โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์” ลาออกกรรมการบริษัท NUSA มีผลตั้งแต่ 20 ก.ย.67

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 06.36 น.

"สมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์" ลาออกกรรมการบริษัท NUSA มีผลตั้งแต่ 20 ก.ย.67 เหตุ ก.ล.ต.กล่าวโทษกรณีทุจริตและการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จ

วันที่ 25 กันยายน 2567 บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า นายสมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้กล่าวโทษกรรมการ อดีตกรรมการและผู้บริหาร กับพวก กรณีทุจริตและการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2567 โดยนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้รับจดทะเบียนกรรมการออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567

ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทแทนตำแหน่งที่ว่างที่ว่างลง และจะรายงานให้ทราบเมื่อคณะกรรมการบริษัทไต้มีมติแต่งตั้งตั้งแล้ว

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567 นายณัฐพศิน เชฏฐ์อุดมลาภ กรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เผยแพร่ข่าว ฉบับที่ 198/2567 และได้มีการกล่าวโทษกรรมการ อดีตกรรมการและผู้บริหารของ NUSA และพวก ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีธุรกรรมการเข้าลงทุนซื้อโรงแรมที่ต่างประเทศในราคาไม่สมเหตุสมผลอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกรรมการขายห้องชุดของบริษัทในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมิน

รวมทั้งการผ่องถ่ายเงินจากบริษัทฯ เข้าบัญชีส่วนตัวและบุคคลใกล้ชิด และกรณีการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และ/หรือ ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชี นั้น

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2567 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติการฟ้องร้องดำเนินคดีกับกรรมการและอดีตกรรมการของบริษัทฯ ทุกรายที่ร่วมลงมติอนุมัติการเข้าซื้อโรงแรมที่ต่างประเทศทั้งทางแพ่งและอาญาแล้ว เพื่อเรียกร้องให้มีการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายคืนให้แก่บริษัท โดยทนายผู้รับผิดชอบคดีอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำคำฟ้อง และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นต่อศาลตามมติของคณะกรรมการบริษัทฯ

ทั้งนี้ การกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่มีผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัทฯ แต่อย่างใด โดยบริษัทฯ จะประสานงานกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้การดำเนินคดีของบริษัทฯ ดังกล่าวเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยรวม

นายณัฐพศิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงธุรกิจและบริหารจัดการทางการเงิน มีการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมใด ๆ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เน้นบริหารงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

“ยืนยัน ธุรกิจยังแข็งแรง และฐานการเงินยังแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องเพียงพอ อีกทั้งเตรียมแผนธุรกิจที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ เพื่อรุกสร้างยอดขาย สร้างรายได้ สร้างความเชื่อมั่นและเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนในอนาคต รวมถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ก.ล.ต. กล่าวโทษกรรมการ อดีตกรรมการและผู้บริหาร บมจ.ณุศาศิริ และพวกรวม 6 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีธุรกรรมการเข้าลงทุนซื้อโรงแรมที่ต่างประเทศในราคาไม่สมเหตุสมผลอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกรรมการขายห้องชุดของ NUSA ในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมิน รวมทั้งการผ่องถ่ายเงินจาก NUSA เข้าบัญชีส่วนตัวและบุคคลใกล้ชิด และกรณีการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และ/หรือ ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชี พร้อมกันนี้ได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

โดย ก.ล.ต. ได้รับเรื่องร้องเรียนในปี 66 จึงได้ทำการตรวจสอบรวมทั้งประสานกับ DSI และพบพยานหลักฐานที่แสดงได้ว่า ในช่วงปี 63 กรรมการและผู้บริหาร NUSA รวม 4 ราย ได้แก่

(1) นางศิริญา เทพเจริญ

(2) นายวิษณุ เทพเจริญ

(3) นายสมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์ และ

(4) นายนนทวัชร์ ธนสุวิวัฒน์

ได้ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตลงทุนซื้อโรงแรม Panacee Grand Hotel Roemerbad ที่ประเทศเยอรมนี (Panacee) ในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินที่ประเมินด้วยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด (Market approach) อย่างไม่สมเหตุสมผล และร่วมกันกระทำการโดยทุจริตขายห้องชุดซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ของ NUSA ในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมิน

รวมทั้งผ่องถ่ายเงินออกจาก NUSA เข้าบัญชีส่วนตัวและบุคคลใกล้ชิด อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น จนทำให้ NUSA ได้รับความเสียหาย โดยมี (5) นางสาววรินภร จันทรโรจน์วานิช ซึ่งเป็นผู้ขายโรงแรม Panacee และ (6) นางโฉมสุดา รุ่งเรืองเนาวรัตน์ กรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทผู้ซื้อห้องชุดจาก NUSA เป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือการกระทำความผิดของบุคคลตาม (1) - (4)

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า เงินมัดจำค่าซื้อโรงแรมข้างต้นที่ NUSA ชำระให้แก่นางสาววรินภร ผู้ขายโรงแรม ไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของผู้ขาย แต่กลุ่มกรรมการและผู้บริหาร NUSA ได้แก่ นางศิริญา นายวิษณุ และนายนนทวัชร์ รวมถึงบุคคลใกล้ชิดเป็นผู้ได้รับประโยชน์ของเงินขายโรงแรมดังกล่าว

นอกจากนี้ ในชั้นการทำคำชี้แจงต่อ ก.ล.ต. ในกรณีข้างต้น กรรมการและผู้บริหารของ NUSA ในขณะกระทำผิดทั้ง 4 ราย ได้นำส่งพยานหลักฐานเอกสารและข้อมูลอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ก.ล.ต. โดยได้นำส่งรายงานของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเป็นเท็จ เพื่อลวงไม่ให้ ก.ล.ต. ทราบมูลค่าที่แท้จริงตามบัญชีของโรงแรมดังกล่าว อีกทั้งยังพบว่า ได้ทำการตกแต่งบัญชีเพื่อลวงผู้สอบบัญชีของบริษัทให้เชื่อว่า NUSA ได้รับชำระหนี้ค่าห้องชุดครบถ้วนจากบริษัทผู้ซื้อแล้ว เพื่อไม่ให้ผู้สอบบัญชีมีข้อสงสัยในการบันทึกบัญชีของธุรกรรมข้างต้น

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...