โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาวไร่อ่วม วิกฤตมันสำปะหลัง จี้รัฐถึงเวลาแก้ “โรคใบด่าง” จริงจัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ส.ค. 2567 เวลา 05.28 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2567 เวลา 05.28 น.
รังษี ไผ่สอาด

สัมภาษณ์พิเศษ

มันสำปะหลังในปี 2567 จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการคาดการณ์ว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.682 ล้านไร่ ลดลง 6.32% จากปีที่ผ่านมา 9.268 ล้านไร่ ส่วนผลผลิต 26.883 ล้านตัน ลดลง 12.20% จากปีที่ผ่านมา 30.617 ล้านตัน คิดเป็นผลผลิตต่อไร่ 3,096 กิโลกรัม ลดลง 6.27% จากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 3,303 กิโลกรัม โดยผลผลิตจะเริ่มออกตั้งแต่ในช่วงเดือนกันยายน และจะมากสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี

ตัวเลขผลผลิตที่ลดลงปีนี้ ไม่ใช่ปีแรก แต่เป็นการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากในอดีตไทยเคยผลิตได้เฉลี่ยที่ 33-35 ล้านตัน/ปี เท่ากับว่า ไทยผลิตลดลงแล้ว เกือบ 10 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจาก“ปัญหาโรคใบด่าง” ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบันที่การแพร่ระบาดขยายวงไปมากกว่า 30 จังหวัดแล้วจะส่งผลกระทบต่อชาวไร่ มากกว่า 7 แสนครัวเรือน ควรจะแก้ไขอย่างไร “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายรังษี ไผ่สอาด” นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ถึงอนาคตมันสำปะหลังของประเทศไทย

ปัญหาใบด่างยืดเยื้อ 3 ปี

ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูกของชาวไร่มัน ผลผลิตจะออกสู่ตลาดประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป และจะออกมากที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจากการประเมินผลผลิตปี 2567 นี้ คาดว่าจะมีปริมาณ 30 ล้านตัน ในพื้นที่เพาะปลูก 9 ล้านไร่ ซึ่งลดลงจากอดีตที่มีพื้นที่เพาะปลูกถึง 11 ล้านไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 33-35 ล้านตัน

“ผลผลิตลดลง มาจากปัญหาหลัก คือ เกิดจากโรคใบด่าง ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและพื้นที่เพาะปลูกลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการติดตามพบว่าปัญหาโรคใบด่าง ปัจจุบันน่าจะกระจายไปมากกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังจากหน่วยงานของรัฐบาล ส่วนหนึ่งยังเกิดจากเกษตรกรไม่แจ้งพื้นที่การระบาดให้กับหน่วยงานรัฐ เพราะกังวลว่าจะไม่มีรายได้ ไม่ได้รับการชดเชยจากภาครัฐ ทำให้ปัญหานี้ยังคงเรื้อรังต่อเนื่อง ไม่ได้รับการแก้ไขสักที”

งบฯแก้ใบด่าง 650 ล้าน ไม่คืบ

ก่อนหน้านี้แม้ทางสมาคมจะมีการเสนอของบประมาณไป 650 ล้านบาท สำหรับทำระบบน้ำหยดให้เกษตรกร และสำหรับซื้อท่อนพันธุ์มันสะอาด ช่วยเหลือเกษตรกรในการทำลายพื้นที่ระบาด แต่ยังไม่ถูกเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ซึ่งรอมาเป็นปียังไม่มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณาเลย

“ผลกระทบจากการไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณที่ขอไว้ อนาคตจะทำให้โรคระบาดของโรคใด ๆ ยังถูกกระจายไป มีแนวโน้มที่จะมีมากกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ ผลผลิตจะลดลงต่อเนื่อง จากตอนนี้ไม่ทราบตัวเลขความเสียหายว่ามีมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่ได้มีการรายงาน ข้อมูล ตัวเลขเลย”

ตอนนี้ภาคเอกชนและชาวไร่มันจะต้องแก้ไขและช่วยเหลือกันเอง ขณะนี้ได้มีการขยายท่อนพันธุ์สะอาด ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลา 1 ปีกว่าจะสามารถแจกจ่ายให้กับเกษตรกรได้ ตอนนี้ทำได้แค่รอ คาดว่าปีหน้าถึงจะได้รับท่อนพันธุ์ไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรได้

ครึ่งปีแรกส่งออกแผ่ว

ตอนนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาผลผลิตและพื้นที่การเพาะปลูกลดลง แต่ปัญหาการส่งออกมันสำปะหลังลดลงก็เป็นส่วนหนึ่ง โดยปริมาณการส่งออกมันเส้นและแป้งมันของไทยในปี 2567 ตั้งเป้าไว้ 4 ล้านตัน แต่ปัจจุบันพบว่าการส่งออกทำได้เพียงแค่ 2 ล้านตันเท่านั้น

และโดยปกติในช่วงไตรมาส 3 การส่งออกจะต้องอยู่ 75-80% แต่ตอนนี้ส่งออกได้เพียง 60% ของเป้าหมายทั้งหมด ขณะที่สินค้าแป้งมันก็เช่นกัน เรามีเป้าหมายส่งออก 4 ล้านตัน ปัจจุบันส่งออกได้เพียง 2 ล้านตันเท่านั้น

