหน้าว่าอยากเห็นประเทศเป็นอะไร อยากมีไหม นายกฯ ชื่อพิธา ถ้าอยากมีต้องทำให้พรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย เขาสามัคคีกัน ไม่ใช่แตกกัน"
คำ ผกา กล่าวต่อว่า สิ่งนั้นอยู่ในมือนักข่าวทุกคน ต้องสร้างความรู้สึกเชิงบวกในการแถลงข่าว มองไปข้างหน้าบทบาทในอาเซียน ภายใต้การนำของพิธา ช่วยกันพูดว่านายกฯ คนต่อไปคือพิธา แล้วพิธาจะทำอะไร ช่วยกันพูดว่ารัฐบาลนำโดยพิธา และพรรคเพื่อไทย ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและจูงมือพาประเทศไทยไปสู่ความเรืองรองในมิติไหนบ้าง
"สร้างจินตนาการแล้วทำให้คนเห็นความเจริญรุ่งเรืองรออยู่ข้างหน้า ไม่ใช่มานั่งตั้งคำถาม แล้วหลับตาแล้วบอกว่าพรุ่งนี้ ประวิตรจะลาออก แล้วพรรคพลังประชารัฐจะยุบรวมกับเพื่อไทย แล้วจะไปจับมือกับภูมิใจไทยตั้งรัฐบาล แล้วถีบก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน ถ้าขยันตั้งคำถามให้แตกแยกกันแบบนี้ พวกมึงก็จะอยู่กับรัฐบาลที่มีประยุทธ์รักษาการไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายจะได้นายกฯ คนกลาง ยังไม่รู้ตัวอีก"
คำ ผกา กล่าวอีกว่า เราไม่ได้โมโหเพราะห่วงพรรคการเมือง แต่ดูตลาดหุ้น ถ้ายังผันผวนขาดเสถียรภาพ หุ้นก็ไม่นิ่ง ถ้าวันนี้มีส.ว.บอกว่าบรรยากาศมันดีมาก น่าจะโหวตให้พิธาเป็นนายกฯ 40-50 คน แล้วตั้งรัฐบาลได้ หุ้นมันก็ขึ้น เขาจะได้ตั้ง ครม. ได้แบ่งงานกันทำ เขาจะได้เริ่มลงมือทำ จะได้ไม่วนอยู่อย่างนี้ แทนที่จะนั่งวนว่า พิธาจะเป็นแฟนแอฟ ทักษอร หรือเปล่า เขาใส่แหวนเหมือนกันไหม หรือคนที่ถือผ้าพันคอให้แอฟคือใคร โคตรปัญญาอ่อน
คำ ผกา กล่าวต่อว่า สื่อที่เป็นสื่อใหญ่ เวลานี้เป็นเวลาที่คุณจะต้องละเอียดอ่อนและละเอียดรอบคอบในการพาดหัวหรือทำแคปชั่นข่าวมากๆ เพราะเราจะได้กลายเป็นประชาธิปไตย หรือจะไม่สามารถเป็นประชาธิปไตย พิธาจะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ได้เป็น มันอยู่ในมือของคุณ ตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ถ้าไม่มี ส.ว. 250 คนอยู่ เราแค่ใช้เสียงข้างมากโหวตนายกฯ แล้วตั้งรัฐบาลได้เลย มันไม่มีสมการที่ 3 แต่เดิมพันคราวนี้สูง
คำ ผกา กล่าวอีกว่า ตอนนี้ ส.ว.ดูบรรยากาศอยู่ อย่าไปบอกว่า ส.ว.เป็นพวกเข้ามาผิดทำนองคลองธรรม ซึ่งก็ถูก ถ้าเป็นตอนที่ประยุทธ์ครองอำนาจ เราจะเกรี้ยวกราดก้าวร้าว ส.ว.ยังไงก็ได้ไม่ผิด แต่ตอนนี้ประยุทธ์แพ้ เราชนะ คนชนะมีหน้าที่ดูแลผู้พ่ายแพ้ เมื่อเราชนะแล้ว เราไม่ต้องด่าเขาแล้ว ไปพูดกับเขาดีๆ
คำ ผกา กล่าวต่อว่า มีประเด็นที่ถกเถียงกันว่า MOU ที่หลุดมาให้สื่อดู มีเรื่องการรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แล้วเอาไปเป็นประเด็นกันว่าพรรคไหนบังคับให้ใส่มาเหรอ ตนรู้สึกว่า อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าใส่แล้วสร้างความสบายใจให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ทำไมจะไม่ใส่
คำ ผกา กล่าวอีกว่า ใน MOU จะมีเรื่องสมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า ปฏิรูปที่ดิน เรื่องทำรัฐธรรมนูญใหม่ มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) เรื่อง PM2.5 การกระจายอำนาจ ปฏิรูปการศึกษา ค่าแรงขั้นต่ำ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนมาเป็นระบบสมัครใจ คร่าวๆ จะประมาณนี้
คำ ผกา กล่าวต่อว่า เรื่องที่เห็นตรงกันมันอยู่ในนโยบายและประชาชนรู้แล้ว ควรจะเอาเรื่องที่เป็นปัญหามาไว้ใน MOU สั้นๆ เช่น การแก้ไขมาตรา 112 เป็นนโยบายของพรรคก้าวไกล แต่พรรคอื่นๆ ขอสงวนความเห็นต่าง แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการร่วมรัฐบาลด้วยกัน และจะเคารพในนโยบายของพรรคก้าวไกล
