โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาสถานการณ์โรคระบาดโลก 4 โรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวัง

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 ต.ค. 2567 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 06.16 น. • The Bangkok Insight

ศูนย์จีโนมฯ เผยสถานการณ์โรคระบาดโลก ตุลาคม 2567 4 โรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวัง ไข้หวัดนก H5N1, ไวรัสมาร์บูร์ก (ญาติอีโบลา), ไวรัสโคโรนา 2019 และฝีดาษวานร

สถานการณ์โรคติดเชื้อทั่วโลก ณ ปลายเดือนตุลาคม 2567 ยังคงน่าห่วงใย โดยเฉพาะไข้หวัดนก H5N1 จากวัวนมที่ถือเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่ง แม้จะสามารถควบคุมการระบาดของบางโรคได้แล้ว แต่ยังมีเชื้อโรคอีกหลายชนิดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

4 โรคติดเชื้อสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

ไข้หวัดนก H5N1: สัญญาณอันตรายที่เพิ่มขึ้น

สถานการณ์ไข้หวัดนก H5N1 มีแนวโน้มแย่ลง โดยพบการติดเชื้อในมนุษย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ นอกจากนี้ยังพบการแพร่ระบาดในสัตว์อย่างกว้างขวาง ทั้งในฝูงโคนมและสัตว์ปีก ที่น่ากังวลคือ การพบสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถแพร่เชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีความพยายามในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเข้มข้น

การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เดือน ตุลาคม 2567 ระบุว่าไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ที่แยกได้จากมนุษย์ที่ติดเชื้อจากการระบาดในวัวนมสหรัฐฯ เผยให้เห็นถึงความเสี่ยงที่น่ากังวล

ไวรัส A/Texas/37/2024 (huTX37-H5N1) ที่แยกได้จากคนงานฟาร์มที่มีอาการตาอักเสบ แสดงคุณสมบัติที่น่าเป็นห่วงหลายประการ

  • สามารถเพิ่มจำนวนได้ดีในเซลล์เยื่อบุถุงลมปอดมนุษย์
  • มีความรุนแรงสูงในหนูและเฟอร์เร็ต (ญาติสกั๊งค์) ทำให้เกิดการติดเชื้อทั่วร่างกายและเสียชีวิต
  • สามารถแพร่จากเฟอร์เร็ตที่ติดเชื้อไปยังเฟอร์เร็ตที่ไม่ติดเชื้อที่อยู่ในกรงข้าง ๆ ได้ 17-33% ของคู่ที่ทดสอบ โดยส่วนใหญ่ของเฟอร์เร็ตที่ติดเชื้อจากการสัมผัสเสียชีวิต
  • การศึกษาพบว่าการกลายพันธุ์ PB2-631L ในไวรัสไข้หวัดนก H5N1 จากวัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์โพลิเมอเรสในเซลล์มนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนในเซลล์มนุษย์ได้มากขึ้น และปรับตัวเข้ากับร่างกายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมถึงมนุษย์ได้ดีขึ้น การกลายพันธุ์นี้อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ไวรัสจะแพร่จากวัวมาสู่คนได้ง่ายขึ้น ทำให้ไวรัส H5N1 จากวัวมีศักยภาพในการติดเชื้อและแพร่ระบาดในมนุษย์สูงขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาด
  • แม้ว่าไวรัสสายพันธุ์นี้จะยังคงไวต่อยาต้านไวรัสบางชนิด แต่ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าไวรัส H5N1 จากการระบาดในวัวนมมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ (pandemic) ได้ จึงควรมีมาตรการควบคุมการระบาดในวัวอย่างเข้มงวดเพื่อจำกัดความเสี่ยงการติดเชื้อในมนุษย์ต่อไป

ไวรัสมาร์บูร์ก: แสงสว่างปลายอุโมงค์

การระบาดของไวรัสมาร์บูร์กในรวันดาเริ่มแสดงสัญญาณที่ดีขึ้น จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีผู้ป่วยที่หายดีเพิ่มขึ้น การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการระบาดถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะ แต่ยังคงต้องระมัดระวังเนื่องจากอัตราการเสียชีวิตยังสูงและยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการรับรอง

COVID-19: สถานการณ์ผันผวน

สถานการณ์ COVID-19 มีความหลากหลาย ในบางพื้นที่เช่นแคลิฟอร์เนีย จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลลดลงอย่างมาก แต่ในบางพื้นที่เช่นออสเตรเลียใต้ กลับพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น โดยรวมแล้วสถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อาจมีการระบาดเพิ่มขึ้น การฉีดวัคซีนยังคงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง

ฝีดาษวานร: การกลับมาที่น่ากังวล

สถานการณ์ฝีดาษวานรมีแนวโน้มแย่ลง โดยพบการระบาดในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในแอฟริกาและแปซิฟิกตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์ใหม่ที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม มีความพยายามในการฉีดวัคซีนในหลายประเทศในแอฟริกา ซึ่งอาจช่วยควบคุมการแพร่ระบาดได้ในอนาคต

แม้ว่าสถานการณ์ของโรคเหล่านี้จะมีแนวโน้มที่แตกต่างกัน แต่ทุกโรคยังคงต้องการการเฝ้าระวัง การควบคุม และความร่วมมือระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการกับการระบาดอย่างมีประสิทธิภาพและปกป้องสุขภาพของประชากรโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไข้หวัดนก H5N1 ที่แสดงสัญญาณอันตรายเพิ่มขึ้นและต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษในการควบคุมและป้องกัน

ที่มา: ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...