จีนแห่ปลูกมัน ผลิตเอทานอล

ตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่สำคัญของไทย อยู่ที่ประเทศจีน มีสัดส่วนเกิน 90% แต่ปัจจุบันพบว่าจีนได้มีการพัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตร เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

ทั้งยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยตอนนี้โรงถ่านหินในจีนสามารถผลิตเอทานอล ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้แล้ว ซึ่งทดแทนการนำเข้ามันเส้น ดังนั้น มันสำปะหลังที่นำเข้าจะไปอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น และที่สำคัญก็ต้องแข่งขันกับราคาข้าวโพดในจีนด้วย สะท้อนให้เห็นแล้วว่า มันสำปะหลังของไทยกำลังทำตลาดได้ลำบากขึ้น และหากจีนลดการนำเข้า ราคาข้าวโพดถูก จะยิ่งส่งผลกระทบทำให้ไทยส่งออกมันสำปะหลังยาก ตัวเลขส่งออกที่ไม่เติบโต

ราคามันสำปะหลัง “ดิ่ง”

สถานการณ์ราคามันสำปะหลังในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 หลังจากภาพการส่งออกชะลอตัวลง ราคาส่งออก F.O.B. เฉลี่ยที่ 235-240 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 270-280 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งเมื่อคิดเป็นมันเส้นเฉลี่ย 7.00-8.00 บาทต่อ กก. ลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา 8.00-8.50 บาท คิดทอนกลับมาเป็นราคาหัวมันสดเฉลี่ยที่ 2-3 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่เคยขายได้ 3.00-3.45 บาทต่อ กก. และยังเป็นราคาที่เกษตรกรเกือบจะขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่ 2.50 บาทต่อ กก.

อย่างไรก็ตาม จากนี้ยังคงต้องรอติดตามสถานการณ์ราคาในช่วงที่ผลผลิตออกเยอะในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจจะมีผลทำให้ราคาลดลงไปอีก

ชาวไร่ปรับตัว ดันส่งออก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สมาคมชาวไร่มันสำปะหลัง ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 55 จังหวัดทั่วประเทศ หรือประมาณ 7 แสนครัวเรือน ไม่ได้รอรับความช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ได้มีการส่งเสริมและพัฒนาปลูกมันสะอาดเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งทำตลาดด้วยตัวเอง

ล่าสุดผู้นำเข้ามันสำปะหลังจากมณฑลเจียงซูของจีน ได้ติดต่อและประสานงานจะนำเข้ามันเส้นของไทย ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเข้ามาดูงาน และผลผลิตแล้ว ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) จะนำเข้ามันเส้น
จากสมาคม ที่ต้องรวบรวมผลผลิตและส่งออก โดยได้ทำคำสั่งซื้อเข้ามาแล้ว 6 แสนตัน โดยคาดว่าจะสามารถทยอยส่งออกได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 นี้เป็นต้นไป

“การทำการค้าครั้งนี้มีลักษณะเหมือนการทำบาร์เตอร์เทรด เขารับซื้อมันสำปะหลังของไทย และไทยก็มีการเจรจาจะนำเข้ากลุ่มเครื่องยนต์ทางการเกษตรจากทางบริษัทจีนที่มีการประสานงานแล้ว เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ในพื้นที่การเกษตร เพราะอนาคตต้องยอมรับว่า เรื่องคาร์บอนเครดิต หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำการส่งออกในอนาคต จะต้องไม่มีสิ่งปนเปื้อนเกิน 1% มันเส้นจะต้องสะอาดถึงจะมีการรับซื้อ แต่การันตีว่าเกษตรกรที่นำมาขายจะได้ราคาดีกว่าท้องตลาดแน่นอน ทำให้เกษตรกรไทยจะต้องคำนึงและให้ความสำคัญในเรื่องนี้”

“ตอนนี้ชาวไร่ไม่รอรัฐบาลหรือหน่วยงานของภาครัฐแล้ว เราพร้อมที่จะไปทำตลาดเองได้ เพราะเรามีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแลถูกต้อง ไม่รอพ่อค้าคนกลางรับซื้อ ไม่ได้คาดหวังและรอรัฐบาล”

ปัญหาที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของตลาด โรคใบด่าง ท่อนพันธุ์ขาดแคลน ยังไม่ได้รับการแก้ไข เอกชน ชาวไร่ต้องดูแลกันเอง เพราะไม่เพียงรัฐไม่ให้การสนับสนุนข้อเสนอที่พวกเราขอให้ส่งเสริมใช้มันสำปะหลังภายในประเทศ โดยขอให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ E20 เพราะจะมีความต้องการใช้มันสำปะหลังประมาณ 3 ล้านตัน แต่รัฐกลับส่งเสริมใช้เพียง E10 ซึ่งใช้มันสำปะหลังเพียง 1 ล้านตัน การใช้มันสำปะหลังลดลง ราคามันสำปะหลังจึงถูกกดราคา ส่งออกตอนนี้ก็เจอปัญหาอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวไร่อ่วม วิกฤตมันสำปะหลัง จี้รัฐถึงเวลาแก้ “โรคใบด่าง” จริงจัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...