โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประเทศแห่งนี้ถึงกับเกิดสงครามกลางเมือง เพราะรัฐบาลละเลยภัยจาก 'ธุรกิจแบบพีระมิด'

The Better

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • THE BETTER

ในปี 1997 ประเทศแอลเบเนียประสบกับความไม่สงบทางการเมืองในวงกว้างเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากการล่มสลายของ 'โครงการพีระมิด' หรือ ธุรกิจพีระมิด โดยเงินจำนวนมากที่ถูกรัฐบาลยักยอกไปเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการเหล่านี้ ส่งผลให้รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยล่มสลายในเดือนมกราคม 1997 และเกิดความขัดแย้งซึ่งกินเวลานานจนถึงเดือนสิงหาคม 1997 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบางครั้งถูกเรียกว่าเป็น 'การกบฏ' หรือแม้กระทั่ง 'สงครามกลางเมือง'

ธุรกิจพีระมิดคืออะไร?
โครงการพีระมิด หรือ ธุรกิจพีระมิด (Pyramid scheme) เป็นรูปแบบธุรกิจที่แทนที่จะสร้างรายได้ (หรือให้ผลตอบแทนจากการลงทุน) จากการขายสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับผู้บริโภคปลายทาง กลับสร้างรายได้หลักจากการรับสมัครสมาชิกใหม่พร้อมคำมั่นสัญญาว่าจะจ่ายเงิน (หรือบริการ) เมื่อจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น การรับสมัครก็กลายเป็นเรื่องยากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเป็นไปไม่ได้ และด้วยเหตุนี้ ผู้สมัครใหม่ส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับผลกำไร ดังนั้น ระบบพีระมิดจึงไม่ยั่งยืน ลักษณะที่ไม่ยั่งยืนของระบบพีระมิดทำให้ประเทศส่วนใหญ่ประกาศห้ามไม่ให้ใช้ระบบนี้เนื่องจากถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการฉ้อโกง

สาเหตุที่มันถูกเรียกว่า 'ธุรกิจแบบพีระมิด' ก็เพราะลักษณะการหาสมาชิกเพิ่มไปเรื่อยๆ โดยมียอด (หรือ 'บอส') เป็นคนเริ่มต้น จากนั้นก็จะโน้มน้าวให้คนสนใจเรียกว่า 'สมาชิกลูกข่าย' สมาชิกลูกข่ายแต่ละคนต้องสรรหาคนอื่นอีกสองคน อีกสองคนก็จะหาสมาชิกลูกข่ายไปเรื่อยๆ ทวีคูณไปทีละสอง จนกระทั่งเกิดเป็นโครงสร้างเครือข่ายรูปพีระมิดโดยมีบอสอยู่บนยอดคนเดียวและมีสมาชิกลูกข่ายที่ทวีคูณไปเรื่อยๆ เป็นฐานที่ขายกว้างเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบพีระมิด

เกิดอะไรขึ้นกับแอลเบเนีย?
ในปี 1992 พรรคประชาธิปไตยแห่งแอลเบเนียได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเสรีครั้งแรกของประเทศ โดยซาลี เบริชาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ในกลางทศวรรษ 1990 แอลเบเนียกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจตลาดหลังจากอยู่ภายใต้ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมมาหลายทศวรรษ แต่เพราะยังอ่อนด้อยกับระบบทุนนิยมหรือระบบตลาด ทำให้ในไม่ช้าระบบการเงินขั้นพื้นฐานของแอลเบเนียก็ถูกครอบงำโดยโครงการแชร์ลูกโซ่ และแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐยังรับรองกองทุนการลงทุนแบบพีระมิดหลายกองทุน

