โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดโผ 12 หุ้น ให้อัตราปันผลตอบแทนเกิน 6%

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 00.55 น. • The Bangkok Insight

หุ้นปันผลเป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในช่วงตลาดหุ้นผันผวน โดยหุ้นที่มีอัตราปันผลตอบแทนสูง มักมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เปิดโผ 12 หุ้นให้อัตราปันผลตอบแทนเกิน 6%

ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน การประเมินมูลค่าหุ้นเป็นเรื่องท้าทาย แต่นักลงทุนยังคงต้องการให้เงินทำงาน การเลือกลงทุนในหุ้นปันผลที่มั่นคงจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หุ้นเหล่านี้มักมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง สามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอแม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอสามารถดูจากอัตราปันผลตอบแทน (Dividend Yield)

ผลตอบแทน

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ คิดจากมูลค่าปันผลต่อหุ้นเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น ซึ่งหากหุ้นตัวใดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง แสดงว่าให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลสูง ซึ่งวิธีการเปรียบเทียบนั้น ส่วนใหญ่นักลงทุนจะเปรียบเทียบระหว่างหุ้นแต่ละตัว เพื่อดูว่าตัวใดน่าสนใจมากกว่ากัน

อัตราปันผลตอบแทน = เงินปันผลต่อหุ้น (ต่อปี) x 100 / ราคาหุ้น

ตัวอย่าง หุ้น A จ่ายเงินปันผล 3 บาท และวันที่คำนวณ (1 กันยายน 2567) ราคาหุ้นปิดที่ระดับ 40 บาท ผลลัพธ์ จะมีอัตราปันผลตอบแทน 7.5%

ขณะที่หุ้น B จ่ายเงินปันผล 3 บาท และวันที่คำนวณ (1 กันยายน 2567) ราคาหุ้นปิดที่ระดับ 60 บาท ผลลัพธ์ จะมีอัตราปันผลตอบแทน 5%

จากตัวอย่าง สังเกตว่าถึงแม้หุ้นทั้งสองตัวจะมีเงินปันผลเท่ากัน (3 บาทต่อหุ้น) แต่หุ้น A กลับมีอัตราปันผลตอบแทนสูงกว่าหุ้น B เนื่องจากมีราคาหุ้นต่ำกว่า หมายความว่า หากนักลงทุนซื้อหุ้น A ที่ระดับราคา 40 บาท และหุ้น A จ่ายเงินปันผล 3 บาทต่อหุ้นเท่าเดิม ก็จะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล 7.5% ต่อปี

จะสังเกตได้ว่า นักลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นที่มีอัตราปันผลตอบแทนสูง ๆ มักจะเป็นนักลงทุนที่เน้นลงทุนในระยะยาว เพื่อรับเงินปันผลทุก ๆ ปีไปเรื่อย ๆ คล้าย ๆ กับการที่นำเงินไปฝากออมไว้ในธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับดอกเบี้ยเงินฝาก

โดยอัตราปันผลตอบแทน ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นเยี่ยมของการลงทุน สามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น ยิ่งหุ้นตัวไหนให้อัตราปันผลตอบแทนสูง ๆ จะได้รับความนิยมจากนักลงทุนระดับสูงเช่นเดียวกัน

เหตุผลที่หุ้นปันผลน่าสนใจ

รายได้สม่ำเสมอ : นักลงทุนได้รับเงินปันผลเป็นประจำ ไม่ต้องรอขายหุ้นถึงจะมีกำไร
ความเสี่ยงต่ำ : บริษัทที่จ่ายปันผลมักเป็นธุรกิจที่มั่นคง ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปี
พลังของการทบต้น : นักลงทุนสามารถนำเงินปันผลไปลงทุนต่อเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
ป้องกันเงินเฟ้อ : หุ้นปันผลช่วยรักษามูลค่าเงินในระยะยาว

วิธีคัดกรองหุ้นปันผลคุณภาพดีเบื้องต้น

  • มองหาอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สมเหตุสมผล ควรมองหาหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับที่พอดี เพราะหากสูงเกินไปอาจหมายถึงบริษัทไม่เหลือเงินไว้ลงทุนต่อยอด แต่ถ้าต่ำเกินไปก็อาจไม่ดึงดูดนักลงทุน
  • ประวัติการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ บริษัทที่จ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายปี แสดงถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน
  • วิเคราะห์ฐานะการเงินของบริษัท ไม่ใช่แค่ดูปันผลอย่างเดียว ต้องดูสุขภาพทางการเงินของบริษัทด้วย เช่น มีผลการดำเนินงานที่ดีสม่ำเสมอ (ไม่ขาดทุน) กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก เพราะสะท้อนถึงสภาพคล่องและการจัดหาเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ควรอยู่ในระดับต่ำ (ยิ่งต่ำยิ่งดี) แสดงว่าบริษัทพึ่งพาเงินกู้น้อย

อย่างไรก็ตาม อัตราปันผลตอบแทน ซึ่งคำนวณจากการจ่ายเงินปันผลในอดีตในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถรับประกันได้ว่าการจ่ายเงินปันผลจะเหมือนเดิมในอนาคต อีกทั้ง เงินต้นจากการลงทุน จะเปลี่ยนแปลงไปตามราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น อัตราปันผลตอบแทนเป็นเพียงตัวบ่งชี้เพื่อการตัดสินใจของนักลงทุน

อัตราปันผลตอบแทนสูง เป็นเครื่องมือวัดที่นักลงทุนใช้ประเมินผลตอบแทนจากเงินปันผลเทียบกับราคาหุ้น แม้จะดึงดูดใจ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องระวัง ดังนั้น การคัดกรองหุ้นปันผลคุณภาพดีควรพิจารณาหลายปัจจัย เช่น อัตราการจ่ายเงินปันผล ประวัติการจ่าย สถานะทางการเงิน และศักยภาพการเติบโต โดยก่อนตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลรอบคอบ ทั้งงบการเงิน อัตราส่วนทางการเงิน แนวโน้มอุตสาหกรรม และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ

ผลตอบแทน

เงื่อนไขการจัดอันดับ

  • อัตราเงินปันผลตอบแทน 6% ขึ้นไป
  • กำไรสุทธิเป็นบวก (ห้ามขาดทุน) ตลอด 5 ปีล่าสุด (2562 – 2566)
  • กำไรสุทธิงวด 6 เดือนปี 2567 เป็นบวก (ห้ามขาดทุน)
  • D/E Ratio ต่ำกว่า 1 เท่า
  • เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก (ไตรมาส 2 ปี 2567)
  • เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนติดลบ (ไตรมาส 2 ปี 2567)
  • เงินสดสุทธิเป็นบวก (ไตรมาส 2 ปี 2567)

โดย ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...