โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DMT สตรอง! เปิดกำไรครึ่งปีแรกแตะ 505 ลบ. บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.21 บ./หุ้น

Share2Trade

อัพเดต 13 ส.ค. 2567 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2567 เวลา 06.32 น. • Share2Trade

บมจ. ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) โชว์รายได้ค่าผ่านทางพุ่ง 7%หนุนกำไรครึ่งแรกปี 67ทะยานแตะ 505ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.21บาท/หุ้น ฟากผู้บริหาร ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย”ระบุมั่นใจครึ่งปีหลังไปได้สวย อานิสงส์ภาครัฐงัดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว หนุนปริมาณจราจรทางด่วนเพิ่มขึ้น ดันรายได้ปี 67โต 10%ตามนัด พร้อมลุยประมูลโปรเจคใหม่ต่อเนื่อง สร้าง New S-Curve หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวลูกค้า DMT สตรอง! เปิดกำไรครึ่งปีแรกแตะ 505.jpg

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) (DMT) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 505.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 486.72 ล้านบาท สาเหตุหลักจากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นจำนวน 76.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7%

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทนได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.42 บาท ซึ่งบริษัทฯได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับงวด 3 เดือนแรกในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท ดังนั้นบริษัทจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท กำหนดจ่ายในวันที่ 6 กันยายน 2567

สำหรับแนวโน้มปริมาณการจราจรในไตรมาส 3 และภาพรวมในปี 2567 บริษัทฯ ได้ติดตามปริมาณการจราจรและทางยกระดับดอนเมือง พบว่า การเติบโตของปริมาณจราจรหลังจากนี้จะเป็นการเติบโตตามธรรมชาติตามปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ภาครัฐคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศอยู่ที่ประมาณ 2.7% ต่อปี โดยมีปัจจัยหลักที่ขึ้นอยู่กับภาคการบริการและภาคการท่องเที่ยว

ส่วนเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม เพื่อประเมินปริมาณจราจร และรายได้ที่อาจจะเพิ่มขึ้นแบบมีนัยสำคัญนั้น คงต้องติดตามการย้ายมาให้บริการที่สนามบินดอนเมืองของสายการบินระหว่างประเทศ อาจทำให้เพิ่มปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมือง และนโยบายของรัฐบาลที่มีแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในระยะถัดไป ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2566 และจะทำให้ปริมาณการเดินทางโดยรวมเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีเที่ยวบินจากสายการบินนานาชาติเพิ่มมากขึ้น จากการกลับมาใช้อาคาร 1 สนามบินดอนเมืองที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ จะส่งผลให้ปริมาณการจราจรบนทางยกระดับดอนเมืองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน DMT จะเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งงานโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ของภาครัฐ โดยมีเป้าหมาย คือ โครงการ M82 (โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว) โครงการ M5 (ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน) ที่คาดว่าจะเปิดประมูลในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 และในปี 2568 ตามลำดับ รวมทั้งการแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ เพื่อสร้าง New S-Curve สนับสนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลัง 2567 มีทิศทางที่สดใสต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก ตามปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมืองที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการฟรีวีซ่า การท่องเที่ยวนอกฤดูกาล 55 จังหวัด และแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซาด้วยแนวทางการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาไทย รวมถึงความพร้อมในการเข้าประมูลงานใหม่ตามแผนที่วางไว้ เชื่อว่าจะทำให้ตลอดปี 2567 บริษัทฯ จะมีรายได้เติบโต 10% ตามเป้าหมาย โดยปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันคาดว่าจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 116,000 คันต่อวัน จากปี 2566 เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 106,907 คันต่อวัน

นอกจากนี้ DMT ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้าน ESG ในการใช้พลังงานทดแทนครบวงจรต่อเนื่องโดยในไตรมาส 2 นี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในการติดตั้ง Solar Rooftop ในระยะที่ 2 บนอาคารด่านทั้ง 8 ด่าน และติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานบนโคมไฟถนนบนทางยกระดับ 1,540 ต้น รวมทั้งจะมีการนำวัสดุลดความร้อนมาใช้ในการบำรุงรักษาทางยกระดับ อาทิ สีลดโลกร้อน ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic Cement หรือปูนลดโลกร้อน) การดำเนินงานขับเคลื่อนด้าน ESG อย่างต่อเนื่องเป็นส่วนช่วยในด้านสิ่งแวดล้อม และยังช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง และมีกำไรเพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...