คำ ผกา กล่าวอีกว่า ข้อนี้จะไปโน้มน้าว ส.ว. และเอา MOU ไปคุยกับ ส.ว.ได้ว่า พรรคก้าวไกลมีจุดยืนอันเข้มแข็งของเขา เราต้องเคารพเขา พรรคอื่นไม่ต้องการแตะต้อง หรือต้องการแค่คุยกันในสภา ดังนั้น ส.ว.สบายใจได้ ไม่ต้องกลัวว่าพรรครัฐบาลภายใต้การนำของพิธาจะนำมาสู่การล้มล้าง นำมาสู่ความวุ่นวาย ขัดแย้งในประเทศ เพราะเราทำเป็น MOU ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่เป็นปัญหาสำหรับทุกฝ่าย แต่นโยบายที่เหลือทั้งหมดเป็นจุดยืนร่วมของพรรคฝั่งประชาธิปไตย และอยู่ในนโยบายของทุกพรรคที่มีร่วมกัน
อั๋น กล่าวว่า ในมุมหนึ่งจะทำให้ไปคุยกับ ส.ว.ได้ง่ายและชัดขึ้น แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าบางพรรคไม่ต้องการเห็นคำว่า มาตรา 112 อยู่ใน MOU สุดท้ายเลยกลายไปเป็นประโยคว่า ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าภารกิจรัฐบาลที่จะผลักดันไม่กระทบกับรูปแบบของรัฐ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดไม่ได้ ขององค์พระมหากษัตริย์นี้
อั๋น กล่าวต่อว่า เขาคิดว่าจะใช้ประโยคนี้ไปยืนยันกับ ส.ว.ที่เอาตรงนี้มาเป็นประเด็น แปลว่านโยบายแก้มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลจะไม่ขัดกับ MOU นี้ ฉะนั้น ข้อหาล้มเจ้า กรุณาเลิกพูด เลิกใช้วาทกรรมใส่ร้ายแบบนี้ เพราะเป็นวาทกรรมที่ใช้ได้ ซึ่งมีคนเชื่อ และมีคนอยากจะเชื่อ ตอนนี้ภารกิจที่ยิ่งใหญ่คือการที่ต้องเข้าไป แล้วทำ ส.ส.ร. ให้เสร็จ
คำ ผกา กล่าวว่า ตนคิดว่ามี 2 เรื่องที่ต้องทำ คือโน้มน้าวใจทุกฝ่าย พยายามโน้มน้าวใจคนที่จะมายกมือโหวตนายกฯ ให้เขาโหวตพิธาเป็นนายกฯ ให้สำเร็จ แล้วหลังจากนั้นภารกิจแรกและภารกิจเดียวที่ควรทำคือมี ส.ส.ร. พอมี ส.ส.ร. มีรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้วยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เผลอๆ แลนด์สไลด์
คำ ผกา กล่าวต่อว่า เพื่อไทยมี 141 เสียง ก้าวไกลมี 151 เสียง ห่างกันแค่ 10 เสียง ถ้าบอกว่าเพื่อไทยแพ้เพราะไม่แก้ปัญหาโครงสร้าง นั่นคือก้าวไกลควรได้ 200 แล้วเพื่อไทยได้ 50 ถ้าอยากให้พรรคที่คุณรัก ผลักดันนโยบายหรือผลักดันความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง สิ่งที่คุณต้องทำคือต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล
"ถ้าพรรคก้าวไกลไม่มี 141 เสียงของเพื่อไทย ก้าวไกลเป็นรัฐบาลไม่ได้ และจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ถ้าวันนี้พรรคเพื่อไทยเกิดงอน แล้วรำคาญขึ้นมา แล้วเกียร์ว่าง ให้ว่ายน้ำไปหาเสียงให้ครบ 376 เสียงด้วยตัวคุณเอง คุณทำได้ไหม คุณจะไปเอามาจากไหน 141 เสียงเป็นเสียงที่เยอะมาก คน 10 ล้านคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเยอะมาก คุณจะทำเป็นไม่เห็นหัวเขาไม่ได้"
คำ ผกา กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งข้อที่ 1 คุณต้องไม่ดูถูกเสียงของคนที่เลือกไม่เหมือนคุณว่าโง่กว่าคุณ ประชาธิปไตยไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยการดูถูกเสียงของคนที่เลือกไม่เหมือนตัวเอง ภูเก็ตเลือกพรรคก้าวไกลเป็น ส.ส.เขตทั้งเกาะ และเลือกรวมไทยสร้างชาติเป็นปาร์ตี้ลิสต์ทั้งเกาะ แล้วคน 1 คนอาจจะมีทั้งเลือกเขตเป็นก้าวไกล และรวมไทยสร้างชาติเป็นปาร์ตี้ลิสต์ เลือก 2 อย่างนี้ใน 1 คน
"คุณจะดูถูกว่าคนที่ไม่เลือกก้าวไกล แล้วไปเลือกประยุทธ์เป็นคนโง่ไม่ได้ เพราะมันอาจจะเป็นคนคนเดียวกันก็ได้ สุพรรณบุรีเลือก ส.ส.เขตเป็นชาติไทยพัฒนา แล้วเลือกปาร์ตี้ลิสต์เป็นก้าวไกล คุณจะดูถูกสุพรรณฯ เป็นบรรหารบุรีอีกไม่ได้ เพราะอีกใบหนึ่งเขาก็เอาไปให้คุณเหมือนกัน"
คำ ผกา กล่าวต่อว่า เริ่มให้เกียรติคนอื่น กองเชียร์ก้าวไกล นับ 1 ให้เกียรติเพื่อนร่วมชาติเพื่อนร่วมประเทศที่เขาโหวตไม่เหมือนคุณ แล้วต่อไปเขาต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลหรือจะทำงานร่วมกันในสภานิติบัญญัติ ซึ่งหมายความว่ามีฝ่ายค้านอยู่ในนั้นด้วย
https://www.youtube.com/watch?v=UjGa22m2CUY