โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สัมภาษณ์ 3 ผู้กำกับจากซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ แบบอ่านแล้วขนหัวลุก

BT Beartai

อัพเดต 22 ส.ค. 2567 เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 16.38 น.
สัมภาษณ์ 3 ผู้กำกับจากซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ แบบอ่านแล้วขนหัวลุก

หากพูดถึงรายการที่ชวนคุยเรื่องราวสยองขวัญ ลี้ลับ ชวนให้ผู้ฟังขนหัวลุก หลายคนอาจรู้จักกับรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ของเอไทม์ (ATIME) และเรื่องราวสุดสยองเหล่านั้นก็ได้ถูกนำมาพัฒนาต่อเป็นซีรีส์ของ Netflix ที่มีทั้งหมด 8 ตอน กับซีรีส์ที่มีชื่อว่า ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ โดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เคยสร้างความระทึกขวัญและชวนผวาจากรายการวิทยุยอดฮิต ‘EFM’ อย่าง ‘อังคารคลุมโปง’

โดย BT BUZZ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ทั้ง 3 คน อย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับซีรีส์ตอน ‘ครูเวร’, ตุ๋ย-พฤกษ์ เอมะรุจิ ผู้กำกับ ‘น้องสาวที่หายไป’ และ นท-อภิโชค จันทรเสน ผู้กำกับ ‘คำสาบาน’ ชวนกันคุยถึงที่มาของซีรีส์แต่ละตอน และพูดถึงเรื่องราวความหลอน ความน่ากลัวในแบบฉบับของผู้กำกับแต่ละคน

แนะนำตัวผู้กำกับแต่ละคน

มะเดี่ยว: มะเดี่ยวนะครับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล เป็นไฮโซเซเลบริตีที่เข้ามาในวงการภาพยนตร์ครับ ก็ทํามา 20 ปีแล้ว แต่อย่าไปพูดนะ เดี๋ยว ‘แก่’ รู้จักพี่ในฐานะเป็นไฮโซแล้วกัน อยากแนะนําตัวเองแบบนี้มานานแล้ว

พฤกษ์: ผมพฤกษ์ เอมะรุจิ เป็นผู้กำกับครับ ทำหนัง ‘ไบค์แมน’, ‘อีเรียมซิ่ง’, ‘ใจฟูสตอรี่’ ครับ แล้วก็เคยทำ ‘อังคารคลุมโปง’ เวอร์ชันที่แล้วครับ มาเวอร์ชันนี้ผมทำตอนที่ 1 ชื่อตอน ‘น้องสาวที่หายไป’

นท: นท อภิโชค ครับ จริง ๆ เป็นคนเขียนบท แต่ก็ทํากํากับด้วย เรื่องที่เคยเขียนก็คือ ‘HOMESTAY’ ครับ แล้วเดี๋ยวก็จะมีผลงานอีกอันหนึ่งกับ Netflix เรื่อง ‘Tomorrow and I’ ออกปลายปีนะครับ ส่วนในซีรีส์เรื่องนี้ ผมเองทําเรื่องที่ 4 ครับ ‘คําสาบาน’

พูดถึง ‘อังคารคลุมโปง’ นึกถึงอะไร?

มะเดี่ยว: นึกถึงรายการที่มี มดดํา (คชาภา ตันเจริญ) แล้วก็มีเหล่าบรรดาผองเพื่อน ดีเจเอไทม์ ชวนคนมาเล่าเรื่องผี

พฤกษ์: นึกถึงรายการนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งคือ หมอบี (หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ) เรารู้จักหมอบีจากรายการนี้แหละครับ

นท: ผมเห็นตามคํา (อังคารคลุมโปง) เลยครับ คือเป็นเด็กวัยรุ่นที่คลุมโปงในผ้าแล้วฟังเรื่องผี

ตอน ‘น้องสาวที่หายไป’ กำกับโดย พฤกษ์ เอมะรุจิ

‘วันอังคาร’ แต่ละคนชอบทำกิจกรรมอะไรบ้าง?

