โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"สัญชาตญาณสัตว์มีจริงหรือไม่?" แท้จริงแล้วพฤติกรรมเหล่านั้น ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือเรียนรู้เอาทีหลัง?

Environman

เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 13.00 น.

สัตว์มีสัญชาตญาณจริงหรือไม่? พฤติกรรมที่พวกมันทำนั้นแท้จริงแล้ว ‘ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด’ หรือเป็นสิ่งที่เรียนรู้ทีหลัง?

สื่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์ดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างที่คอยกำหนดพฤติกรรมในแต่วันของการเอาชีวิตรอด ตั้งแต่ลูกเต่าทะเลที่เพิ่งฟักไข่ออกมาก็รู้ว่าต้องคลานไปทางไหนเพื่อลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด หรือจะเป็นนกหลายล้านตัวที่บินข้ามทวีปเมื่อฤดูกาลของโลกเปลี่ยนไป

รวมไปถึงแม่สิงโตที่ต้องดูแล ปกป้อง และสั่งสอนลูกของมันว่าตัวไหนคืออาหารที่ล่าได้ ขณะเดียวกันเหยื่อก็รู้ว่าสิ่งมีชีวิตตัวไหนคือนักล่าที่มันต้องหลีกเลี่ยง พฤติกรรมเหล่านี้แสดงออกมาราวกับว่าพวกมัน ‘รู้ดีอยู่แล้ว’ ว่าควรทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร? ซึ่งมนุษย์มักเรียกกันอย่างง่าย ๆ ว่า ‘สัญญชาตญาณ’

#ความหมายของสัญชาตญาณ

อันที่จริงแล้วสำหรับนักวิทยาศาสตร์ คำว่า ‘สัญญชาตญาณ’ นั้นดูจะไม่มีอยู่จริง ตามรายงานที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Education ระบุว่าสัญชาตญาณอาจเป็นสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้ในหลายช่วงชีวิตของสัตว์เอง

“การพูดถึงความหมายของสัญชาตญาณนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เว้นแต่ว่าคุณกำลังพูดถึงอีกด้านหนึ่งของเหรียญ ซึ่งก็คือพฤติกรรมที่ได้มาหรือเรียนรู้มา” Robert Lickliter นักจิตวิทยาด้านพัฒนาการจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว

สิ่งที่ Lickliter หมายถึงก็คือ สัญชาตญาณเคยมีความหมายว่าเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ มันเป็นพฤติกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยที่ไม่ชัดเจน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เองก็เคยคิดว่าเป็นเหมือน ‘รอยประทับ’ ในสัตว์

ตัวอย่างเช่น ลูกไก่ ลูกเป็ด หรือลูกห่าน สามารถระบุและติดตามตำแหน่งแม่ของมันได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ‘ตามสัญชาตญาณ’ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแนวโน้มทางพันธุกรรมที่มีมาแต่กำเนิดโดยถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว และดูเหมือนจะอธิบายไม่ได้ราวกับเป็นสิ่งที่อยู่ในกล่องดำ

แต่แล้วในปี 1963 Gilbert Gottlieb นักจิตวิทยาด้านพัฒนาการคนหนึ่งก็ได้พบกับสิ่งที่ปฏิวัติวงการนั่นคือ ลูกเป็ดจะสนใจเสียงร้องของแม่ เพราะพวกมันสร้างเสียงร้องของมันเองภายในไข่ตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อน ซึ่งช่วยเตรียมระบบการได้ยินของพวกมันก่อนที่จะฟักออกมาเสียอีก

กล่าวอย่างง่าย เป็ดเรียนรู้เสียงของมันเองตั้งแต่อยู่ในไข่ ซึ่งช่วยทำให้พวกมันรู้ได้ว่าเสียงไหนคือเสียงแม่ และเสียงไหนคือเสียงลูกเป็ด ไม่ได้เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่แรก หากไม่มีการเรียนรู้นี้ก็เป็นไปได้ว่าพวกมันก็ไม่อาจรู้จักเสียงของแม่ได้ นี่เป็นมุมมองว่าพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรตั้งแต่แรก

