โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคประชาชน ดันโปรเจ็กต์ 270 สส. เปิดนโยบายเลือกตั้งใหม่ ชิงฐานเสียงเพิ่ม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 07.23 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

พรรคประชาชนเปิดตัวอย่างครึกโครม หลังจากพรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค

ประกาศ “ยักไหล่แล้วไปต่อ” ผ่านมา 2 เดือนมีสมาชิกพรรคมากกว่า 83,650 ราย สามารถระดมเงินบริจาคกว่า 28 ล้านบาท

แต่กระแสดังกล่าวค่อย ๆ ซาลงมา จนถูกตั้งคำถามว่า จะสร้างปรากฏการณ์ร้อนแรงเหมือนพรรคต้นขั้วอุดมการณ์ อย่าง พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล หรือไม่

แต่วันนี้พรรคประชาชน ภายใต้การนำของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” วางโรดแมปการเดินทาง 3 ปี เรียกว่าโปรเจ็กต์ 270 เพื่อไปสู่การเลือกตั้ง 2570

โรดแมป 2570

ณัฐพงษ์กล่าวถึงโปรเจ็กต์ 270 ว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปทำอย่างไรให้มั่นใจได้ว่าพรรคประชาชนได้ สส. 270 ที่นั่ง คือได้ 20 ล้านเสียง ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 50 ที่นั่ง และ สส.เขตต้องเพิ่มมา 100 กว่าที่นั่ง ต้องทำเพิ่มให้ได้

การที่จะทำให้เป็นพรรคแมสแบบนั้นได้จริง ๆ ต้องปรับเรื่องภาพลักษณ์ การสื่อสาร ทั้งทีมเครือข่ายจังหวัด ทีม สส. และการนำเสนอนโยบาย

สิ่งสำคัญคือ ทำให้คนรับรู้ว่าเราพร้อมที่จะบริหารประเทศแล้วจริง ๆ

“ทุกคอมเมนต์ที่จะมีต่อนโยบายของรัฐบาล พรรคประชาชนต้องมีข้อเสนอที่ดีกว่าทุกครั้ง ทำให้ประชาชนเห็นภาพว่าวันหนึ่งที่เราได้เป็นรัฐบาลขึ้นมาเราจะทำอะไรให้ดีกว่านั้นได้บ้าง เพื่อให้โหวตเตอร์ ที่แต่ก่อนอาจจะไม่เคยเลือกพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลมาก่อน ก็หันมาเลือกพรรคประชาชนมากขึ้น ส่วนขาการเมืองท้องถิ่น เป็นอีกหนึ่งสนามที่จะส่งมอบนโยบายที่เป็นรูปธรรมได้ ซึ่งจะมีการเปิดตัวในปี 2568”

“พรรคประชาชนวางเป้าไป 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2568 จะมีการเปิดตัวนโยบาย 2570 สมุดปกขาว White Paper เล่าหลักปรัชญา การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อนำไปพูดคุยกับแวดวงวิชาการ นักธุรกิจ และ ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อพัฒนานโยบาย ในการเลือกตั้ง 2570”

เมกะโปรเจ็กต์ประชาชน

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ขณะที่เรื่องเมกะโปรเจ็กต์ที่รัฐบาลเพื่อไทยเสนอ Entertainment Complex แลนด์บริดจ์ เราเชื่อว่าไม่ได้เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ

แต่พรรคประชาชนจะมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ประชาชน ที่กระจายไปทั่วประเทศ เพราะโจทย์ในการพัฒนาเมือง การแก้ไขคุณภาพชีวิตประชาชน การสร้างอุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเรื่องเดียวกัน

โจทย์ของพรรคประชาชนคือ ทำอย่างไรให้บริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของไทยเหมือนประเทศโลกที่หนึ่ง ทั้ง น้ำประปาดื่มได้ ขนส่งสาธารณะ รถเมล์ไฟฟ้าทุกจังหวัด อากาศสะอาด

“พยายามนำตรงนี้ใช้ท้องถิ่นขับเคลื่อน และหลาย ๆ อย่างจำเป็นต้องมีอุตสาหกรรมในประเทศตอบรับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Semiconductor ซึ่งเรื่องนี้เชื่อมโยงกับซัพพลายเชน เช่น ถ้าจะมีการติดตั้งสมาร์ทเซ็นเซอร์ทั่วประเทศ ผลิตรถเมล์ไฟฟ้า หนีไม่พ้นจะต้องมี System Integrator คอยดูแลระบบเหล่านี้ทั่วประเทศ ก็จะโยงไปถึงการรีสกิล อัพสกิล สร้างงานไปทุกหัวเมืองต่าง ๆ นี่คือโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของพรรคประชาชน”