มะเดี่ยว: มันจะมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ผมไม่ค่อยถูกกับวันอังคาร วันอังคารมักจะมีแต่เรื่องเฮงซวยเกิดขึ้นเสมอ ๆ แบบว่าทําไมวันนี้มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย มันคงเป็นวันอังคารแหละ ส่วนตัวเป็นคนเกิดวันอาทิตย์ แล้วไปดูดวงมาบอกว่าคนเกิดวันอาทิตย์กับวันอังคารไม่ค่อยถูกกัน ก็มักจะคิดไปเองว่าอะไรที่มันปวดหัวเยอะ ๆ มันมักจะเกิดขึ้นวันอังคาร อาจเป็นเพราะวันจันทร์มันปวดหัวกับเรื่องอื่น ๆ วันอังคารอาจจะค้นพบสิ่งที่เราหลงลืมมาจากวันจันทร์ สําหรับเรามันส่วนตัวมากนะ

พฤกษ์: ของผม ‘วันอังคาร’ เป็นวันที่มีสติสตังครับ วันจันทร์เรายังไม่ค่อยมีสติสตังเท่าไหร่ มันเป็นผลพวงมาจากวันเสาร์อาทิตย์นี่แหละ วันอังคารมันคือวันเริ่มต้นทํางานจริง

นท: วันอังคารผมไม่มีกิจกรรมพิเศษ แต่ว่าถ้าพูดถึงวันอังคาร ผมนึกอย่างแรกคือ รด. เพราะว่าโรงเรียนผมวางไว้ว่าเรียน รด. ตอนบ่าย สําหรับผมตอนมัธยมปลาย วันอังคารเลยเป็นวันที่ไม่ชอบ ไม่ถูกเส้นกับวันอังคาร

เรื่องหลอนแนวไหน ที่รู้สึกกลัวมากที่สุด?

มะเดี่ยว: สําหรับผมจะหลอนเรื่องแบบว่า ตอนที่เรากําลังเจอมันอยู่เราไม่รู้ แต่พอเรากลับออกมาจากตรงนั้นแล้วมารู้ทีหลังว่าสิ่งที่เราเจอมันคืออะไร อันนี้มันจะหลอน เหมือนเรามาเดินเที่ยวเล่นในโรงหนังแห่งนี้ แล้วมีคนมาคุยกับเรา แล้วพอเราออกมาเขาไม่ตามมา เราจะหลอน เพราะว่ามันจะทําให้เราตื่นตัวในอนาคตว่าถ้าเราไปที่ไหนแล้วมีใครมาคุยกับเรา หรือมีอะไรเกิดขึ้นมา มันเป็นคนหรือผี จะหลอนเรื่องแบบนี้มากกว่า กลัวตั้งตัวไม่ได้

พฤกษ์: ของเราจะกลัวพวกเสียง เรากลัวตอนดู ‘Exhuma’ เป็นหนังผีที่เรากลัวล่าสุดที่ดู เพราะเรารู้สึกว่าเสียงดนตรีร่างทรงและพิธีกรรมโคตรหลอน หรือแม้กระทั่งเวลาไปงานศพ แล้วมีศาลาไหนประโคมมโหรี เรารู้สึกว่าเสียงเพลงมันน่ากลัวสําหรับเรา

นท: ผมจะกลัวจากที่ตัวเองเคยเจอ ส่วนใหญ่จะรู้ตัวเสมอเมื่อเจอ แล้วผมจะกลัวเรื่องที่มันเป็นภาพมากกว่า เพราะรู้สึกว่าหูมันแว่วได้ แต่ว่าพอเป็นตามันเห็น คือถ้ามันไม่จริง ก็คือเราตาฝาด อย่างทุกครั้งที่ผมเจอมันเหมือนภาพสโลว์โมชันครับ แบบโลกมันหยุด คือเขาหยุดโลกแล้วแบบกูมาแล้วนะ แล้วไม่ต้องไปไหน มองหน้ากันด้วย คือทุกครั้งที่ผมเจอจะเป็นแบบนี้ตลอดเลย แบบว่ามึงเห็นกู กูเห็นมึง เอาไงต่อ อย่างนี้ทุกครั้งเลย แต่ก็จะมีคนมาช่วยเราไว้จากโมเมนต์นั้น ๆ ครับ ยังไม่เคยเจอโมเมนต์ที่ไม่มีคนช่วย อย่าเจอเลยครับ

ตอน ‘คำสาบาน’ กำกับโดย อภิโชค จันทรเสน

‘สถานที่’ ที่กลัวที่สุด?