“สิ่งที่ผู้คนหมายถึงเมื่อพวกเขาพูดว่า ‘สัญชาตญาณ’ ก็คือ มันเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าเชื่อถือ” Mark Blumberg นักประสาทวิทยา กล่าว หรือก็คือ “พฤติกรรมทั่วไปของสปีชีส์”

#แมวในอวกาศและหนูที่หิวน้ำ

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจที่สามารถนำมายกตัวอย่างในที่นี้ได้คือ แมวจะไม่รู้ว่า ‘จะต้องลงเท้าท่าไหน’ บนพื้นหากมันตั้งครรภ์และเกิดในอวกาศ ซึ่งตัวอย่างนี้ถูกยืนยันโดยการทดสอบกับหนูทดลองในอวกาศเมื่อปี 2008 ที่ชื่อรายงานว่า ‘Orbital spaceflight during pregnancy shapes function of mammalian vestibular system’

สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้ถูกเข้ารหัสไว้ในดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต แต่ยังไงก็ตามกระบวนการวิวัฒนาการจะเข้ามาเกี่ยวข้องในขั้นตอนนี้ด้วยเช่นกัน หากพฤติกรรมบางอย่างเคยสร้างประโยชน์ให้กับบรรพบุรุษ มันก็จะถูกส่งไปยังรุ่นต่อไป แต่หากลูกหลานของมันไม่ได้ใช้พฤติกรรมดังกล่าวนานมากพอ สิ่งนั้นก็จะค่อย ๆ หายไป

ด้วยเหตุนี้แม้พฤติกรรมเช่น ผึ้งต้องทำรังเป็นรูปหกเหลี่ยมซึ่งดูเหมือนมันจะทำเป็นตั้งแต่เกิด ทว่าจริง ๆ แล้วเกิดจากการลองผิดลองถูกจากบรรพบุรุษของมัน แล้วบันทึกไว้ในพันธุกรรม จากนั้นก็ส่งต่อไปยังลูกหลาน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าสัญชาตญาณเกิดจากการเรียนรู้และมีผลกับยีนของเรา

“ความสัมพันธ์ระหว่างยีนและพฤติกรรมนั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนนัก และเมื่อคุณมีพฤติกรรมใหม่หลายประเภท(ที่เกิดจากการเรียนรู้ในภายหลัง) เซลล์ประสาทจะเปลี่ยนรูปแบบการยิง(สัญญาณไฟฟ้า) และนั่นนำไปสู่การแสดงออกของยีนที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นมันจึงเป็นอิทธิพลแบบ 2 ทาง” Blumberg บอก

แม้แต่พฤติกรรมพื้นฐานและมีผลต่อการอยู่รอดอย่างมากเช่น การดื่มน้ำ ก็สามารถเกิดจากการเรียนรู้ได้ด้วยเช่นกัน การทดลองในปี 2000 ที่มีชื่อว่า The Acquisition of an Appetite ได้แสดงให้เห็นว่า มีเพียงหนูทดลองที่เลี้ยงด้วยอาหารแห้งเท่านั้นที่เรียนรู้จะดื่มน้ำเมื่อพวกมันกระหาย

ตรงกันข้าม หนูทดลองที่เลี้ยงด้วยอาหารเปียกกลับไม่เคยจะดื่มน้ำ เป็นเพราะพวกมันได้รับน้ำที่เพียงพอจากอาหารเปียกแล้วนั่นเอง

“แม้แต่สิ่งที่สำคัญอย่างน้ำ ประสบการณ์ก็ยังสำคัญต่อการเรียนรู้วิถีชีวิตในโลกใบนี้” Blumberg กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5182125/

https://psycnet.apa.org/record/2008-01943-023

https://www.livescience.com/…/do-animals-really-have…

https://journals.sagepub.com/doi/10.1111/1467-9280.00223

Photo : Lightitup_now/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...