“สมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์” ลาออกกรรมการบริษัท NUSA มีผลตั้งแต่ 20 ก.ย.67
"สมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์" ลาออกกรรมการบริษัท NUSA มีผลตั้งแต่ 20 ก.ย.67 เหตุ ก.ล.ต.กล่าวโทษกรณีทุจริตและการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จ
วันที่ 25 กันยายน 2567 บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า นายสมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้กล่าวโทษกรรมการ อดีตกรรมการและผู้บริหาร กับพวก กรณีทุจริตและการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2567 โดยนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้รับจดทะเบียนกรรมการออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567
ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทแทนตำแหน่งที่ว่างที่ว่างลง และจะรายงานให้ทราบเมื่อคณะกรรมการบริษัทไต้มีมติแต่งตั้งตั้งแล้ว
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567 นายณัฐพศิน เชฏฐ์อุดมลาภ กรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เผยแพร่ข่าว ฉบับที่ 198/2567 และได้มีการกล่าวโทษกรรมการ อดีตกรรมการและผู้บริหารของ NUSA และพวก ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีธุรกรรมการเข้าลงทุนซื้อโรงแรมที่ต่างประเทศในราคาไม่สมเหตุสมผลอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกรรมการขายห้องชุดของบริษัทในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมิน
รวมทั้งการผ่องถ่ายเงินจากบริษัทฯ เข้าบัญชีส่วนตัวและบุคคลใกล้ชิด และกรณีการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และ/หรือ ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชี นั้น
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2567 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติการฟ้องร้องดำเนินคดีกับกรรมการและอดีตกรรมการของบริษัทฯ ทุกรายที่ร่วมลงมติอนุมัติการเข้าซื้อโรงแรมที่ต่างประเทศทั้งทางแพ่งและอาญาแล้ว เพื่อเรียกร้องให้มีการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายคืนให้แก่บริษัท โดยทนายผู้รับผิดชอบคดีอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำคำฟ้อง และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นต่อศาลตามมติของคณะกรรมการบริษัทฯ
ทั้งนี้ การกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่มีผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัทฯ แต่อย่างใด โดยบริษัทฯ จะประสานงานกับสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้การดำเนินคดีของบริษัทฯ ดังกล่าวเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยรวม
นายณัฐพศิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงธุรกิจและบริหารจัดการทางการเงิน มีการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมใด ๆ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เน้นบริหารงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้
“ยืนยัน ธุรกิจยังแข็งแรง และฐานการเงินยังแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องเพียงพอ อีกทั้งเตรียมแผนธุรกิจที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ เพื่อรุกสร้างยอดขาย สร้างรายได้ สร้างความเชื่อมั่นและเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนในอนาคต รวมถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ก.ล.ต. กล่าวโทษกรรมการ อดีตกรรมการและผู้บริหาร บมจ.ณุศาศิริ และพวกรวม 6 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีธุรกรรมการเข้าลงทุนซื้อโรงแรมที่ต่างประเทศในราคาไม่สมเหตุสมผลอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกรรมการขายห้องชุดของ NUSA ในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมิน รวมทั้งการผ่องถ่ายเงินจาก NUSA เข้าบัญชีส่วนตัวและบุคคลใกล้ชิด และกรณีการแสดงเอกสารและข้อมูลเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และ/หรือ ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชี พร้อมกันนี้ได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
โดย ก.ล.ต. ได้รับเรื่องร้องเรียนในปี 66 จึงได้ทำการตรวจสอบรวมทั้งประสานกับ DSI และพบพยานหลักฐานที่แสดงได้ว่า ในช่วงปี 63 กรรมการและผู้บริหาร NUSA รวม 4 ราย ได้แก่
(1) นางศิริญา เทพเจริญ
(2) นายวิษณุ เทพเจริญ
(3) นายสมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์ และ
(4) นายนนทวัชร์ ธนสุวิวัฒน์
ได้ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตลงทุนซื้อโรงแรม Panacee Grand Hotel Roemerbad ที่ประเทศเยอรมนี (Panacee) ในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินที่ประเมินด้วยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด (Market approach) อย่างไม่สมเหตุสมผล และร่วมกันกระทำการโดยทุจริตขายห้องชุดซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ของ NUSA ในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมิน
รวมทั้งผ่องถ่ายเงินออกจาก NUSA เข้าบัญชีส่วนตัวและบุคคลใกล้ชิด อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น จนทำให้ NUSA ได้รับความเสียหาย โดยมี (5) นางสาววรินภร จันทรโรจน์วานิช ซึ่งเป็นผู้ขายโรงแรม Panacee และ (6) นางโฉมสุดา รุ่งเรืองเนาวรัตน์ กรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทผู้ซื้อห้องชุดจาก NUSA เป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือการกระทำความผิดของบุคคลตาม (1) - (4)
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า เงินมัดจำค่าซื้อโรงแรมข้างต้นที่ NUSA ชำระให้แก่นางสาววรินภร ผู้ขายโรงแรม ไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของผู้ขาย แต่กลุ่มกรรมการและผู้บริหาร NUSA ได้แก่ นางศิริญา นายวิษณุ และนายนนทวัชร์ รวมถึงบุคคลใกล้ชิดเป็นผู้ได้รับประโยชน์ของเงินขายโรงแรมดังกล่าว
นอกจากนี้ ในชั้นการทำคำชี้แจงต่อ ก.ล.ต. ในกรณีข้างต้น กรรมการและผู้บริหารของ NUSA ในขณะกระทำผิดทั้ง 4 ราย ได้นำส่งพยานหลักฐานเอกสารและข้อมูลอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของ ก.ล.ต. โดยได้นำส่งรายงานของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเป็นเท็จ เพื่อลวงไม่ให้ ก.ล.ต. ทราบมูลค่าที่แท้จริงตามบัญชีของโรงแรมดังกล่าว อีกทั้งยังพบว่า ได้ทำการตกแต่งบัญชีเพื่อลวงผู้สอบบัญชีของบริษัทให้เชื่อว่า NUSA ได้รับชำระหนี้ค่าห้องชุดครบถ้วนจากบริษัทผู้ซื้อแล้ว เพื่อไม่ให้ผู้สอบบัญชีมีข้อสงสัยในการบันทึกบัญชีของธุรกรรมข้างต้น