มะเดี่ยว: ผมกลัวบ้านตัวเอง เคยเล่าไปใน ‘อังคารคลุมโปง’ แล้ว เรากลัวบ้านตัวเอง เพราะประสบการณ์ที่เจอเรื่องหลอน ๆ ในบ้านค่อนข้างเยอะ คือตอนกลางวันบ้านก็สดใสสวยงาม พอตกกลางคืนมาเราอยู่ไม่ได้มันวังเวง

พฤกษ์: เรากลัวทุกที่ที่มี ‘ลายกนก’ ครับ ลายกนกไม่ถูกกับเราอย่างรุนแรง ลายกนกสีทอง และวัดก็ชอบมีลายกนก งานศพอยู่ในวัดก็มีลายกนก แม้กระทั่งกรอบรูปก็มีลายกนก แต่ที่ที่มีลายกนกแล้วรู้สึกกลัวมากที่สุดคือ ‘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ’ โดยเฉพาะโรงราชรถ คือมันเป็นลายกนกที่ใหญ่ แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิตที่ผมฝันถึงโรงราชรถ ฝันที่ไรก็กลัว

นท: ผมกลัวโรงเรียนกับป่าครับ โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษาแหละ ผมว่าป่ารู้สึกเหมือนมันไม่ใช่ที่ของเรา มันเป็นที่คนอื่นเขา เราเข้าไปในนั้นเข้าไปบุกรุก ถ้าเราไม่รู้ที่รู้ทางของตัวเอง เขาก็อาจเลือกได้ที่เขาจะไม่เอาเราไว้

มีวิธีการคัดเลือกเรื่องจาก ‘อังคารคลุมโปง’ มาพัฒนาเป็นซีรีส์อย่างไร?

มะเดี่ยว: ตอนแรกเหมือนเป็นเรื่องของการไปรีสอร์ต ไปบ้านญาติ แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหลบหนีในบ้านหรือรีสอร์ตของเขา สามีก็จะตามมาฆ่า ได้โครงประมาณนี้มา แต่เราก็เอามาผสมผสานกับประสบการณ์ส่วนตัว เพราะมองว่ารีสอร์ตมันมีที่ให้หลบให้ซ่อนไม่เยอะ ก็เลยปิ๊งไอเดียว่าโรงเรียนมันก็หลอน ด้วยความที่แต่ก่อนเด็ก ๆ เราเคยอยู่บ้านพักครู แม่เราเป็นครู และเราชอบลืมของไว้ในโรงเรียน แล้วรูปแบบโรงเรียนต่างจังหวัด มันจะมีรูปแบบเดียวกันหมดเลย ทางเป็นระเบียงไม้ กว่าจะถึงห้องพักครู จะต้องผ่านห้องนาฏศิลป์ ห้องศิลปะ ห้องสมุด แล้วเราก็จินตนาการว่าห้องข้าง ๆ เนี่ย มันมีอะไรอยู่ข้างใน มันเอี๊ยดอ๊าด มันนั่นมันนี่ เลยเอา 2 อันนี้มารวมกัน แล้วประเด็นเรื่อง ‘ครูเวร’ คือครูที่ต้องมาอยู่เวรในโรงเรียนคนเดียวตอนกลางคืน ถ้าเราเสิร์ชคลิปในโซเชียล ในยูทูบ ก็จะเจอคนที่มาแชร์ประสบการณ์ เลยขยายมาเป็นเรื่องนี้

พฤกษ์: ของผม เป็นมนุษย์โชคดีอย่างหนึ่ง ผมจําได้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม (เรื่องที่ถูกนำมาให้ผู้กำกับเลือก) ผมไปฟังมาโดยบังเอิญที่หมอบีเล่า ผมชอบมาก ผมเลยขอทําเรื่องนี้ แล้วก็โชคดีที่ได้รับการอนุญาต ซึ่งที่เราชอบเพราะว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ผีแบบผีเต็ม ๆ อะ เราเลือกว่าครั้งนี้เราจะทําเรื่องที่ไม่ผีเต็ม ๆ เราจะทําเรื่องที่พอฟังแล้วมันกินใจ มันเป็นเรื่องผีที่เศร้า แล้วรู้สึกว่าพอมันคิดถึงชีวิตของคนในเรื่องแล้วเราเศร้า แล้วเราก็เลยรู้สึกว่ามันน่าทําดีก็เลยขอทําเรื่องนี้ครับ