“เราต้องแพ็กเกจเรื่องเหล่านี้ เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย และจะสื่อสารใน 2-3 ปีจากนี้”

รักษาเขตเดิม เพิ่มเขตใหม่

ณัฐพงษ์บอกวิธีเพิ่ม สส.ให้ถึงเป้า 270 ที่นั่งว่า เป็นการรักษาเขตเดิม และหาเขตใหม่ คือโจทย์สำคัญ ปรับในวิธีการทำงานในพื้นที่ เพราะประชาชนที่ไม่ใช่โหวตเตอร์ของพรรค มองเข้ามาอาจรู้สึกว่าพรรคเราเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ พรรคบนโลกโซเชียล ไม่สามารถไว้วางใจในการบริหารประเทศ สิ่งนี้พรรคจำเป็นต้องแก้เพื่อให้ได้คะแนนมาเพิ่ม

ดังนั้น การส่งมอบนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่พรรคชนะยกจังหวัด สส.จะต้องผลักดันผลงานให้ได้ เป็นสิ่งที่เราบอกกับ สส.ไว้

สุดท้ายสำคัญไม่แพ้กัน คือจุดยืนอุดมการณ์พรรค เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้เราเติบโตมาถึงทุกวันนี้คือ การตรงไปตรงมา ก่อนเลือกตั้งพูดอย่างไร หลังเลือกตั้งพูดอย่างนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องรักษาเอาไว้ เพื่อรักษาคะแนนเสียงเดิม

ปชน.ต้องเป็นที่พึ่งที่หวัง

“ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสริม Vision ของพรรคว่า ถ้าดูวิสัยทัศน์ของพรรคประชาชน จะต้องเป็นที่พึ่งที่หวัง เดินหน้าทำงาน เปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริง จะทำได้ต่อเมื่อเราสามารถพิสูจน์กับประชาชนได้ว่าเราพร้อมที่จะเป็นฝ่ายบริหารแล้วจริง ๆ เราให้น้ำหนักมาก ต้องคิดเรื่องกระบวนการนโยบายให้เสร็จสิ้น

“แม้ในปี 2566 เราทำมาพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว แต่เราต้องตรวจสอบกับ ผู้มีส่วนได้เสีย ให้ชัดเจน เพราะไม่อยากให้เกิดภาวะที่ไปต่อไม่ถูก ทำอะไรติดขัด เพราะไม่คิดรอบคอบถี่ถ้วน”

ต้องมี ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญ

ขณะที่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ “พริษฐ์ วัชรสินธุ์” โฆษกพรรคประชาชน ย้ำธงการเมืองของพรรคว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญมี 2 แนวทางคู่ขนาน แนวทางแรกคือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และแนวทางที่ 2 ที่ต้องทำคู่ขนาน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้เวลานาน และอาจจะไม่แล้วเสร็จทันตามที่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ พรรคประชาชนจำเป็นต้องแก้รายมาตราในหลายเรื่อง

สำหรับแนวทางที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความเป็นไปได้ในการเลือกตั้งปี 2570 คือ การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 แล้วจัดให้มีการทำประชามติเพื่อสอบถามว่าควรให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

จากนั้นเมื่อ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ก็ทำประชามติสอบถามประชาชนอีกครั้ง ว่าจะเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จะเป็นการทำประชามติเพียงแค่ 2 ครั้ง ซึ่งจะเป็นไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นไปได้ที่สุด ในการได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนการเลือกตั้งปี 2570

“หากเราใช้เวลา 3-4 ปี เสียงบประมาณเป็นหมื่นล้าน เพื่อทำประชามติ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราก็อยากให้รัฐธรรมนูญมีเนื้อหาที่ตอบโจทย์ประชาชนจริง ๆ ดังนั้น ก็ควรมี ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 100% ออกแบบการเลือกตั้งอย่างไรให้มีที่มาหลากหลาย” นายพริษฐ์กล่าว

ทั้งหมดคือโรดแมปพรรคประชาชน วางเดิมพัน 3 ปี เป็นรัฐบาล 270 เสียง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พรรคประชาชน ดันโปรเจ็กต์ 270 สส. เปิดนโยบายเลือกตั้งใหม่ ชิงฐานเสียงเพิ่ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...