โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การทรงกลดครั้งสำคัญ ในประวัติศาสตร์โลก ปัญจสุริยา (อาทิตย์ 5 ดวง) เหนือฟ้ากรุงโรม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ส.ค. 2567 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 02.22 น.

ในบทความตอนแรก ผมได้เกริ่นเกี่ยวกับการทรงกลดปัญจสุริยาและสัปตสุริยาเหนือฟ้ากรุงโรมเอาไว้ คราวนี้มาดูรายละเอียดกันครับ

เริ่มจากกรณีปัญจสุริยาเหนือฟ้ากรุงโรมในปี ค.ศ.1629 ก่อน

หลักฐานระบุว่า พระคาร์ดินัลฟรานเชสโก บาร์เบรีนี (Francesco Barberini) ได้ส่งแผนภาพและคำบรรยายการทรงกลดครั้งนี้ไปให้นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ นิโกเลาส์ โคลด ฟาบรี เดอ เปแรสก์ (Nicolas Claude Fabri de Peiresc) จากนั้นเปแรสก์ก็ส่งสำเนาเอกสารไปให้อีกหลายคน โดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับข้อมูลนี้ ได้แก่ นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ ปีแยร์ การซองดี (Pierre Gassendi)

การ์ซองดีนี้เองที่เป็นผู้เขียนและตีพิมพ์บันทึกแรกสุดเกี่ยวกับการทรงกลดปัญจสุริยาในเอกสารยาว 10 หน้าที่เรียกว่า Phaenomenon rarum

เอกสาร Phaenomenon rarum นี้ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1629 แต่ต่อมาการ์ซองดีได้นำข้อมูลไปตีพิมพ์ใหม่ในชื่อ Parhelia เนื่องจากไม่พอใจกับคุณภาพของเอกสาร Phaenomenon rarum ที่เขาไม่ได้ดูแลการจัดทำ

เนื้อหาในเอกสาร Phaenomenon rarum กล่าวถึงการทรงกลดปัญจสุริยาโดยอ้างอิงแผนภาพที่ปรากฏในเล่ม (ภาพที่ 2) ทั้งนี้ ผมคัดเลือกข้อความบางส่วนมาให้อ่าน ดังนี้

1) “A คือ ตำแหน่งของผู้สังเกตที่กรุงโรม B คือ จุดเหนือศีรษะ C คือ ดวงอาทิตย์จริง”

2) “รอบดวงอาทิตย์ที่ C มีวงเส้นไอริส (iris) ที่ไม่สมบูรณ์สองเส้นซึ่งมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน แต่มีลักษณะสีแตกต่างกัน”

3) “วงเล็กด้านใน DEF มีรูปร่างเกือบเต็มวงสมบูรณ์กว่า และแม้ว่าจะมีช่องเปิดระหว่าง D กับ F แต่ปลาย D และปลาย F ก็พยายามเชื่อมต่อกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งบางครั้งก็ต่อติดเต็มวง แต่แล้วก็เกิดช่องเปิดขึ้นมาอีก”

4) “วงไอริสอีกเส้นด้านนอกจางกว่า สังเกตได้ยากกว่า คือ GHI วงนี้มีหลายสี แต่สีต่างๆ ไม่คงตัวอย่างมาก”

5) “วงเส้นไอริสวงที่สาม KLMN มีขนาดใหญ่มากและมีสีขาวตลอดเส้น”

6) “บริเวณจุดตัดร่วมระหว่างวงกลมนี้ (หมายถึง ไอริสวงที่สาม) กับวงไอริสด้านนอก GHI มีพาร์ฮีเลียนสองตำแหน่งคือ N และ K ซึ่งทั้งคู่ไม่สมบูรณ์ โดย K แสงจางกว่า แต่ N สว่างจ้ากว่า…พาร์ฮีเลียน N สั่นเล็กน้อยและส่งหางแหลม NOP ออกไป”

7) “พาร์ฮีเลียนที่ L และ M ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากจุดยอดฟ้า B ไม่สว่างเหมือนพาร์ฮีเลียนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ (หมายถึง พาร์ฮีเลียน N และ K) แต่มีลักษณะกลมกว่าและมีสีขาวเช่นเดียวกับเส้นวงกลมที่พาร์ฮีเลียนทั้งสองเกาะอยู่

ข้อมูลในข้อ 1 แสดงตำแหน่งอ้างอิงหลักของแผนภาพ

ข้อมูลในข้อ 2-4 มีส่วนที่ตีความได้ง่ายและยาก ส่วนที่ง่ายก็คือ เส้นไอริสวงใน คือ วงกลมขนาด 22 องศา (22-degree circular halo) ที่ยากก็คือ เส้นไอริสวงนอก ซึ่งนักวิชาการจำนวนหนึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการทรงกลดวงกลมขนาด 28 องศา (เรียกว่า การทรงกลดของไชเนอร์ หรือ Scheiner’s halo)

แต่นักวิชาการบางท่าน เช่น วอลเทอร์ เทป (Walter Tape) และ กุนเทอร์ พี. เคินเนน (Gunther P. K?nnen) เชื่อว่าน่าะเป็นการทรงกลดแบบเซอร์คัมสไครบด์ (circumscribed halo) ซึ่งจริงๆ แล้วมีรูปร่างหนึ่งเป็นวงรี แต่ภาพเขียนผิดเป็นวงกลม

เส้นไอริสสีขาวในข้อ 5 ปัจจุบันเรียกว่า วงกลมพาร์ฮีลิก (parhelic circle) เป็นวงกลมที่มีเส้นขนานไปกับขอบฟ้า วงกลมนี้มีขนาดใหญ่เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า และมีขนาดเล็กลงไปเมื่อดวงอาทิตย์อยู่สูงขึ้น

พาร์ฮีเลียนในข้อ 6 และ 7 อันได้แก่ K, N, L และ M คือ บริเวณสว่างจ้า และเมื่อนับรวมกับดวงอาทิตย์จริงที่ C ก็เปรียบเสมือนว่ามีดวงอาทิตย์ 5 ดวง บนท้องฟ้านั่นเอง

เพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์นี้มากขึ้นจากมุมมองของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ผมจึงลองสร้างโมเดลการทรงกลดจำลอง (simulated halos) ขึ้นมาด้วยโปรแกรม HaloPoint 2.0 ดังภาพที่มีแบ๊กกราวด์สีดำ

จากการจำลองเหตุการณ์พบว่า คำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือ ดวงอาทิตย์อยู่สูงจากขอบฟ้าประมาณ 43 องศา จึงจะทำให้พาร์ฮีเลียน K และ N อยู่บนเส้นวงนอก

ทั้งนี้ ผลึกน้ำแข็งส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดอาทิตย์เสมือนอีก 4 ดวง ได้แก่ ผลึกน้ำแข็งรูปแผ่น (plate crystal) ซึ่งโดยเฉลี่ยวางตัวในแนวนอน แต่ต้องแกว่งกวัดประมาณ +/- 5 องศา จึงจะทำให้มองเห็นพาร์ฮีเลียน L และ M ได้ค่อนข้างชัด

ข้อมูลจากอดีตนั้น หากศึกษาเชื่อมโยงกับความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น วิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ก็จะช่วยให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ และอิ่มเอมไปกับมรดกทางภูมิปัญญาได้ดีทีเดียวครับ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การทรงกลดครั้งสำคัญ ในประวัติศาสตร์โลก ปัญจสุริยา (อาทิตย์ 5 ดวง) เหนือฟ้ากรุงโรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...