นท: ของผมเลือกจากเรื่องที่เขาคัดมาแล้ว ผมไปเจอเรื่องที่เป็นคู่รักไปรีสอร์ต ไปฟังเรื่องเล่าผี แล้วก็ปรากฏว่าคนที่คุยด้วยไม่ใช่คน สุดท้ายแล้วผมจับมาแค่ตัวคู่รักครับ เพราะว่าปกติผมเป็นคนทําหนังความสัมพันธ์อยู่แล้ว ทีนี้มันทําให้ผมคิดขึ้นมาว่าเวลาเป็นพวกหนังผี หนังสยอง เวลาคนเจอผีส่วนใหญ่จะเจอคนเดียว แต่มันสะกิดขึ้นมาว่าแล้วถ้าเป็น 2 คนที่เจอด้วยกัน แต่เห็นไม่เหมือนกัน คือกลายเป็นว่าผมสนใจการที่มีผีเข้ามาในความสัมพันธ์ของคน แล้วมันดันทําให้เกิดคําถาม มันไปสะกิดอะไรในความสัมพันธ์ของคน เลยเป็นการสร้างเรื่องมาจากตรงนั้น

ตอน ‘ครูเวร’ กำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

ทำหนังอย่างไรในยุคนี้ให้ออกมาไม่จำเจ?

มะเดี่ยว: จริง ๆ อันนี้อาจจะตอบแทนผู้กํากับทุกคนได้ ว่าเราอยากทําอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ในการตลาดของแต่ละค่าย แต่ละที่ ก็จะทําให้เราตระหนักรู้ว่าเราควรทําอะไร มันมีความพยายามในการผลักดันหนังแนวอื่น ๆ ซีรีส์แนวอื่น ๆ ขึ้นมาบ้าง ทีนี้ก็อยู่ที่ตัวเราเอง แล้วก็ทางผู้ใหญ่ว่าอยากจะช่วยกันผลักดันวงการนี้ไปทางไหน เราได้มาทํากับ Netflix มันก็คือทําซีรีส์หนังผีไปด้วยกันนั่นแหละ แต่มันโชคดีว่าพวกเราก็จะได้โอกาสที่อยากคิดอยากทําอะไรก็ทําไปเลย ลองทํา ลองทดลองในแบบของตัวเองที่อยากจะทํา ผมว่าวงการมันดําเนินไปได้ ไม่ใช่แค่ตัวผู้กํากับเอง ตัวผู้บริหารเอง ตัวนายทุน ตัวสตูดิโอที่อยากจะจับมือไปด้วยกัน แล้วมันจะผลักดันวงการบันเทิงของเราไปเองครับ

พฤกษ์: สําหรับเรา เราว่ามันก็ไปด้วยกันหมดครับ ทั้งคนดูเนอะ คือคนทำก็อยากทําอะไรใหม่ ๆ แต่บางครั้งก็ต้องกลับไปถามคนดูว่าคนดูเองบางทีก็เรียกร้องอยากดูอะไรใหม่ ๆ แต่พอใหม่ไปหรือใหม่แล้วไม่เข้าทางคนดู ก็จะบอกเราว่าไม่เห็นรู้เรื่องเลย ผมว่ามันเป็นทั้งโลกนะ คือบางทีเราก็จะมองแค่ว่ามันเป็นประเทศไทย ประเทศไทยทําไมผู้กำกับไทยทําแต่หนังตลก หนังผี หนังรัก ผมว่าถ้าไปดูฮอลลีวูด ฮอลลีวูดก็ทํา เมื่อไหร่ที่มันเป็นอุตสาหกรรมอะครับ แต่ว่าที่แตกต่างกันคือเขามีจํานวนคนเยอะ มีความหลากหลายเยอะมากกว่า ผมเชื่อว่าคนทําอยากทําอะไรหลากหลายอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่ว่า หนึ่งมันมีโอกาสไหม สองคือคนดูเปิดรับจริงหรือเปล่า ถ้ามันไปด้วยกันหมดผมว่ามันก็ไปได้ครับ