การลงทุนแบบพีระมิดในแอลเบเนียเริ่มดำเนินการในปี 1991 ที่มันทำให้น่าดึงดูดใจก็เพราะบางธุรกิจเสนออัตราดอกเบี้ยสูงถึง 100% แต่แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่การต้มตุ๋นและ 'บอส' ของบางธุรกิจถึงกับหนีไปต่างประเทศเพื่อธุรกิจล้มในที่สุด (ตามครรลองของมัน) สาเหตุที่มันเฟื่องฟูได้เพราะกฎหมายของประเทศหละหลวม และผู้นำประเทศละเลยที่จะตรวจสอบและควบคุม แม้แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็ยังไม่เฉลียวใจกับสถานการณ์ในแอลเบเนียตอนที่เข้ามาช่วยวางระบบการเงินในปี 1994 แต่ในปี 1996 ก็เริ่มตระหนักหลังจากผลร้ายของการลงทุนแบบพีระมิดปรากฏชัดขึ้น แม้ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศจะแนะนำให้ยุติแผนการเหล่านี้ แต่รัฐบาลก็ยังคงอนุญาตให้ดำเนินแผนการเหล่านี้ต่อไป โดยมักจะเข้าร่วมในแผนการเหล่านี้ด้วยซ้ำ

เมื่อถึงเดือนมกราคม 1997 ธุรกิจการลงทุนแบบพีระมิดต่างๆ (ซึ่งส่วนใหญ่ใช้อำพรางการฟอกเงินและการค้าอาวุธ) ไม่สามารถชำระเงินได้อีกต่อไป ส่งผลให้ธุรกิจการลงทุนแบบพีระมิดเหล่านี้ล้มละลาย เมื่อถึงเวลานั้น จำนวนนักลงทุนที่หลงเชื่อคำสัญญาว่าจะร่ำรวยอย่างรวดเร็วได้เพิ่มขึ้นจนรวมเป็นสองในสามของประชากร 3 ล้านคนของแอลเบเนีย คาดว่ามีการลงทุนเกือบ 1,500 ล้านดอลลาร์ในบริษัทธุรกิจการลงทุนแบบพีระมิดที่เสนออัตราดอกเบี้ยรายเดือนตั้งแต่ 10% ถึง 25% ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของประเทศอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์เท่านั้น ชาวแอลเบเนียจำนวนมากหลงกับการต้องการลงทุนเพื่อได้เงินมากๆ จนถึงกับต้องขายบ้านของตนเพื่อลงทุน และยังมีการผู้ย้ายถิ่นฐานไปทำงานในกรีซและอิตาลีเพื่อที่จะได้หาเงินมาอัดฉีดเพิ่มเติมให้กับธุรกิจการลงทุนแบบพีระมิดเหล่านี้

หายนะมาเยือนในที่สุด
ธุรกิจการลงทุนแบบพีระมิดเหล่านี้เริ่มพังลงระหว่างวันที่ 8 ถึง 16 มกราคม 1997 จนเมื่อวันที่ 22 มกราคม รัฐบาลได้อายัดทรัพย์สินของบริษัทบางแห่ง แต่มันก็เริ่มจะสายเกินไปแล้ว การประท้วงของประชาชนเกิดขึ้นครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคมทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันที่ 19 มกราคม ผู้ประท้วงได้ออกมาประท้วงแผนการของประธานาธิบดีในเมืองหลวงติรานา และเมื่อวันที่ 24 มกราคม การกบฏอย่างเปิดเผยได้เริ่มต้นขึ้น ผู้คนหลายพันคนในเมืองลุชน์เยทางตะวันตกได้เดินขบวนไปที่ศาลากลางเพื่อประท้วงการที่รัฐบาลยังอุ้มการลงทุนแบบพีระมิดเหล่านี้ และการประท้วงได้ลุกลามไปสู่ความรุนแรงอย่างรวดเร็ว กองกำลังตำรวจถูกกวาดล้างในเวลาต่อมา และศาลากลางและโรงภาพยนตร์ที่อยู่ติดกันก็ถูกเผาทำลาย

