หงุดหงิดลูก : เมื่อคุณแม่เป็นมนุษย์เมนส์แล้วพาลหงุดหงิดลูกไปด้วย จะจัดการตัวเองอย่างไร
ในวันธรรมดาๆ เวลาที่ลูกดื้อ ลูกซน พูดอะไรก็ไม่เชื่อฟัง คุณแม่ก็หัวร้อน อยากกรี๊ดออกมาวันละหลายรอบ แต่ความปรี๊ดทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่คุณแม่กำลังกลายร่างเป็นมนุษย์เมนส์และหลังจาก หงุดหงิดลูก โมโหใส่ลูกแล้ว พอมีสติหรือใจเย็นมากขึ้น คุณแม่ก็ต้องรู้สึกผิดและเสียใจที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แม้จะรู้ดีว่าความแปรปรวนของจิตใจและอารมณ์ในช่วงที่มีประจำเดือนนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ก็ไม่อยากให้ตัวเองเผลอ หงุดหงิดลูก โดยไม่จำเป็นแน่การจัดการอารมณ์คุณแม่ในช่วงเวลานี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากปล่อยให้ตัวเองระเบิดอารมณ์หงุดหงิดใส่คนอื่น ย่อมส่งผลต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้M.O.M จึงอยากชวนคุณแม่ทำความเข้าใจถึงสาเหตุของอารมณ์หงุดหงิดในวันแดงเดือด รวมถึงแนะนำวิธีจัดการอารมณ์อย่างมีประสิทธิภาพทำไมมีลูกแล้วอารมณ์แปรปรวนช่วงมีประจำเดือนยิ่งทวีคูณ?
โดยปกติแล้ว อารมณ์แปรปรวนในช่วงมีประจำเดือนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า PMS (Premenstrual Syndrome) ทำให้ผู้หญิงรู้สึกหงุดหงิดง่าย อ่อนไหว และมีอารมณ์แปรปรวนมากกว่าปกติเมื่อผันตัวเป็นคุณแม่ ปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียดจากการดูแลลูก การพักผ่อนไม่พอ หรือภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ก็ยิ่งทำให้อาการ PMS รุนแรงขึ้น ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ลดน้อยลงได้วิธีจัดการตัวเองในช่วงวันแดงเดือดฉบับคุณแม่1. บอกให้สามีและลูกๆ รับรู้
วิธีที่ควรทำคือการบอกให้คนรอบตัวรับรู้ หรือเตรียมใจล่วงหน้าว่า ช่วงเวลานี้ คุณแม่กำลังรู้สึกไม่สบายตัว ปวดท้อง และหงุดหงิดง่าย ดังนั้นทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะคุณพ่อ ควรให้ความร่วมมือหรือให้ความช่วยเหลือคุณแม่มากขึ้น เช่น คอยบอกลูกไม่ให้วิ่งเล่นเสียงดังรบกวนคุณแม่ตอนพักผ่อน หรือช่วยแบ่งหน้าที่ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น2. ดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ
ช่วงที่มีประจำเดือนคุณแม่จะร่างกายจะอ่อนแอและเหนื่อยง่ายมากกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้คุณแม่อารมณ์ไม่ดี เครียด และกังวลได้ง่าย ดังนั้น คุณแม่จึงควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุลมากขึ้น และผลกระทบจากอาการ PMS ก็จะลดลงตามไปด้วย3. เลี่ยงน้ำตาลและอาหารไขมันสูง
นอกจากอาหารจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่ออารมณ์มากกว่าที่เราคิด การกินอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีน จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ มีพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ และมีอารมณ์แจ่มใสตรงกันข้ามอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแปรปรวน อารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ในช่วงมีประจำเดือนคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ เพื่ออารมณ์ที่แจ่มใจขึ้นนั่นเองค่ะ4. หาพื้นที่และเวลาส่วนตัวให้ตัวเองบ้าง
การที่คุณแม่ได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวหรือมีเวลาส่วนตัว เพื่อทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชื่นชอบตามลำพังสัก 2-3 ชั่วโมง จะช่วยให้วันแดงเดือดของคุณแม่ไม่คุกรุ่นเกินไปนักนอกจากนั้น หากมีการสร้างบรรยากาศในบ้านให้ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเท มีแสงสว่างพอสมควร มีกลิ่นหอมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ก็จะทำให้คุณแม่อารมณ์ดีมากขึ้นได้5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณแม่รู้สึกว่าอาการหงุดหงิดรุนแรงมากจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อขอคำแนะนำและรับการรักษาที่เหมาะสม แพทย์อาจแนะนำให้คุณแม่ใช้ยา หรือให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อบรรเทาอาการได้ภาวะก่อนมีประจำเดือน (PMS): เป็นมนุษย์แม่ก็หนักแล้ว ยังเป็นมนุษย์เมนส์ที่ส่งผลต่อการเลี้ยงลูกไปอีกอ้างอิงWhatthelightplaysChildmind