นท: ของผมเองจริง ๆ ก็มองอีกมุมหนึ่ง มันก็จะมีผู้กํากับบางท่านเหมือนกันที่เขาเกิดมาชีวิตนี้คืออยากเล่าเรื่องนี้ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะว่าสุดท้ายแล้วบางเรื่องที่เขาสนใจมันอาจจะมีแง่มุม 1 2 3 4 เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ในแต่ละงาน เขาทำออกมาต่างมุมไปเรื่อย ๆ สุดท้ายมันก็คือก้อน ๆ ใหญ่มาก ๆ ก้อนหนึ่งที่เราได้เห็น พุ่งเข้ามาหลาย ๆ ทางจนกระทั่งมันเป็นแบบผลงานทั้งหมดของเขา คือพูดเรื่องนี้ก็มีบ้างเหมือนกัน ซึ่งยังไงผมก็รู้สึกว่าคนบ้านเราก็ค่อย ๆ เปิดกว้างมากขึ้น คือมันมีทั้งเปิดกว้างขึ้น และแคบลงในบางส่วนเหมือนกัน แต่รู้สึกว่ามันมีการขยับขยาย อยากรู้อยากเห็นอะไรในมุมที่แต่ก่อนมันไม่เคยเกิดขึ้นบ้าง ก็น่าสนใจครับว่าจะเป็นยังไงต่อ

มีวิธีรับมือกับคอมเมนต์ ‘แง่ลบ’ อย่างไร?

มะเดี่ยว: คือตัวเราเองอยู่มาตั้งแต่สมัย Pantip แล้วเหมือนกัน กํากับหนังมา แล้วเจอมาตั้งแต่สมัยทําหนังสั้น ก็จะมีคอมเมนต์เรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้มันก็แข็งแกร่งแล้ว ก็เลือกอ่านแต่สิ่งที่จะทําให้สบายใจ คือเราก็จะเปิดโหมดบ้างสมมติว่าตัวอย่างหนังออกไป เราก็จะรับฟังดูว่าเขาอยากเห็นอะไรในหนัง ถ้ามันแก้ทันก็ทํา ส่วนเวลาหนังออกไป เราว่าคนทําทุกคนรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าระหว่างทางมันเจอกับอะไรมาบ้าง มันอาจจะไม่ได้ 100% อย่างที่เราคิด แต่ว่าคนดูก็รับสิ่งนั้นไป แล้วหนังก็เป็นของเขาไปแล้ว เขาก็เลือกที่จะแสดงความเห็นในมุมของเขา ตัวเราเองจะข้ามได้ ผ่านไปได้ไหม หรือแบบว่าด่าเราหนักเข้า เจอหน้าเราก็จะด่าเหมือนกัน สิ่งที่เราจะบอกกับน้อง ๆ พอเราเป็นโปรดิวเซอร์ก็จะมีน้อง ๆ คือสิ่งเหล่านี้มันมีผลกับเขาจริง ๆ นะ บางทีคอมเมนต์ การวิจารณ์หนัง มันสามารถพังเขาได้ พี่มองตรงนี้ในมุมของคนทํางานนะ กับคนทํางานเราก็จะบอกน้องว่าตั้งใจทํา ทําให้ดีเรา ถ้าในตอนนี้เราคุยกันแล้วเราแก้ไขงานไปพร้อม ๆ กัน มันยังแก้ไขได้ แต่เมื่อมันออกไปแล้วก็อย่าไปอ่าน ง่าย ๆ ถ้าโดนด่าเยอะอย่าไปสนใจ เพราะว่ามันก็มีหลายคนที่ถอดใจกับตรงนี้ไปเหมือนกัน อันนี้เราไม่รู้จะช่วยยังไงดี เพราะแต่ละคนมันรับรู้ความท็อกซิก (Toxic) ได้ไม่เท่ากัน แต่สําหรับพี่ก็คืออย่าไปอ่านเลย ถ้ามันจะทําให้เราท็อกซิก แต่เรารู้ว่าน้องทําหนังจนจบเรื่องได้เนี่ย เก่งแล้วลูก