หนึ่งวันต่อมา ในวันที่ 25 มกราคม หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลถูกส่งไปที่เมืองลุชน์เยเพื่อแก้ไขสถานการณ์ เมื่อไปถึง เขากลับถูกผู้ประท้วงจับตัวและถูกจับเป็นตัวประกันที่สนามกีฬาซิตี้สเตเดียมเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งเขาถูกทำร้ายร่างกายด้วย กองกำลังพิเศษของแอลเบเนียเข้ามาแทรกแซงเพื่อนำหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยออกมา ในเช้าวันที่ 26 มกราคม เหตุการณ์ลุกลามหนักเมื่อสถาบันของรัฐบาลทุกแห่งในเมืองถูกปล้นและทำลาย

นวันที่ 26–27 มกราคม เกิดความรุนแรงในเมืองอื่นๆ ทางตอนใต้ รวมทั้งเมืองท่าสำคัญอย่างวลอเรอ ในวันที่ 30 มกราคม พรรคฝ่ายค้านได้จัดตั้งกลุ่มเพื่อประชาธิปไตยขึ้นเพื่อพยายามเป็นผู้นำการประท้วง นอกจากนี้ พรรคการเมืองต่างๆ ยังแสดงความโกรธแค้นต่อประธานาธิบดีและรัฐบาลที่ปล่อยให้ธุรกิจการลงทุนแบบพีระมิดดำเนินการต่อไป แม้ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะเตือนแล้วก็ตาม ในเวลาเดียวกันมีการกล่าวงหาว่าคนในรัฐบาลได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากโครงการเหล่านี้ จึงเริ่มมีการก่อหวอดเพื่อที่จะใช้กำลังโค่นล้มรัฐบาล

ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ รัฐบาลเริ่มแจกจ่ายเงินชดเชยบางส่วนที่สูญเสียไปให้กับบริษัทลูกของธนาคารแห่งชาติพาณิชย์ซึ่งเป็นของรัฐ แทนที่จะระงับการประท้วง การกระทำของรัฐบาลดังกล่าวกลับส่งผลเสียและทำให้ประชาชนยิ่งสงสัยมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นบางบริษัทกลับล้มละลายเร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ การประท้วงรุนแรงก็กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งในเมืองวลอเร ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ตำรวจถูกโจมตีในเมืองวลอเร และหนึ่งวันต่อมา ทางตอนใต้ กองกำลังพิเศษจำนวน 50 นายได้โจมตีและสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงอย่างรุนแรง

แอลเบเนียกลายเป็นแดนเถื่อน
กลุ่มอาชญากรใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่วุ่นวายโดยติดอาวุธและเข้ายึดเมืองทั้งเมือง ผู้นำส่วนใหญ่ถูกคุมขังในประเทศกรีซ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของแอลเบเนีย แต่แล้วคนเหล่านี้กลับสามารถหลบหนีออกมาได้และกลับมายังแอลเบเนีย ในเมืองวลอเรอ มีกลุ่มอาชญากร 5 กลุ่มเกิดขึ้น แต่มีอยู่ 2 กลุ่มที่มีอิทธิพลสามารถครอบครองเมือง ได้แก่ กลุ่มซานีและกลุ่มกาซาย โดยการควบคุมเมืองมีลักษณะดังนี้ คือกิจกรรมในเมืองจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. โดยผู้คนจะมารวมตัวกันที่จัตุรัสในเมืองเพื่อฟังการประชุมคณะกรรมการกู้ภัย และสิ้นสุดในเวลา 13.00 น. หลังจากนั้น ท้องถนนในเมืองจะเงียบเหงา มีเพียงสมาชิกกลุ่มอาชญากรเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหว กลุ่มอาชญากรจะประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงและแผ่นพับโฆษณาว่ากลุ่มอื่นๆ ควรอยู่แต่ในบ้านเนื่องจากอาจมีการสู้รบเกิดขึ้น และในแต่ละคืนมีการโจมตีด้วยระเบิดและปืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย

ในขณะที่บางเมืองถูกกลุ่มอาชญากรรมควบคุม แต่บางเมืองมีการตั้ง 'คณะกรรมการแห่งความรอด' (เรียกอีกอย่างว่าคณะกรรมการประชาชนหรือคณะกรรมการแห่งความรอดสาธารณะ) คณะกรรมการเหล่านี้ก่อตั้งขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะแย่งชิงอำนาจการปกครองของรัฐแอลเบเนีย คณะกรรมการเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากในภาคใต้ ซึ่งในช่วงต้นของวิกฤต คณะกรรมการแห่งความรอดในท้องถิ่นได้รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งคณะกรรมการแห่งความรอดแห่งชาติ ซึ่งเรียกร้องให้ปลดประธานาธิบดีจากตำแหน่ง โดยสรุปก็คือ กลุ่มเหล่านี้คือกบฏที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีการปล้นชิงทรัพย์สินของรัฐ เช่น ฐานทัพทางตอนใต้ของแอลเบเนียถูกปล้นโดยกลุ่มต่างๆ มีการประเมินว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ชายทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจะมีอาวุธปืนอย่างน้อย 1 กระบอกและกระสุนเพียงพอ ในระหว่างการกบฏ อาวุธต่างๆ กว่า 656,000 ชิ้น กระสุน 1,500 ล้านนัด ระเบิดมือ 3.5 ล้านลูก และทุ่นระเบิด 1 ล้านลูกถูกปล้นจากคลังแสงของกองทัพ ตามข้อมูลของ UNDP

สถานการณ์คลี่คลายอย่างไร?
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม สหประชาชาติได้ผ่านมติ 1101 เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่แอลเบเนีย เมื่อวันที่ 15 เมษายน 'ปฏิบัติการอัลบา' (Operation Alba) จึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อรักษาความสงบในแอลเบเนีย โดยมีทหารประมาณ 7,000 นายจากชาติสมาชิกต่างๆ ของสหประชาชาติที่นำโดยอิตาลีได้ถูกส่งไปแอลเบเนียเพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยและหลักนิติธรรม กองกำลังชุดแรกประจำการอยู่ที่เมืองดูร์เรส และสถานการณ์เริ่มกลับสู่ภาวะปกติในเมืองหลวงติรานา เมื่อสถานกาณณ์เริ่มคลี่คลทายลงกองกำลังปฏิบัติการอัลบาส่วนหนึ่งยังคงประจำการต่อไปเพื่อฝึกฝนกองทัพแอลเบเนียให้เป็นไปตามมาตรฐานสมัยใหม่ และตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม หน่วยนี้ได้รับการเข้าร่วมโดยสมาชิกของกองกำลังตำรวจข้ามชาติแอลเบเนียของกองกำลังยุโรปตะวันตก (WEU) ซึ่งทำงานเพื่อปรับโครงสร้างตำรวจและฐานเสียงฝ่ายนิติบัญญัติที่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งนี้

กองกำลังสหประชาชาติทั้งหมดออกจากแอลเบเนียภายในวันที่ 11 สิงหาคม ตามรายงานบางแหล่งข้อมูลระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 2,000 คน บางรายงานระบุว่าระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 1997 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,600 คน ส่วนใหญ่เสียชีวิตระหว่างการยิงต่อสู้ระหว่างกลุ่มอาชญากรที่เป็นคู่แข่งกัน เอกสารของ UNIDIR อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คนในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 3,700 ถึง 5,000 คน

ความเสียหายจากการก่อกบฏนั้นประเมินไว้ที่ 200 ล้านดอลลาร์

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - พลเมืองอเมริกันเดินเป็นแถวเดียวผ่านแนวป้องกันที่แน่นหนาเพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์โจมตี CH-53 Super Stallion ของนาวิกโยธินสหรัฐ จากสนามภายในบริเวณที่พักของสถานทูตสหรัฐฯ ในเมืองติรานา หลังจากที่รัฐบาลแอลเบเนียสูญเสียการควบคุมกองทัพและสลายตัวลงสู่ภาวะไร้ระเบียบ ภาพถ่ายโดย Brett Siegel ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ผู้ช่วยช่างภาพระดับ 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...