พฤกษ์: เรารู้สึกว่ามันต้องมีอยู่ 2 โหมดครับ โหมดแรกคือการคัดกรองสิ่งที่เราจะอ่านคอมเมนต์ บางคอมเมนต์เราต้องมีตุ่มที่เราสามารถแยกแยะได้ว่าอันนี้มันสักแต่ด่า ก็ทิ้งไป อันนี้กรองทิ้งไป แต่บางคนก็คอมเมนต์ด้วยความหวังดีจริง ๆ ว่าเราควรปรับปรุง อันนี้เราเก็บไว้ คือเราต้องมีปุ่มนี้สร้างขึ้นมาให้ได้ แล้วเราจะอยู่รอดกับคอมเมนต์ทั้งหมดได้ เพราะถ้ารับทุกอย่างไปมันจะไม่หมด อีกปุ่มหนึ่งพอมันมีปุ่มที่แข็งแรง เราจะมีปุ่มต้านทาน ซึ่งเราจะรู้ว่าทุกอย่างเดี๋ยวก็ผ่านไป คือไม่ว่าเราจะได้รับคําชมหรือรับคําด่า สุดท้ายมันจะกลายเป็นอดีตเสมอ เพราะเราก็ไปทําสิ่งใหม่คนก็ไปดูอย่างอื่น เขาจะด่าเราอยู่ประมาณ 3 วัน 7 วัน แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่อง เขาไม่มาแคร์เราหรอก คนชมก็เหมือนกัน ก็ไปทําไปดูอย่างอื่น เขาก็ไปชมเรื่องอื่นแล้ว ฉะนั้นยึดไว้ว่าเดี๋ยวมันจะผ่านไป แล้วอีกอย่างที่ได้เรียนรู้คือผมลองสังเกตดูคนที่ด่าเราคือคนที่เขาอยู่หน้าจอ เขามองเห็นแต่จอที่เป็นสี่เหลี่ยม เขาไม่ได้มองว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งนะ คือเขาเห็นจอสี่เหลี่ยมแล้วเขาก็อยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ ซึ่งผมเคยทดลองอันหนึ่งคือ เวลาใครพิมพ์ด่ามาผมจะไปตอบกลับเขา ขอบคุณนะครับที่ช่วยคอมเมนต์ แล้วมันจะเปลี่ยนไป มันจะแปลกมาก คือพอเราพิมพ์กลับไปปั๊บอะ เขาจะตอบกลับมาดีขึ้นกว่าเดิม นั่นแปลว่าเขาเห็นเราเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะเวลาคนเราเห็นกันเป็นมนุษย์อะ แล้วรู้จักกันแล้ว ไม่ต้องด่าขนาดนั้นก็ได้นี่หว่า ก็คุยกันดี ๆ ได้

นท: ของผมเวลาได้รับคอมเมนต์ด้านลบ คือยังไงมันก็รู้สึกแหละ ผมจําโมเมนต์ที่มีคนไล่ผมไปตาย จากการทําหนังเรื่องหนึ่ง แต่พอผมมานั่งสมถะอีกทีผมกลับรู้สึกว่าการที่เขามีความรู้สึกรุนแรงด้านลบมาก ๆ กับหนังอะ นั่นแปลว่าจริง ๆ เขาแคร์กับหนังของเราเหมือนกัน เพราะว่าถ้าเขาไม่แคร์เขาไม่จําเป็นต้องด่าด้วยซ้ำ เขาแค่นิ่งเฉย ๆ แล้วก็ไม่พูดถึงมันเลย ผมอะเลือกที่จะให้มีคนด่ามากกว่าเงียบแล้วไม่พูดถึงงานเรานะ

ฝากซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’

มะเดี่ยว: ก็ฝาก ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ วันที่ 20 สิงหาคมนี้นะครับ ทาง Netflix ไม่มีอะไรจะพูดไปมากกว่ามัน ‘เอ็กซ์ตรีมมาก ๆ’ ฝากผลงานของพวกเราทุกคนด้วยครับ

พฤกษ์: ก็หวังว่าทุกคนจะสนุกกับซีรีส์ทั้ง 8 เรื่อง 8 ตอน ผมเชื่อว่าผีของแต่ละตอนจะแตกต่างกันไป รสชาติแตกต่างกันไป ก็ฝากด้วยนะครับ

นท: ฝากผลงานกํากับซีรีส์เรื่องแรกด้วยนะครับ แล้วก็ขอเตือนคนดูที่เป็นคู่รักว่าถ้าจะดูตอนผมเนี่ย (คำสาบาน) เตรียมใจนะ ว่าถ้าคุณไม่รักกันมากขึ้น คุณก็อาจจะเลิกกันนะครับ ก็เตรียมคุยกันให้ดีก่อนดูนะครับ

รับชมซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ได้ที่ Netflix

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...